อีเลคโทรลักซ์ หรือที่เรามักจะเห็นชื่อคุ้นตาบนผลิตภัณฑ์รอบ ๆ ตัวเราว่า “Electrolux” ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมและเป็นผู้นำของตลาดรายหนึ่งมาโดยตลอด

หนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงนวัตกรรมและวิสัยทัศน์ที่ล้ำหน้าของอีเลคโทรลักซ์ คือการแนะนำ หุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่เคลื่อนที่ด้วยตัวเอง เป็นรายแรกของโลก ด้วยการวางตลาด “the Trilobite” ในปี  พ.ศ. 2544 ที่สร้างความฮือฮาถึงกับได้รับเข้าไปบรรจุอยู่ในรายการ “Tomorrow’s World” ซึ่งเป็นรายการเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของ BBC

 

Electrolux

ถ้าจะย้อนรอยความเป็นมา จะเห็นว่าอีเลคโทรลักซ์สร้างชีวิตที่ดีขึ้นและสะดวกสบายขึ้นให้กับทั่วโลกมานานกว่าร้อยปี เริ่มตั้งแต่การก่อตั้ง บริษัท AB Lux ขึ้นในปี พ.ศ. 2444 ณ กรุงสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพื่อวางตลาด Lux lamp ซึ่งเป็นตะเกียงน้ำมันก๊าดสำหรับใช้กลางแจ้ง และเป็นตะเกียงที่นิยมใช้ตามประภาคารทั่วโลก

11 ปีต่อมา จึงได้เริ่มเริ่มผลิตเครื่องดูดฝุ่นขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ Lux 1 และจากนั้นก็ได้ผลิตและแนะนำผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนออกมาอย่างต่อเนื่อง

ในปีพ.ศ. 2462 บริษัทฯ ได้เปลี่ยนมาใช้ชื่อ “อีเลคโทรลักซ์” อย่างที่เราคุ้นหูในปัจจุบัน ซึ่งแต่เดิมยังสะกดแบบสวีเดนคือ Elektrolux เพิ่งมาเปลี่ยนเป็น “Electrolux” อย่างที่รู้จักกันในปัจจุบันเมื่อปี พ.ศ. 2500 นี่เอง

ปีพ.ศ. 2463 อีเลคโทรลักซ์ ก็ได้วางตลาดเตาไฟฟ้าเป็นครั้งแรกในสวีเดน จากเดิมที่ใช้เตาที่ใช้เชื้อเพลิงแบบอื่น ๆ

ในระหว่างนั้น อีเลคโทรลักซ์ได้ขยายออกไปสู่ประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อียิปต์ จีน หรือแม้กระทั่งสิงคโปร์ ทำให้คนทั่วโลกรู้จักและไว้วางใจในคุณภาพสินค้าและแบรนด์ อีเลคโทรลักซ์

ปี พ.ศ. 2483 เครื่องปั่นอเนกประสงค์ออกวางตลาดและกลายเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ขายดีของบริษัทฯ พร้อมกับกลายเป็นสินค้าที่แต่ละครัวเรือนมักจะมีติดบ้าน เพราะช่วยลดระยะเวลาในการเตรียมอาหารเป็นอย่างดี

จนถึงปี พ.ศ. 2487 อีเลคโทรลักซ์เข้าซื้อกิจการบริษัท Bohus Mekaniska Verkstads AB ในกอเทนเบิร์ก ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ธุรกิจเครื่องซักผ้าเป็นครั้งแรก จนกลายเป็นผู้นำในด้านธุรกิจเครื่องซักผ้ามาจนทุกวันนี้

อีเลคโทรลักซ์ ได้เริ่มวางตลาด W20 เครื่องซักผ้าที่ใช้ในบ้านเป็นเครื่องแรกปี พ.ศ. 2494 ก่อนหน้านั้น เครื่องซักผ้ามักเป็นเครื่องขนาดใหญ่และใช้เพื่อการพาณิชย์ ไม่ได้เหมาะสำหรับการใช้ในครัวเรือน

ปี พ.ศ. 2502 อีเลคโทรลักซ์วางตลาดเครื่องล้างจาน และตู้เย็นที่รวมเอาตู้เย็นและตู้แช่แข็งไว้ในเครื่องเดียวกัน เป็นครั้งแรก โดยสมัยนั้น เครื่องที่ช่วยทำให้เกิดความเย็นมักจะอยู่ด้านบนของตู้เย็น

ในปีพ.ศ. 2512 ได้วางตลาดเตาอบที่ทำความสะอาดตัวเอง หรือ self-cleaning oven ที่ใช้ความร้อนในการเผาไหม้เศษเหลือทิ้งจากการอบ โดยไม่ต้องใช้สารเคมีใด ๆ ในการทำความสะอาด และในปีถัดมา ได้วางตลาดเครื่องเตาอบไมโครเวฟ Microlux

ปี พ.ศ. 2542 วางตลาดตู้เย็นอัจฉริยะ Screenfridge ซึ่งมีหน้าจอทัชสกรีนบนตู้เย็น ก่อนที่จะมาวางตลาดหุ่นยนต์ดูดฝุ่นเครื่องแรกของโลกในอีกสองปีถัดมา

แม้จะเน้นการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้น แต่จุดเด่นอีกประการหนึ่งของอีเลคโทรลักซ์คือการออกแบบที่สวยงามและคงทน ตัวอย่างเช่น เครื่องดูดฝุ่น Ergorapido ที่เป็นการปฏิวัติรูปแบบของเครื่องดูดฝุ่นที่มักเป็นแนวนอน กลายเป็นเครื่องดูดฝุ่นแนวตั้งที่สะดวก เบา เคลื่อนที่อย่างสะดวก โดยเจเนอเรชั่นแรกของ Ergorapido ได้ออกสู่ตลาดเมื่อ ปี พ.ศ. 2547 และยังคงรูปลักษณ์ที่สวยงาม ทันสมัยอยู่จนถึงทุกวันนี้

“สิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยี แต่อยู่ที่ประสบการณ์ เราไม่พูดถึงความเร็วของการทำงานของไมโครโพรเซสเซอร์ของเครื่องใช้ในครัวเรือนอีกต่อไป แต่เราจะพูดถึงว่าจะทำอะไรให้กับผู้บริโภคได้บ้าง”  โจนาส แซมมวลสัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอีเลคโทรลักซ์ กล่าว

ในหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมา อีเลคโทรลักซ์เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีของผู้บริโภค ให้มีชีวิตประจำวันที่ดีขึ้น สะดวกขึ้น และมีสไตล์มากขึ้น สำหรับในอีกร้อยปีจากนี้ บริษัทฯ ไม่เพียงแต่ยังยึดหลักปรัชญาหลักเหล่านี้ แต่ยังจะก้าวไปสู่เรื่องของการเติบโตอย่างยั่งยืนให้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

อีเลคโทรลักซ์ เป็นบริษัทผู้นำด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 จากรางวัลดัชนีดาวโจนส์การสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อมระดับโลก (Dow Jones’ Sustainability World Index Award) เริ่มตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ วัสดุที่เลือกใช้ ไปจนถึงขึ้นตอนการผลิตที่โรงงานที่ผลิต มาถึงตัวผลิตภัณฑ์ จนไปถึงตัวผู้บริโภค ต้องประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ประหยัดพลังงาน คือวัดทุกขั้นตอนอย่างเป็นรูปธรรมตั้งแต่เริ่มออกแบบจนถึงมือผู้บริโภค

นอกจากนี้อีเลคโทรลักซ์ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในร้อยองค์กรระดับโลกที่เป็นผู้นำด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยคิดเป็น 1.3% จากองค์กรชั้นนำทั่วโลก โดย Corporate Knights เป็นผู้จัดอันดับและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ จาก 7,500 องค์กร ในการประชุมเศรษฐกิจหรือ World Economic Forum ประจำปี 2019 ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์,

ได้รับการจัดลำดับให้เป็นองค์กรในระดับ A List ในฐานะองค์กรที่มีการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดย ซีดีพี (CDP: Carbon Disclosure Project)

รวมถึงได้รับรางวัล Gold Class Award ด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน จากการจัดลำดับโดย RobecoSAM โดยในปีที่ผ่านมาอีเลคโทรลักซ์สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนลงได้ถึง 66% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

ผลิตภัณฑ์ของอีเลคโทรลักซ์แม้จะมีเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่าง IoT เข้ามาในทุกมิติเพื่อให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์คนในปัจจุบัน เช่น เครื่องดูดฝุ่น Pure i9, เตาอบรุ่น EOAAS31WX  Sous Vide Steam Oven, เครื่องปั่นน้ำผลไม้ Master 9 ที่ล้วนมีฟังก์ชั่นเชื่อมต่อกับ wi-fi สั่งงานได้แม้จากทุกที่ทั่วโลกที่มีอินเทอร์เน็ต

และในส่วนของการดูแลเสื้อผ้า ยังมีแอปพลิเคชั่น Care Advisor™ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมการซักและปริมาณผงซักฟอกที่เหมาะสำหรับผ้าและคราบสกปรกที่แตกต่างกัน และสามารถสั่งการทำงาน ดูสถานะการซักผ่านโทรศัพท์มือถือ

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ อีเลคโทรลักซ์ ก็ยังเน้นการนำนวัตกรรมมาช่วยเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน อาทิ

  • เครื่องซักผ้าฝาหน้า Ultimate Care Series ด้วยเทคโนโลยี SensorWash™ ที่ซักสะอาดกว่าด้วยระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ตรวจจับคราบสกปรกเพื่อปรับเวลาการซักโดยอัตโนมัติ ทั้งยังตรวจจับคราบผงซักฟอกตกค้างเพื่อปรับเพิ่มรอบล้างน้ำโดยอัตโนมัติ มั่นใจได้ว่าซักสะอาดล้ำลึก แม้ไม่ใช้น้ำร้อน อ่อนโยนต่อเนื้อผ้าและรักษาสีสันให้สวยสดใส ซักได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
  • ส่วนเทคโนโลยี UltraMixTM เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยผสานผงซักฟอกกับน้ำให้เข้ากันทั่วถึง ก่อนฉีดเข้าไปในถังซัก ช่วยให้ผ้าสะอาดล้ำลึกและคงสีสันสดใส ลดโอกาสสีซีดจางลงถึง 31% หลังการซัก 52 ครั้ง รวมทั้งประหยัดพลังงานขึ้น 75% และประหยัดเวลาขึ้น 44% พร้อมด้วยระบบ Vapour Care ที่ใช้ไอน้ำอย่างอ่อนโยนในขั้นตอนสุดท้ายของการซัก เพื่อช่วยขยายใยผ้าทำให้ผ้านุ่มฟู ลดรอยยับได้ถึง 22% ช่วยลดหรือประหยัดเวลาในการรีด ด้วยการรับรอง Woolmark Blue Certification ทำให้มั่นใจว่าขนาดเสื้อผ้าขนสัตว์ก็ยังได้รับการดูแลอย่างทะนุถนอมที่สุด นอกจากนี้ ยังมีผลช่วยกำจัดสารก่อภูมิแพ้ได้ถึง 99%  อีเลคโทรลักซ์ยังก้าวล้ำไปอีกขั้น ตอบโจทย์คนในยุคปัจจุบัน ด้วยการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน นำเสนอแอปพลิเคชั่น Care Advisor™ ที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับโปรแกรมการซักและปริมาณผงซักฟอกที่เหมาะสำหรับผ้าและคราบสกปรกที่แตกต่างกัน และสามารถสั่งการทำงาน ดูสถานะการซักผ่านโทรศัพท์มือถือ  ซึ่งเมื่อเทียบกับเครื่องซักผ้าฝาบนจะประหยัดกว่าถึง 50% จุดมุ่งหมายของการคิดค้นนวัตกรรมเหล่านี้ก็เพื่อรักษาเนื้อผ้าและสีสันให้สวยคงทน สามารถใช้ไปนาน ๆ เพื่อการใช้ทรัพยากรที่คุ้มค่า
  • เตารีดแรงดันไอน้ำ RENEW 800 กำหนดอุณหภูมิแม่นยำเหมาะสมกับผ้าแต่ละแบบ ถนอมใยผ้า ทำให้สีสันคงทน
  • ตู้เย็น Nutrifresh™ series ที่ช่วยคงคุณค่าสารอาหารและความสดใหม่ให้กับผักผลไม้นานถึง 7 วัน ด้วยเทคโนโลยี Tastelock crisper with Nutriplus ซึ่งแบ่งออกเป็นสองส่วน คือ Tastelock crisper ที่เป็น Dual Seal ช่วยล็อคลิ้นชักให้แนบสนิททำให้อากาศภายในลิ้นชักมีเสถียรภาพ และตัวกรอง Nutriplus ซึ่งมีชั้นกรองสามชั้น ช่วยคงคุณค่าสารอาหาร ลดแบคทีเรีย และกำจัดแก๊สเอทิลีนที่ปล่อยออกจากผักและผลไม้จึงคงความสดได้ยาวนานขึ้น ให้อาหารเป็นประโยชน์ได้มากที่สุด ลดการทิ้งขยะอาหารจากเน่าเสีย การประหยัดพลังงานและการลดของเหลือทิ้งจะช่วยด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นต้น

นายรัชตะ สุทธาพัฒน์ธานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเลคโทรลักซ์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า อีเลคโทรลักซ์ยังคงรักษาความเป็นผู้นำในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่างต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์ของอีเลคโทรลักซ์ที่ผ่านมาและต่อจากนี้ไป

นอกจากต้องตอบโจทย์ที่จะให้ชีวิตผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ศึกษาวิจัยเพื่อให้เกิดนวัตกรรมเทคโนโลยี ดีไซน์สวยเรียบหรู การใช้งานที่ตรงใจผู้บริโภคแล้ว เรายังให้ความสำคัญอย่างมากว่าผลิตภัณฑ์ของเราต้องดีต่อสิ่งแวดล้อม”

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อีเลคโทรลักซ์ สามารถสอบถามได้ที่จุดขายทั่วประเทศ และที่ศูนย์บริการลูกค้าอีเลคโทรลักซ์ โทร. 02 725 9000 และสามารถติดตามข่าวสารที่น่าสนใจได้ทางเว็บไซต์ www.electrolux.co.th เฟซบุ๊ค www.facebook.com/electroluxthailand อินสตาแกรม @electroluxth และ youtube: Electrolux Thailand

Facebook Comments