[14 กุมภาพันธ์ 2563, เซินเจิ้น ประเทศจีน] จากกรณีที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้กล่าวหาหัวเว่ยต่อสาธารณะชนในข้อหาสอดแนมผู้ใช้งานเครือข่ายโทรศัพท์มือถือด้วยอุปกรณ์ของหัวเว่ย ซึ่งรายงานจากสานักข่าวเดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) เมื่อวันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลของประธานาธิบดีทรัมป์ได้ยกระดับการแบนหัวเว่ยขึ้นอีกขั้น เพื่อชักจูงให้ประเทศพันธมิตรเลิกใช้ผลิตภัณฑ์ของหัวเว่ย แท้จริงแล้ว “ประตูหลังของระบบ (backdoor)” ที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างถึงนั้น เป็นเพียง “อินเตอร์เฟสสาหรับใช้เพื่อการสกัดกั้นทางกฏหมาย” ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่จาเป็นต้องมีตามข้อบังคับทางกฎหมาย และได้รับการใส่เข้ามาในระบบ เพื่ออานวยความสะดวกในการตรวจสอบอาชญากรรมต่างๆ ซึ่งโดยปกติแล้วจะถูกส่งมอบโดยผู้ให้บริการเครือข่าย ไม่ใช้ผู้จัดจาหน่ายอุปกรณ์


ตามหลักฐานจากข้อมูลที่สโนว์เดนได้เปิดเผยออกมาทาให้พบว่า สหรัฐฯ ได้มีการสอดแนมเข้าถึงเครือข่ายโทรคมนาคมทั่วโลก และคอยล้วงข้อมูลในประเทศอื่นๆ มาเป็นระยะเวลานาน โดยรายงานของสานักข่าววอชิงตันโพสต์ (Washington Post) เมื่อต้นสัปดาห์นี้ที่พูดถึงการที่หน่วย CIA ได้ใช้บริษัทลับในการล้วงข้อมูลของประเทศอื่นเป็นเวลาหลายทศวรรษยิ่งถือเป็นหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี
ข้อกล่าวหาของสหรัฐฯ ที่มีต่อหัวเว่ยโดยใช้การสกัดกั้นตามกฏหมายเป็นเพียงการกล่าวหาอย่างเลื่อนลอย พวกเขาไม่มีข้อมูลหลักฐานและตรรกะที่ยอมรับได้ในวงการความปลอดภัยทางไซเบอร์ หัวเว่ยไม่เคยและไม่มีวันที่จะสอดแนมเข้าแทรกแซงเครือข่ายโทรคมนาคมใดๆ และหัวเว่ยไม่มีความสามารถในการทาเช่นนั้น หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล (The Wall Street Journal) นั้นทราบเป็นอย่างดีว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ไม่สามารถมอบหลักฐานใดๆเพื่อสนับสนุนข้อกล่าวหานี้ได้ แต่ยังคงเลือกที่จะกล่าวซ้าถึงข้อโกหกจากทางการสหรัฐฯในประเด็นนี้ สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าเดอะวอลล์สตรีท เจอร์นัลนั้นมีอคติกับหัวเว่ยและยังทาลายความน่าเชื่อถือของสานักพิมพ์เอง
บทบาทของหัวเว่ยในฐานะผู้จัดจาหน่ายอุปกรณ์ด้านโทรคมนาคม คือการส่งมอบอุปกรณ์เครื่องมือตามมาตรฐาน 3GPP/ETSI เช่นเดียวกับผู้จัดจาหน่ายรายอื่นๆ เราปฏิบัติตามมาตรฐานการสกัดกั้นตามกฏหมายของอุตสาหกรรม อย่างเช่น มาตรฐาน 3GPP’s TS 33.107 สาหรับเครือข่าย 3G และ TS 33.128
แถลงการณ์
สาหรับเครือข่าย 5G สิ่งนี้คือจุดที่แสดงถึงความรับผิดชอบของหัวเว่ยในด้านการเคารพต่อประเด็นเรื่องการสกัดกั้นทางกฎหมาย
การดาเนินงานตรวจสอบควบคุมที่แท้จริง รวมถึงการใช้อินเตอร์เฟซการสกัดกั้นทางกฏหมายนั้น สามารถดาเนินการได้โดยผู้ให้บริการเครือข่ายและหน่วยงานที่ทาหน้าที่ในด้านการกากับดูแลเท่านั้น โดยที่อินเตอร์เฟซสาหรับการสกัดกั้นนั้นจะอยู่ในสถานที่ที่ได้รับการป้องกันจากฝั่งผู้ให้บริการ และจะดาเนินการด้วยพนักงานที่ผ่านการรับรองจากรัฐบาลในประเทศนั้นๆ โดยผู้ให้บริการเครือข่ายจะมีกฏปฏิบัติงานที่เข้มงวดในการให้บริการและคอยดูแลอินเตอร์เฟซดังกล่าว โดยที่หัวเว่ยไม่ได้พัฒนาหรือผลิตเครื่องมือการสกัดกั้นใดๆ นอกเหนือไปจากนี้
หัวเว่ยเป็นเพียงผู้จัดจาหน่ายเครื่องมือเท่านั้น และด้วยบทบาทนี้ การเข้าถึงเครือข่ายของลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการที่ลูกค้าไม่รู้เห็นจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เราไม่มีความสามารถที่จะหลบเลี่ยงผู้ให้บริการเครือข่าย หรือเข้าถึงการควบคุม และนาข้อมูลจากเครือข่ายออกไปได้โดยไม่มีการตรวจจับจากระบบไฟร์วอลล์และระบบรักษาความปลอดภัยของระบบ ในความเป็นจริงแล้ว แม้แต่หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล เองก็ยอมรับว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นั้นไม่สามารถให้รายละเอียดที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมสาหรับข้อกล่าวหาเรื่อง “ประตูหลังของระบบ (backdoor)” ที่ว่านี้ได้
หัวเว่ยยึดถือเรื่องความปลอดภัยทางไซเบอร์และการรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้เป็นสิ่งสาคัญอันดับหนึ่ง สาหรับความคิดเห็นจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ นั้น ถือเป็นการละเลยการลงทุนจานวนมหาศาล, แนวทางการปฏิบัติที่ดีระหว่างหัวเว่ยและผู้ให้บริการเครือข่ายในด้านการจัดการความเสี่ยงความปลอดภัยทางไซเบอร์ เรามีความไม่พอใจเป็นอย่างมากที่รัฐบาลสหรัฐฯ พยายามที่จะกล่าวหาหัวเว่ยในประเด็นด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ หากสหรัฐฯ สามารถค้นพบจุดที่หัวเว่ยละเมิดดังที่กล่าวหาจริง เราร้องขอให้สหรัฐฯ เปิดเผยหลักฐานที่มีรายละเอียดชัดเจนอีกครั้ง แทนการใช้สื่อมวลชนเป็นเครื่องมือในการแพร่กระจายข่าวลือ
ทั้งนี้ ผู้ให้บริการเครือข่าย บริษัทโทรคมนาคมดอยช์ เทเลคอม (Deutsch Telecom) และโวดาโฟน (Vodafone) ยังยืนยันว่า ไม่พบสิ่งไม่ถูกต้องใดๆ ในการทางานร่วมกับหัวเว่ย
# # #

แถลงการณ์
เกี่ยวกับหัวเว่ย
หัวเว่ย ผู้นาด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสมาร์ทดีไวซ์ ด้วยโซลูชั่นที่ผสมผสานในสี่กลุ่มหลัก คือ เครือข่ายโทรคมนาคม, ไอที, สมาร์ทดีไวซ์ และบริการคลาวด์ บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะนาเทคโนโลยีดิจิทัลมาสู่การใช้งานทุกระดับเพื่อทุกผู้คน ทุกครัวเรือน และทุกองค์กร เพื่อขับเคลื่อนโลกอัจฉริยะที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างเต็มรูปแบบ ผลิตภัณฑ์ โซลูชั่นและบริการที่ครบวงจรของหัวเว่ยเปี่ยมด้วยศักยภาพด้านการแข่งขันและเชื่อถือได้ จากการทางานร่วมกับพันธมิตรในระบบนิเวศแบบเปิด หัวเว่ยสามารถสร้างมูลค่าระยะยาวให้กับลูกค้า เสริมสมรรถนะของผู้คน ช่วยให้การใช้ชีวิตที่บ้านมีความสะดวกสบาย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดนวัตกรรมในองค์กรทุกรูปแบบและทุกขนาด นวัตกรรมของหัวเว่ยเน้นตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า เราทุ่มงบประมาณจานวนมหาศาลในด้านการวิจัย เน้นค้นหานวัตกรรมด้านเทคนิคใหม่ ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนโลกของเราให้ก้าวไปข้างหน้า เรามีพนักงานกว่า 180,000 คน ดาเนินธุรกิจในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก หัวเว่ยก่อตั้งขึ้นในปี 2530 และเป็นบริษัทเอกชนที่มีพนักงานเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของหัวเว่ย ได้ที่ www.huawei.com
ติดตามเราได้ที่
http://www.linkedin.com/company/Huawei

http://www.facebook.com/HuaweiTechTH
http://www.youtube.com/Huawei

Facebook Comments