กรุงเทพฯ 28 มีนาคม 2562 – ซีเอ็มลิ้งค์ บริการสื่อสารระหว่างประเทศของ ไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ซีเอ็มไอ) จับมือ ทรูมูฟ เอช ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเครือ ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดตัว “CMLink TrueMove H ซิม 4G ไร้พรมแดน ไทย-จีน”บริการสื่อสารระหว่างประเทศไทยและจีนครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอาใจชาวจีนทั้งที่เข้ามาท่องเที่ยว เรียนหนังสือ หรือย้ายมาทำงานในประเทศไทยพร้อมครอบครัว ชูจุดเด่นให้ลูกค้าซีเอ็มลิ้งค์ในไทยสามารถติดต่อสื่อสารกลับประเทศจีนได้อย่างสะดวกสบายแบบไร้ขีดจำกัดบนเครือข่ายสัญญาณคุณภาพ 4G ของทรูมูฟ เอชที่ดีที่สุดในไทย  

“ไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล  บริษัทในเครือไชน่า โมบายล์   มีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบบริการที่มีคุณภาพสูงของเราไปยังตลาดต่างประเทศ  ซึ่งปัจจุบัน  ไชน่า โมบายล์มีฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ราว 900 ล้านราย” นางจูลี่ นิง ผู้จัดการใหญ่ ไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย กล่าว “ซีเอ็มไอถือเป็นพันธสัญญาที่จะพัฒนานวัตกรรมการสื่อสาร สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ และผสมผสานเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยที่สุดมาเพื่อให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศจีนสื่อสารเชื่อมต่อกันได้ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผนวกกับการขยายตัวด้านการสื่อสารระหว่างจีนและไทยที่เพิ่มมากขึ้น   ซีเอ็มไอจึงตัดสินใจที่จะเปิดตัวบริการ CMLink Mobile Service ในประเทศไทยเพื่อรองรับความต้องการของชาวจีนในภูมิภาคนี้”

“กลุ่มทรูรู้สึกเป็นเกียรติและภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดให้บริการ CMLink TrueMove H ซิม 4G ไร้พรมแดน ไทย-จีน ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งก้าวที่สำคัญของทรูมูฟเอชในฐานะผู้นำด้านธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมที่มีศักยภาพทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ซึ่งเป็นไปตามปณิธานที่จะไม่หยุดยั้งในการพัฒนาเครือข่ายและเทคโนโลยีการสื่อสารที่แข็งแกร่ง เพื่อส่งมอบสุดยอดประสบการณ์การใช้งานและบริการคุณภาพเยี่ยม รวมทั้งการนำเสนอแพ็กเกจที่หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม” นาย จัสติน อัง เคง ทียอง รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

จากข้อมูลของหน่วยงานด้านประชากรของสหประชาชาติระบุว่า จำนวนชาวจีนที่เข้ามาอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2543 ถึง 2560 โดยในปี 2560เพียงปีเดียวนั้นมีชาวจีนเข้ามาอยู่ในภูมิภาคนี้ประมาณ 460,000 คน ซึ่งมากกว่า 1 ใน 3 ของชาวจีนเหล่านั้นเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย โดยประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอันดับ 1 ของชาวจีน  ซึ่งสอดคล้องกับที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยได้แถลงในปี 2561 ว่าชาวจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวอันดับที่ 1 ของไทยทั้งในด้านจำนวนและรายได้จากการท่องเที่ยวอีกด้วย

เพื่อเป็นช่องทางในการขยายและพัฒนาธุรกิจของไชน่า โมบายล์ในต่างประเทศ ซีเอ็มไอจึงมุ่งมั่นที่จะสรรหาบริการด้านการสื่อสารแบบเคลื่อนที่ที่รวดเร็วและสะดวกสบายที่สุดสำหรับชุมชนชาวจีน ซึ่งอาศัยอยู่ในต่างประเทศทั่วโลก ด้วยการสร้างเครือข่ายการสื่อสารเชื่อมโยงขนาดใหญ่ (Big Connectivity)  โดยได้เปิดตัวบริการสำหรับสมาชิกซีเอ็มลิ้งค์ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มชาวจีนจำนวนมากที่อาศัยอยู่นอกประเทศจีน โดยให้สมาชิกสามารถบริหารจัดการการใช้งานสื่อสารระหว่างประเทศ และเข้าถึงบริการดิจิทัลอื่นๆได้อย่างง่ายดายผ่านเว็บไซต์สมาชิกและแอป WeChat ของซีเอ็มลิ้งค์  สำหรับการเปิดตัวบริการ CMLink TrueMove H ซิม 4G ไร้พรมแดน ไทย-จีน ในประเทศไทยในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากที่ได้เปิดตัวไปใน สหราชอาณาจักรและญี่ปุ่นในปี 2560 และ 2561 ตามลำดับ   ซึ่งการเปิดบริการสุดพิเศษในไทยครั้งนี้ เป็นการเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจและตอกย้ำวิสัยทัศน์ของซีเอ็มไอในเรื่องการสร้างเครือข่ายการสื่อสารเชื่อมโยงขนาดใหญ่ (Big Connectivity) ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะสร้างประโยชน์แก่ชาวจีนในต่างประเทศให้สามารถเชื่อมโยงกับครอบครัว เพื่อนฝูง และเพื่อนร่วมงานในประเทศจีนได้ดียิ่งขึ้น

 โดยในงานแถลงข่าวเปิดตัว CMLink TrueMove H ซิม 4G ไร้พรมแดน ไทย-จีน ในประเทศไทย มีสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ รวมทั้งผู้บริหารจากซีเอ็มไอและกลุ่มทรู ผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย รวมทั้งผู้แทนกลุ่มบริษัท Sinopec เข้าร่วมงานเพื่อรับฟังข้อมูลและทดลองใช้งาน

บริการสุดพิเศษ CMLink TrueMove H ซิม 4G ไร้พรมแดน ไทย-จีน ประกอบด้วย

  • บริการ 2 เบอร์ใน 1 ซิม บริการฟรีSMSจากเบอร์ในเครือข่ายไชน่า โมบายล์มายังสมาชิกซีเอ็มลิ้งค์
  • สมาชิกสามารถโทรฟรี 1,000 นาทีไปยังเบอร์ในเครือข่ายไชน่า โมบายล์
  • นำเสนอแพ็กเกจทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยลูกค้าสามารถใช้งานเน็ตมือถือได้ต่อเนื่อง แม้ว่าจะเกิน

     โควต้าในแพ็กเกจไปแล้ว

  • ใช้งาน WeChat Weibo และ QQ ได้ฟรี
  • ลูกค้าสามารถเลือกชำระค่าบริการได้ผ่าน WeChat Pay, Alipay และ Union Pay

ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนใช้งานเพื่อสมัครเป็นสมาชิกซีเอ็มลิ้งค์ได้ผ่านทาง www.cmlink.com/id ลูกค้าสามารถซื้อซิมการ์ด เชื่อมโยงเบอร์ในเครือข่ายไชน่าโมบายล์ เติมเงิน และเปลี่ยนแพ็กเกจได้ผ่านทางเว็บไซต์ สะดวกรวดเร็วแบบ one-stop service เพียงแค่นี้ ลูกค้าซีเอ็มลิ้งค์ก็จะสามารถใช้งานบริการสื่อสารคุณภาพสูงจากซีอ็มไอ และ ทรูมูฟ เอช ได้ทันที

*เงื่อนไขข้างต้นไม่สามารถใช้กับบริการ Voice Call และ Video Call ที่ฝังมาในแอปพลิเคชั่นบางประเภท และการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ

# # # #

 

เกี่ยวกับบริษัทไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล

บริษัทไชน่า โมบายล์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ซีเอ็มไอ) บริษัทในเครือไชน่า โมบายล์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีนทั้งในแง่ของเครือข่ายและฐานผู้ใช้งาน โดยไชน่าโมบายล์ถือหุ้นทั้งหมดในซีเอ็มไอ ซึ่งก่อตั้งขึ้นในเดือนธันวาคม 2010 ณ เขตปกครองพิเศษฮ่องกง เพื่อพัฒนาบริการรองรับความต้องการที่เติบโตต่อเนื่องในตลาดโทรคมนาคมระดับโลก ปัจจุบันซีเอ็มไอมีธุรกิจอยู่ใน 22 ประเทศในทุกภูมิภาคของโลก รวมทั้งเป็นเจ้าของกว่า 40 ระบบเคเบิ้ลเพื่อการสื่อสารทั้งบนดินและใต้ทะเลทั่วโลกและมีแบนด์วิธระหว่างประเทศกว่า 39 เทระไบต์และ 164 points of presence (POPs) จากจุดเริ่มต้นในฮ่องกง ซีเอ็มไอได้เร่งขยายงานด้านอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ในระดับโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ เพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งสำหรับการให้บริการดาต้าเซ็นเตอร์บนระบบคลาวด์

ด้วยความสนับสนุนอันแข็งแกร่งจากไชน่าโมบายล์ ซีเอ็มไอถือเป็นพันธมิตรธุรกิจที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างยิ่งในการให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศแบบครบวงจร รวมถึงโซลูชั่นที่หลากหลายให้กับลูกค้าองค์กรธุรกิจระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการธุรกิจสื่อสาร และผู้ใช้งานมือถือโดยทั่วไป

 

เกี่ยวกับ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น

บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมครบวงจรหนึ่งเดียวในประเทศไทย และเป็นผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ ให้บริการลูกค้ากว่า 40 ล้านราย กลุ่มทรูแข็งแกร่งและโดดเด่นด้วยยุทธศาสตร์คอนเวอร์เจนซ์ที่สามารถนำเสนอบริการที่ผสมผสานเครือข่าย สินค้า และบริการภายในกลุ่มทรู โดยมีธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ คือ กลุ่มทรูโมบายล์ ประกอบด้วย “ทรูมูฟ เอช“ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นอันดับ 2 ของไทย ผู้ให้บริการ 4G+ บนคลื่นความถี่ 900, 1800, 2100 เมกะเฮิร์ตซ์ รวมทั้งคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ์ของ บมจ. กสท โทรคมนาคม โดยทรูมูฟ เอช ได้ผสมผสานการให้บริการบน 4 คลื่นความถี่ที่มี bandwidth สูงสุดถึง 55 เมกะเฮิร์ตซ์ หรือที่เรียกว่า Carrier Aggregation (CA) เพื่อพัฒนาเครือข่าย 4G+ ที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมมากที่สุดในประเทศและยังสามารถให้บริการสปีดสูงสุดถึง 300 Mbps – 1 Gbps“ทรูออนไลน์” ไฟเบอร์อินเทอร์เน็ตยอดนิยมของคนไทย   ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ตอบสนองชีวิตที่พร้อมสมาร์ทขึ้นในยุคดิจิทัล 4.0  ซึ่งต้องการความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทรูออนไลน์ เป็นผู้นำตลาดอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ด้านความเร็ว ด้วยโครงข่ายล้ำสมัยทรู ซูเปอร์ สปีด ไฟเบอร์ เทคโนโลยีระดับโลกส่งตรงถึงหน้าบ้าน ที่มีความเสถียรและความเร็วสูง และมอบความคุ้มค่าสูงสุดจากกลุ่มทรูในฐานะผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ตัวจริงรายเดียวในไทย และ “ทรูวิชั่นส์” ผู้ให้บริการโทรทัศน์ระบบบอกรับเป็นสมาชิกรายใหญ่ที่สุด ให้บริการทั่วประเทศ และเป็นรายแรกที่เปิดบริการคอนเท้นต์ในระบบ HD คุณภาพสูง ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย เครือเจริญโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจครบวงจรชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มไชน่า โมบายล์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยมูลค่าหุ้นรวม สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลุ่มทรู สามารถค้นหาได้ที่ www.truecorp.co.th

 

ประวัติผู้บริหาร

นายจัสติน อัง เคง ทียอง

รองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น

ในฐานะรองหัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่ม ด้านการพาณิชย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จัสติน มีบทบาทหลักในการบริหารการสร้างรายได้และกิจกรรมทางการตลาดของธุรกิจหลักของกลุ่ม ทั้งทรูมูฟ เอช ทรูออนไลน์ และทรูวิชั่นส์ อีกทั้งยังเป็นผู้นำในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้า รวมทั้งการวางแผนการตลาดโดยรวม
ก่อนร่วมงานกับกลุ่มทรู จัสติน เคยรับตำแหน่งผู้บริหารด้านผลิตภัณฑ์ที่ StarHub โดยมีความรับผิดชอบหลักในเรื่องการเงินและผลประกอบการของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ StarHub อันได้แก่ ธุรกิจโมบายล์ บรอดแบนด์ โทรทัศน์ และบริการโอทีที StarHub Go
ก่อนหน้านั้น เขาทำงานเป็นผู้บริหารด้านกลยยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียใต้ที่ Apple เป็นเวลาหลายปี โดยรับผิดชอบการขายผลิตภัณฑ์ของ Apple ใน 17 ตลาด รวมทั้งกลุ่ม ASEAN และตลาดเกิดใหม่ เช่น เวียดนาม ศรีลังกา และมองโกเลีย ซึ่งเขาสามารถทำยอดขายทะลุ 2 พันล้านเหรียญสหรัฐต่อปี
จัสตินจบการศึกษาด้านวิศวกรรมศาสตร์ (โทรคมนาคม) เกียรตินิยมอันดับ 1 จาก University of Sydney ประเทศออสเตรเลีย

Facebook Comments