AIS ตอกย้ำผู้นำ บุกเบิกความพร้อมครั้งแรกในเอเชียกับความสำเร็จจากการทดสอบ โรมมิ่ง 5G SA ร่วมกับ stc ผู้ให้บริการอันดับ 1 ของ คูเวต และ BICS ผู้นำบริการเชื่อมต่อระดับโลก

โดย J.wasan
0 ความเห็น 160 views

ถือเป็นความสำเร็จระดับนานาชาติอีกขั้น จากการสนับสนุนโดย BICS  ที่ใช้ 5G Service Hub ครั้งแรกในโลกเพื่อเชื่อมต่อเทคโนโลยี 5G SA roaming อันจะนำไปสู่ความยืดหยุ่นของผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่จะสามารถส่งมอบนวัตกรรมให้แก่ลูกค้าได้อย่างไม่มีข้อจำกัด AIS ประกาศความสำเร็จ การทดสอบเชื่อมต่อบริการโรมมิ่ง 5G Standalone (SA) ครั้งแรกในเอเชียกับ stc ผู้ให้บริการอันดับ 1 ของคูเวตในตะวันออกกลาง ความสำเร็จนี้เป็นผลมาจากความร่วมมือกับผู้ให้บริการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ BICS ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่นำ 5G Service Hub มาใช้อย่างเต็มรูปแบบแก่ผู้ให้บริการ

โดยการทำงานร่วมกันครั้งนี้ ส่งผลให้ AIS พร้อมต่อการยกระดับบริการ 5G โรมมิ่งไปอีกขั้น ทั้ง ดาต้า, ข้อความ และการโทร ด้วยเครือข่ายหลักบน 5G เพียงอย่างเดียว (5G Stand Alone) จากปัจจุบันที่ให้บริการ 5G โรมมิ่ง เป็นแบบ NSA-None Stand Alone  ที่จะต้องใช้ช่องทางรับ-ส่งข้อมูลผ่าน 4G/LTE เป็นอีกเครือข่ายหลักประกอบกัน  อันจะทำให้ไม่มีความพร้อมหรือยืดหยุ่นอย่างเต็มที่เพียงพอในการพัฒนาบริการใหม่ๆ ที่เป็นนวัตกรรมของ 5G ที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ใช้บริการ อาทิ Network Slicing หรือ การสื่อสารแบบ Real Time ในสถานการณ์สำคัญ รวมไปถึงโอกาสในการขยายบริการรูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้ประกอบการทั่วภูมิภาคเอเชียต่างร่วมผลักดันบริการใหม่ๆ จาก 5G กันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น AIS ซึ่งมีเจตนารมณ์เดียวกันจึงเดินหน้าทำงานร่วมกับพันธมิตรในระดับสากลเพื่อยกระดับเทคโนโลยี 5G อย่างไม่หยุดยั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการ 5G โรมมิ่งที่ล้ำสมัย อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทั้งแก่ภาคธุรกิจและผู้บริโภค เพราะนอกจากจะสามารถพัฒนาบริการที่หลากหลาย ยืดหยุ่น เหมาะสมกับองค์กรแต่ละขนาดแล้ว การพัฒนาให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน ดังนั้นการประสบความสำเร็จร่วมกันในครั้งนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศจากเทคโนโลยี 5G ให้แก่ทุกกลุ่ม สร้างการเติบให้แก่ทุกอุตสาหกรรมในท้ายที่สุด”

ด้าน อิง ฟาฮัด อัล อาลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี stc คูเวต กล่าวเสริมว่า “เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสำคัญครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นทิศทางที่ถูกต้องในการสร้างการเชื่อมต่อบริการ 5G ไปทั่วโลกและมอบประโยชน์ให้แก่ลูกค้าของเรา ทั้งนี้ stc เชื่อมั่นว่า 5G SA จะนำมาซึ่งประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และด้วยความร่วมมือกับ BICS กับ AIS ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นที่ได้อยู่แถวหน้าของการพัฒนานวัตกรรมที่จะสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าของเรา”

การประสบความสำเร็จในการร่วมทดลอง ทดสอบ  5G SA โรมมิ่ง ครั้งนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยมีชั้นความปลอดภัยเพิ่มเติมขึ้น จากเทคโนโลยี SEPP -Secure Edge Protection Proxy ที่สามารถกำหนดได้ โดยผู้ให้บริการ เพราะการส่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกส่งจาก SEPP ของผู้ให้บริการผ่าน 5G SA Service Hub ใหม่ของ BICS ดังนั้น ในขณะที่ผู้ให้บริการมีการป้องกันด้านความปลอดภัยจาก SEPP แล้ว BICS ยังเพิ่มเติม Data Analytics การวิเคราะห์ข้อมูลอัจฉริยะ, การมอนิเตอร์ตรวจสอบคุณภาพ และตรวจจับเพื่อป้องกันความเสี่ยงระหว่างการเชื่อมต่อ 5G ร่วมกับผู้ให้บริการทั่วโลก ซึ่งหมายความว่าจะทำให้สามารถขยายบริการ 5G โรมมิ่งได้รวดเร็วแบบก้าวกระโดด

“5G เป็นการยกระดับเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายครั้งยิ่งใหญ่  โดยสามารถสร้างประโยชน์มากมายให้แก่ผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจ ซึ่งการสามารถเชื่อมต่อ 5G Stand Alone โรมมิ่งได้สำเร็จ คือ การขยายศักยภาพของ 5G ไปทั่วโลกนั่นเอง” มิคาเอล ชาคเน่ รองประธานฝ่ายการตลาด Telco ของ BICS กล่าว “ที่ BICS เราเชื่อในพลังของการสื่อสาร จึงเป็นเหตุผลของความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานที่จะเร่งการขยายตัวของ โรมมิ่ง 5G SA ไปทั่วโลก เพราะยิ่งเราสามารถทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อประสานรากฐานเหล่านี้ และทำให้ 5G SA โรมมิ่งเป็นจริงได้มากเท่าใด ผู้ให้บริการอย่าง AIS  และ stc คูเวต ตลอดจนองค์กรอื่นๆ และลูกค้าก็จะปลดล็อกศักยภาพได้เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น”

“ความสำเร็จครั้งล่าสุดนี้ทำให้บริการ 5G SA โรมมิ่งทั่วโลกเข้าใกล้ความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เพราะจะไม่เป็นเพียงมีความพร้อมทางเทคนิคเท่านั้น แต่ยังมีบริการรับประกันคุณภาพที่ปลอดภัยและหลากหลาย เพื่อปกป้องผู้บริโภคและสร้างการเติบโตในอนาคตแก่ผู้ให้บริการในยุค 5G อีกด้วย”  

 

ครั้งแรกในโลก!!! กับความสำเร็จของการทดสอบเชื่อมต่อด้วย 5G SA โรมมิ่ง

จากไทย สู่ ทวีปอเมริกาเหนือ และ ยุโรป โดย AIS-Sunrise Switzerland-T-Mobile US

และ Deutsche Telekom Global Carrier พร้อมยกระดับบริการเพื่อลูกค้าไปอีกขั้น

 

  • T-Mobile US และ Deutsche Telekom Global Carrier ประสบความสําเร็จในการทดสอบการโรมมิ่ง 5G Stand Alone (5G SA) โดยใช้ประโยชน์จาก Security Edge Protection Proxy (SEPP) ของ Duetsche Telekom Global Carrier เพื่อดําเนินการโรมมิ่ง 5G SA ที่โฮสต์ครั้งแรกของโลกระหว่างอเมริกาเหนือและยุโรป และประสบความสําเร็จในการโรมมิ่ง 5G SA ด้วยการเชื่อมต่อโดยตรงระหว่าง SEPP ไปยัง SEPP ระหว่างอเมริกาเหนือและไทยโดย AIS
  • การโรมมิ่ง 5G SA ช่วยให้ลูกค้าบนเครือข่ายที่เข้าร่วมบริการนี้ สามารถเข้าถึงประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุดจาก 5G SA ในประเทศที่เครือข่ายพร้อมให้บริการ
  • ความร่วมมือนี้ทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายในแต่ละประเทศ สามารถยกระดับบริการสื่อสารให้แก่ลูกค้าที่ใช้ 5G SA โรมมิ่งระหว่างเดินทางต่างประเทศ อย่างไร้ขีดจำกัด

นายศรัณย์ ผโลประการ หัวหน้าฝ่ายงานผลิตภัณฑ์โทรศัพท์เคลื่อนที่กลุ่มลูกค้าทั่วไป AIS กล่าวว่า “จากความสำเร็จก่อนหน้านี้ ที่ AIS ร่วมกับ Sunrise และ Deutsche Telekom Global Carrier ทำให้เราสามารถสามารถเชื่อมต่อระหว่างเอเชียกับยุโรปได้ ปัจจุบัน AIS สามารถทำการทดสอบเชื่อมต่อกับ T-Mobile US ได้สำเร็จเพิ่มเติม โดยถือเป็นวาระสำคัญอย่างยิ่ง ต่อการยกระดับประสบการณ์สื่อสารดิจิทัลที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า AIS และลูกค้าของพันธมิตรในระหว่างที่เดินทางต่างประเทศ เพราะ  5G SA โรมมิ่ง จะทำให้สามารถรับ-ส่ง ข้อมูลด้วยความเร็วสูงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมรองรับรูปแบบการใช้งานมากมาย จึงถือเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่การทำงานระหว่างผู้ให้บริการใน 3 ภูมิภาค คือ เอเชีย, อเมริกาเหนือ และ ยุโรป ในครั้งนี้จะช่วยปลดล็อค และเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ใช้บริการแต่ละรายได้อย่างดี”

โดยล่าสุด T-Mobile US (NASDAQ: TMUS) และ Deutsche Telekom Global Carrier (DT-GC) ประกาศว่า ทั้งคู่ได้ทำการทดสอบการเชื่อมต่อเครือข่าย 5G Standalone โรมมิ่ง ทั่วโลก สําเร็จ ด้วยโซลูชัน Internet Protocol Exchange (IPX) ของ DT-GC  ให้กับ AIS และ Hosted Security Edge Protection Proxy (SEPP)  ให้กับ Sunrise สวิสเซอร์แลนด์ ถือว่าเป็นการโรมมิ่ง 5G SA ระหว่างสหรัฐอเมริกาและสวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอเมริกาสู่ไทย ครั้งแรกในโลก

 

“การโรมมิ่ง 5G SA เปลี่ยนประสบการณ์ในการเชื่อมต่อเมื่ออยู่ต่างประเทศไปอย่างสิ้นเชิง,” กล่าวโดย อุลฟ์ เอวัลด์สัน ประธานแผนกเทคโนโลยี T-Mobile สหรัฐอเมริกา “ลูกค้าของเราและพาร์ทเนอร์จะได้รับประโยชน์จากการโรมมิ่งที่ดีที่สุดในมากกว่า 200 ประเทศ เพราะการ 5G SA เปิดโอกาสให้ได้รับความความเร็วและความเสถียรที่สูงขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง Network Slicing พร้อมให้ความรู้สึกเสมือนใช้เครือข่ายในประเทศของตัวเอง แม้จะอยู่ระหว่างเดินทางต่างประเทศ ดังนั้นด้วยแนวคิด Simple Global, Mobile Without Boarders, Coverage Beyond และ Coverage Above and Beyond จะทำให้  T-Mobile, DT-GC, Sunrise และ AIS  เป็นผู้นําในการนําเสนอโซลูชันการเชื่อมต่อที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของแต่ละรายในระหว่างการเดินทางต่างประเทศ เมื่อเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในอนาคตอันใกล้”

 

ประโยชน์ของ บริการ 5G SA โรมมิ่ง  ประกอบด้วย :

  • ประสบการณ์ใช้งานที่ดีขึ้น: ด้วยความเร็วเพิ่มขึ้น, ความหน่วงต่ำ และ ความสามารถในการรองรับการใช้งานของเครือข่ายที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับเครือข่าย  Non-Standalone (NSA)
  • ขยายการเชื่อมต่อระดับโลกรวดเร็วขึ้น: เพราะผู้ให้บริการสามารถขยายความร่วมมือบริการ 5G SA โรมมิ่งได้อย่างรวดเร็ว และไม่ซับซ้อน เพื่อลูกค้านักเดินทางและนักธุรกิจที่เดินทางต่างประเทศ
  • ยกระดับบริการด้วยเทคโนโลยีล่าสุด: 5G SA ช่วยให้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว อาทิ AR, VR, IoT, Network Slicing, VPN และอื่น ๆ
  • พร้อมเชื่อมต่อกับ IoT และบริการสำหรับองค์กร : 5G SA Roaming เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้บริการจาก IoT จำนวนมหาศาลสู่ผู้บริโภคแบบก้าวกระโดด รวมถึงบริการขององค์กรที่ต้องใช้การสื่อสารแบบ Real Time  

#####

เกี่ยวกับ AIS

บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ที่พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจด้วยฐานลูกค้ารวมกว่า 49.1 ล้านราย ได้แก่ ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บนโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ด้วยคลื่นความถี่มากที่สุดรวม 1460 MHz ที่มีจำนวนผู้ใช้งานกว่า 44.4 ล้านเลขหมาย, ธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูงภายใต้แบรนด์ AIS 3BB Fibre3 ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 4.7 ล้านราย, ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร และธุรกิจบริการดิจิทัล  ทั้งหมดนี้เพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์สู่องค์กรโทรคมนาคมเทคโนโลยีอัจฉริยะ –  Cognitive Tech-Co สนับสนุนความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจดิจิทัลและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พบกับเราได้ที่ www.ais.th  (ข้อมูล ณ กันยายน 2566)

Facebook Comments

Related Posts