Apple เปิดตัว Apple Watch Series 7 มาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ขึ้นและล้ำหน้ายิ่งกว่าเคย

โดย J.wasan
0 ความเห็น 50 views

Apple ประกาศเปิดตัว Apple Watch Series 7 ซึ่งมาพร้อมจอภาพ Retina แบบติดตลอดที่ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมขึ้นใหม่ให้มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นและขอบที่แคบลงอย่างเห็นได้ชัด นี่จึงเป็นจอภาพที่ใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมา การลดขอบให้แคบลงนั้นทำให้เราสามารถขยายจอภาพออกไปจนสุดพื้นที่

โดยที่ขนาดของนาฬิกาแทบไม่เปลี่ยนแปลงเลย ดีไซน์ของ Apple Watch Series 7 ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สวยงามยิ่งขึ้นด้วยมุมที่โค้งมนกว่าเดิม ส่วนจอภาพก็มาพร้อมขอบแบบหักเหแสงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้หน้าปัดนาฬิกาและแอปแบบเต็มหน้าจอดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับส่วนโค้งของตัวเรือน Apple Watch Series 7 ยังมีอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ปรับมาให้เหมาะกับจอภาพขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อทำให้การอ่านและการใช้งานง่ายขึ้นด้วย

นอกจากนั้นยังมีหน้าปัดนาฬิกาอีกสองแบบที่ไม่ซ้ำใคร นั่นคือ Contour และ Modular Duo ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุปกรณ์ใหม่นี้โดยเฉพาะ และถึงแม้ว่าจอภาพจะได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพมากมาย แต่ผู้ใช้จะยังคงได้รับประโยชน์จากการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 18 ชั่วโมงเช่นเดิม1 แถมตอนนี้ยังเสริมด้วยการชาร์จที่เร็วขึ้นถึง 33% ด้วย

Apple Watch Series 7
ขอแนะนำ Apple Watch Series 7 ซึ่งมาพร้อมจอภาพที่ใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าที่สุด

Apple Watch Series 7 เป็น Apple Watch ที่ทนทานที่สุดเท่าที่เคยมีมา พร้อมด้านหน้าแบบคริสตัลที่แข็งแกร่งขึ้นและทนการแตกร้าวได้ดีกว่าเดิม และเป็น Apple Watch เรือนแรกที่ผ่านการรับรองความสามารถในการทนฝุ่นที่ระดับ IP6X ขณะที่ยังคงรักษาความสามารถในการทนน้ำไว้ที่ระดับ WR502

Apple Watch รุ่นใหม่ล่าสุดยังคงมาพร้อมเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ในการดูแลสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งรวมถึงเซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าและแอป ECG3 พร้อมทั้งเซ็นเซอร์และแอปวัดระดับออกซิเจนในเลือด4 ส่วน watchOS 8 ก็ช่วยให้ผู้ใช้มีสุขภาพแข็งแรง แอ็คทีฟ และต่อติดกับทุกเรื่องอยู่เสมอด้วยประเภทการออกกำลังกายใหม่ๆ แอปทำสมาธิใหม่ คุณสมบัติการช่วยการเข้าถึงสุดล้ำ การเข้าออกสถานที่และใช้บริการต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้นด้วยแอปกระเป๋าสตางค์ของ Apple และความสามารถอีกมากมายของแอปบ้าน พร้อมด้วยการปรับปรุงแอปข้อความและแอปรูปภาพให้ดียิ่งขึ้น

Apple Watch Series 7 มาพร้อมตัวเรือนอะลูมิเนียมใน 5 สีใหม่ที่สวยงาม พร้อมด้วยสายในสีสันและสไตล์ใหม่ๆ Apple Watch Series 7 ทุกรุ่นจะวางจำหน่ายภายในปีนี้ “Apple Watch Series 7 มาพร้อมการปรับปรุงครั้งสำคัญ ตั้งแต่จอภาพที่ใหญ่ที่สุดและล้ำหน้าที่สุดของเรา ไปจนถึงความทนทานที่เพิ่มขึ้นและการชาร์จที่เร็วขึ้น ซึ่งก็เท่ากับว่า เราได้ทำให้สมาร์ทวอทช์ที่ดีที่สุดในโลกดียิ่งขึ้นอีก” Jeff Williams, Chief Operating Officer ของ Apple กล่าว

“Apple Watch ขับเคลื่อนด้วย watchOS 8 ซึ่งนำความสามารถใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์มาไว้บนนาฬิกา เพื่อช่วยให้ลูกค้าต่อติดกับทุกเรื่อง ติดตามกิจกรรมและการออกกำลังกาย ทั้งยังเข้าใจถึงสุขภาพและความแข็งแรงสมบูรณ์โดยรวมของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น”

 

 

ดีไซน์ใหม่และอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ปรับแต่งมาอย่างเหมาะสม

จอภาพที่สวยงามน่าทึ่งของ Apple Watch Series 7 มีพื้นที่หน้าจอเพิ่มขึ้นเกือบ 20% และขอบที่แคบลงเหลือเพียง 1.7 มม. ซึ่งเล็กกว่า Apple Watch Series 6 ถึง 40% และด้วยดีไซน์สุดล้ำที่ทำให้จอภาพขยายออกไปจนสุดพื้นที่โดยที่ขนาดรวมๆ ของตัวเรือนแทบไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย Apple Watch Series 7 จึงมาในตัวเรือนขนาด 41 มม. และ 45 มม. จอภาพ Retina แบบติดตลอดมีความสว่างมากขึ้นถึง 70% ในที่ร่มเมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 6 ขณะที่ไม่ได้ยกข้อมือขึ้นมา ผู้ใช้จึงมองเห็นหน้าปัดนาฬิกาได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องยกข้อมือหรือปลุกจอภาพ

จอภาพ Apple Watch Series 7 ที่สวยงามน่าทึ่งมีขนาดใหญ่กว่า Apple Watch Series 6 เกือบ 20% และมีขนาดใหญ่กว่า Apple Watch Series 3 กว่า 50% โดยมาพร้อมอินเทอร์เฟซผู้ใช้ที่ปรับแต่งให้อ่านง่ายขึ้นและใช้งานง่ายขึ้น

อินเทอร์เฟซผู้ใช้ได้รับการปรับแต่งเพื่อใช้ประโยชน์จากรูปร่างและขนาดของจอภาพใหม่ Apple Watch Series 7 มีขนาดตัวอักษรที่ใหญ่ขึ้นอีกสองขนาด และคีย์บอร์ด QWERTY ใหม่ที่สามารถแตะหรือปัดด้วย QuickPath ได้ ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลื่อนนิ้วเพื่อพิมพ์ และใช้การเรียนรู้ของระบบบนอุปกรณ์เพื่อคาดการณ์คำถัดไปตามบริบท ซึ่งทำให้การป้อนข้อความง่ายขึ้นและเร็วขึ้นด้วย watchOS 8 ทำให้ชื่อเมนูและปุ่มต่างๆ ในแอปอย่างนาฬิกาจับเวลา กิจกรรม และนาฬิกาปลุกมีขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ใช้จึงโต้ตอบบนหน้าจอได้ง่ายขึ้น

Apple Watch Series 7 มาพร้อมคีย์บอร์ด QWERTY ใหม่ที่สามารถแตะหรือปัดด้วย QuickPath ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เลื่อนนิ้วเพื่อพิมพ์ได้อย่างง่ายดาย

Apple Watch ที่ทนทานที่สุดเท่าที่เคยมีมา

Apple Watch Series 7 มาพร้อมด้านหน้าแบบคริสตัลที่ออกแบบใหม่ให้มีรูปทรงที่แข็งแกร่งและทนทานกว่าเดิมด้วยความหนาที่เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 6 จึงทนต่อการแตกร้าวได้ดีขึ้นโดยไม่ทำให้ความชัดเจนของหน้าจอลดลง นอกจากนั้น Apple Watch Series 7 ยังผ่านการรับรองความสามารถในการทนฝุ่นที่ระดับ IP6X จึงทนทานยิ่งขึ้นในสภาพแวดล้อมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดหรือทะเลทราย ขณะที่ยังคงประสิทธิภาพยอดเยี่ยมในขณะว่ายน้ำด้วยความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ WR50 

จอภาพของ Apple Watch Series 7 มาพร้อมขอบแบบหักเหแสงอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งทำให้หน้าปัดนาฬิกาและแอปแบบเต็มหน้าจอดูกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับส่วนโค้งของตัวเรือน

การชาร์จที่เร็วยิ่งขึ้น

Apple Watch Series 7 มีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานถึง 18 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และชาร์จเร็วขึ้นถึง 33% เมื่อเทียบกับ Apple Watch Series 6 ด้วยสถาปัตยกรรมการชาร์จแบบใหม่และสายชาร์จเร็วแบบแม่เหล็กเป็น USB-C5

watchOS 8

watchOS 8 มาพร้อมหน้าปัดนาฬิกาเพิ่มเติมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับจอภาพที่ใหญ่ขึ้นบน Apple Watch Series 7 ได้แก่ หน้าปัด Contour ใหม่ที่นำตัวเลขบอกเวลาไปไว้ชิดขอบของจอภาพและเคลื่อนไหวอย่างลื่นไหลตลอดวัน พร้อมทั้งเน้นเวลาในชั่วโมงปัจจุบันให้โดดเด่น หน้าปัด Modular Duo ใหม่ซึ่งใช้ประโยชน์จากพื้นที่หน้าจอที่เพิ่มขึ้นด้วยการแสดงกลไกหน้าปัดขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลคู่กันสองแถวตรงกลาง

นอกจากนั้นยังมีหน้าปัด World Time แบบคลาสสิกซึ่งอิงตามนาฬิกาแบบดั้งเดิมและเหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทาง โดยหน้าปัดนี้จะทำให้ผู้ใช้ได้ติดตามเวลาของทั้ง 24 เขตเวลาจากหน้าปัดสองวงที่ซ้อนกัน ซึ่งใช้งานได้กับ Apple Watch Series 4 หรือใหม่กว่า ขณะที่หน้าปัด “ภาพถ่ายบุคคล” ใช้ความสามารถในด้านมิติความลึกของโหมดภาพถ่ายบุคคลบน iPhone ในการสร้างประสบการณ์ที่สวยงามและเป็นส่วนตัว

 

แอปทำสมาธิใหม่ การติดตามอัตราการหายใจขณะนอนหลับ และประเภทการออกกำลังกายใหม่อย่างไทชิและพิลาทิสสามารถช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงสมบูรณ์โดยรวมของผู้ใช้ได้ แอปกระเป๋าสตางค์และแอปบ้านใหม่ยังทำให้ Apple Watch กลายเป็นเครื่องมือที่สะดวกยิ่งขึ้นในการเปิดรถหรือเข้าออกสถานที่ต่างๆ ที่ผู้ใช้พักอาศัย ทำงาน หรือไปเยือน การเพิ่มประสิทธิภาพให้กับแอปข้อความและแอปรูปภาพก็ช่วยให้ผู้ใช้เชื่อมต่อกับคนที่พวกเขาที่รักได้ง่ายกว่าเดิม

 

อัปเดตการปั่นจักรยาน การออกกำลังกาย และการตรวจจับการล้ม

watchOS 8 ยังมาพร้อมคุณสมบัติใหม่ๆ สำหรับทุกคนที่ปั่นจักรยานอีกด้วย โดย Apple Watch จะใช้อัลกอริทึมขั้นสูงในการวิเคราะห์ข้อมูลจาก GPS, อัตราการเต้นของหัวใจ, อุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและไจโรสโคปเพื่อตรวจจับเมื่อผู้ใช้เริ่มปั่นจักรยาน และแจ้งให้พวกเขาเริ่มต้นการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานกลางแจ้ง หากยังไม่ได้กดเริ่ม6 ซึ่งนักปั่นจักรยานจะเห็นค่าวัดต่างๆ ตั้งแต่เริ่มออกกำลังกายครั้งแรก

เช่นเดียวกับการแจ้งเตือนการออกกำลังกายอัตโนมัติอื่นๆ นอกจากนี้ การออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานยังมีคุณสมบัติหยุดพักและทำต่อโดยอัตโนมัติ ดังนั้น ค่าวัดต่างๆ จึงสะท้อนเวลาจริงที่ใช้ในการเคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับการหยุดนิ่งได้อย่างแม่นยำมากขึ้น เช่น การหยุดรอที่สัญญาณไฟ

Apple Watch สามารถวัดแคลอรี่ที่เคลื่อนไหวได้แม่นยำยิ่งขึ้นเมื่อปั่นจักรยานไฟฟ้า เนื่องจากอัลกอริทึมการออกกำลังกายด้วยการปั่นจักรยานที่อัปเดตใหม่จะสามารถประเมิน GPS และอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อระบุได้แน่ชัดขึ้นว่าผู้ใช้กำลังปั่นจักรยานโดยใช้ตัวช่วยปั่นหรือใช้กำลังขาเพียงอย่างเดียว และการตอบสนองด้วยเสียงใหม่ผ่านลำโพงในตัวของ Apple Watch, AirPods หรือหูฟังบลูทูธอื่นๆ จะคอยแจ้งความก้าวหน้าในการออกกำลังกายและสถานะวงแหวนของกิจกรรมให้ผู้ใช้ทราบโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงจดจ่ออยู่กับกิจกรรมต่างๆ เช่น การวิ่งหรือ HIIT ได้การตรวจจับการล้มบน

Apple Watch ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเครื่องมือด้านความปลอดภัยที่ทรงคุณค่านับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2018 โดยคุณสมบัตินี้จะรับรู้ได้เมื่อผู้ใช้ไม่เคลื่อนไหวเป็นเวลาประมาณหนึ่งนาทีหลังตรวจพบการล้มอย่างรุนแรง และสามารถเริ่มโทรติดต่อบริการฉุกเฉินได้โดยตรงจากข้อมือ และใน watchOS 8 อัลกอริทึมการตรวจจับการล้มจะได้รับการอัปเดตและปรับให้เหมาะสำหรับการตรวจจับการล้มในระหว่างการออกกำลังกายประเภทต่างๆ รวมถึงการปั่นจักรยาน ทั้งยังได้รับการปรับแต่งมาให้รับรู้ถึงท่าทางเฉพาะและแรงกระแทกจากการล้มระหว่างปั่นจักรยานและการออกกำลังกายประเภทอื่นๆ ด้วย7

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ Apple Watch

คอลเลกชั่น Apple Watch Series 7 มาพร้อมตัวเรือนอะลูมิเนียมใน 5 สีใหม่ ได้แก่ สีมิดไนท์ สีสตาร์ไลท์ สีเขียว สีน้ำเงินใหม่ และรุ่น (PRODUCT)RED พร้อมด้วยสายนาฬิกา Apple Watch ในโทนสีใหม่ๆ ที่เข้ากันได้กับ Apple Watch ทุกรุ่น นอกจากนั้น Apple Watch Series 7 ยังใช้งานกับสาย Apple Watch ที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ได้อีกด้วย ขณะที่รุ่นสแตนเลสสตีล, Apple Watch Edition, Apple Watch SE และ Apple Watch Series 3 จะยังคงมาในสีเดิม

 

ขณะที่ Apple Watch Nike และ Apple Watch Hermès จะมาพร้อมสายนาฬิกาและหน้าปัดใหม่สุดพิเศษภายในปีนี้เช่นกัน สาย Nike Sport Loop โฉมใหม่มาในสามสีสันและโดดเด่นด้วยโลโก้ Nike Swoosh พร้อมตัวอักษรที่รวมเข้ากับการถักทอของสาย จับคู่มาอย่างลงตัวกับหน้าปัดนาฬิกา Nike Bounce ใหม่ ซึ่งจะเคลื่อนไหวแบบไดนามิกเมื่อมีการแตะหน้าจอ เลื่อน Digital Crown หรือขยับข้อมือ 

 

นอกจากสีสันที่ได้รับการอัปเดตใหม่ในสไตล์คลาสสิก, Attelage และ Jumping แล้ว Apple Watch Hermès ยังมาพร้อมสไตล์ใหม่อีกสองสไตล์ ได้แก่ สายแบบ Circuit H ในดีไซน์อันโดดเด่นสะดุดตาด้วยลวดลายกราฟิกของโซ่สมอเรืออันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งพิมพ์ลงบนหนัง Swift และจับคู่มากับหน้าปัดนาฬิกาที่ช่วยตอกย้ำความสมบูรณ์แบบ ส่วนสายแบบ Double Tour Gourmette นั้นเป็นการย้อนรำลึกถึงดีไซน์ปลอกคอสุนัขของ Hermès ในช่วงทศวรรษ 1930 โดยการนำหนัง Barénia สี Fauve อันอ่อนนุ่มมารังสรรค์ให้เป็นลายห่วงถักคล้องเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน สายนี้จะโอบรอบข้อมือของคุณสองรอบอย่างงดงามและเผยให้เห็นลายห่วงโซ่อันเป็นเอกลักษณ์ที่คล้องกันไปเรื่อยๆ

 

Apple Fitness+

ในวันจันทร์ที่ 27 กันยายนนี้ Apple Fitness+ ซึ่งเป็นบริการฟิตเนสบริการแรกที่สร้างขึ้นโดยอิงจาก Apple Watch ทั้งหมดจะเปิดตัวประเภทการออกกำลังกายใหม่ที่จะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพร่างกายด้วยพิลาทิส และวิธีง่ายๆ ในการฝึกสมาธิได้ทุกที่ทุกเวลาด้วยการทำสมาธิแบบมีคำแนะแนวทาง

นอกจากนี้ Fitness+ จะเปิดตัวโปรแกรมใหม่ในชื่อ Workouts to Get Ready for Snow Season ซึ่งนำโดยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2 สมัยและนักเล่นสกีแชมป์โลก 5 สมัยอย่าง Ted Ligety พร้อมด้วยเทรนเนอร์ของ Fitness+ Anja Garcia และภายในปีนี้ Fitness+ จะเปิดตัวการออกกำลังกายแบบกลุ่มด้วย SharePlay ซึ่งผู้ใช้สามารถออกกำลังกายกับเพื่อนได้ถึง 32 คนในคราวเดียวเพื่อสร้างแรงจูงใจให้กันและกัน

นอกจากนั้น Fitness+ จะขยายการให้บริการไปยัง 15 ประเทศใหม่ภายในปีนี้ ได้แก่ ออสเตรีย บราซิล โคลอมเบีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อินโดนีเซีย อิตาลี มาเลเซีย เม็กซิโก โปรตุเกส รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย สเปน สวิตเซอร์แลนด์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยจะมีให้บริการเป็นภาษาอังกฤษพร้อมคำบรรยายใน 6 ภาษา เพื่อให้ผู้คนทั่วโลกสามารถสัมผัสประสบการณ์การออกกำลังกายที่นำโดยทีมผู้ฝึกสอนที่หลากหลายและครอบคลุม พร้อมด้วยแนวทางที่เหมาะสำหรับทุกคน

Apple Watch กับสิ่งแวดล้อม

Apple Watch Series 7 มีการนำวัสดุรีไซเคิลมาใช้มากกว่า Apple Watch รุ่นอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับคำมั่นของ Apple ในด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีการใช้แร่โลหะหายากที่ผ่านการรีไซเคิล 100% ในแม่เหล็กทุกชิ้น รวมถึงใน Taptic Engine และมีการใช้ทังสเตนรีไซเคิลเกือบ 100% ทั่วทั้งผลิตภัณฑ์ ส่วนตัวเรือนก็ทำจากอะลูมิเนียมรีไซเคิล 100% สำหรับรุ่นอะลูมิเนียม และ Apple Watch Series 7 ยังผลิตขึ้นโดยไม่มีสารเคมีอันตราย เช่น ปรอท, PVC, เบริลเลียม และ BFR อีกด้วย

วันนี้การดำเนินงานของบริษัท Apple ทั่วโลกมีความเป็นกลางทางคาร์บอน และภายในปี 2030 เราวางแผนที่จะลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศให้เป็นศูนย์ในทุกภาคส่วนของธุรกิจ ซึ่งรวมถึงซัพพลายเชนการผลิตและวงจรชีวิตของสินค้าทั้งหมด นั่นหมายความว่าอุปกรณ์ Apple ทุกเครื่องที่จำหน่ายจะมีความเป็นกลางทางคาร์บอน 100% ตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วน การประกอบ การขนส่ง การใช้งานของลูกค้า การชาร์จ จนถึงการรีไซเคิลและการคัดแยกวัสดุการวางจำหน่าย

  • Apple Watch Series 7 ทุกรุ่นจะวางจำหน่ายภายในปีนี้
  • สาย Apple Watch ใหม่ และสาย Apple Watch Nike สามารถสั่งซื้อได้แล้ววันนี้ที่ apple.com/th/store และแอป Apple Store
  • Apple Watch Hermès Series 7 และสาย Apple Watch Hermès ใหม่จะวางจำหน่ายภายในปีนี้
  • watchOS 8 จะพร้อมใช้งานสำหรับ Apple Watch Series 3 และใหม่กว่า ในวันอังคารที่ 21 กันยายน และต้องใช้กับ iPhone 6s หรือใหม่กว่า ที่ใช้ iOS 15 หรือใหม่กว่า คุณสมบัติบางประเภทอาจใช้ไม่ได้ในอุปกรณ์บางเครื่องและในบางภูมิภาค

  1. ระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่แตกต่างกันไปตามการใช้งาน
  2. Apple Watch Series 7 มีความสามารถในการทนน้ำที่ระดับ 50 เมตรตามมาตรฐาน ISO 22810:2010 ซึ่งหมายถึงอาจสามารถใช้ในกิจกรรมน้ำตื้น เช่น การว่ายน้ำในสระหรือทะเล แต่ไม่ควรใช้ Apple Watch Series 7 ในการดำน้ำลึก การเล่นสกีน้ำ หรือกิจกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำที่มีความเร็วสูงหรือต้องอยู่ในน้ำที่ลึกกว่าระดับน้ำตื้น สายสแตนเลสสตีลและสายหนังไม่มีความสามารถในการทนน้ำ
  3. แอป ECG อาจไม่มีให้บริการในบางภูมิภาค
  4. การวัดค่าด้วยแอปออกซิเจนในเลือดไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้งานทางการแพทย์ รวมถึงเพื่อวินิจฉัยตนเองหรือปรึกษาแพทย์ แต่ออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ด้านฟิตเนสและสุขภาพที่ดีโดยทั่วไปเท่านั้น
  5. การชาร์จที่เร็วขึ้นอาจไม่มีให้บริการในบางภูมิภาค 6.ใช้งานได้บน Apple Watch SE, Apple Watch Series 6 และ Apple Watch Series 7
  6. การตรวจจับการล้มสำหรับการออกกำลังกายจะมาพร้อมการอัปเดต watchOS 8 ภายในปีนี้สำหรับ Apple Watch Series 4 และใหม่กว่า คุณสมบัตินี้ใช้กับการออกกำลังกายที่เริ่มต้นในแอปออกกำลังกายหรือแอปออกกำลังกายของบริษัทอื่นที่ซิงค์กับแอปสุขภาพ

 

ที่มา  apple.com 

Facebook Comments

Related Posts