แอลจีเผยผลประกอบการประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 สร้างสถิติยอดขายประจำไตรมาสสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดย J.wasan
0 ความเห็น 76 views

กรุงโซล, 2 สิงหาคม 2564 – แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ (แอลจี) ประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสที่สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ในขณะที่บริษัทยังคงขยายส่วนแบ่งตลาดนอกประเทศเกาหลีใต้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง โดยมีผลประกอบการรวมทั่วโลกที่ 1.526 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.04 แสนล้านบาท) เติบโตขึ้น 48.4 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว กำไรจากการดำเนินงานประจำไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 เพิ่มขึ้น 65.5 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว มูลค่า 992.08 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3.27 หมื่นล้านบาท) ทั้งนี้ ไม่รวมผลจากกลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือซึ่งชะลอการดำเนินงานอย่างเป็นทางการเมื่อช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกพิจารณาว่าเป็นการดำเนินธุรกิจที่ถูกยกเลิกไปแล้ว และจะไม่ถูกนำมารวมในรายงานผลประกอบการประจำไตรมาสอีกต่อไป

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและเครื่องปรับอากาศรายงานรายได้ประจำไตรมาสที่ 2 อยู่ที่ 6.08 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.01 แสนล้านบาท) ซึ่งเติบโตอย่างแข็งแกร่งที่ 32.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2 ของปีที่ผ่านมา กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 6.8 เปอร์เซ็นต์จากไตรมาสที่ 2 ของปีที่แล้ว ที่ 582.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.92 หมื่นล้านบาท) โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากยอดขายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในตลาดอื่น ๆ นอกประเทศเกาหลีใต้ และการบริหารจัดการทรัพยากรที่ดียิ่งขึ้น แม้มีการคาดการณ์ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นเนื่องจากวัตถุดิบในการผลิตจะขาดแคลนมากขึ้น ในขณะที่โลกซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มกลับสู่สภาวะปกติ แอลจีคาดหวังว่าความสามารถในการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์และประสิทธิภาพในการดำเนินงานจะช่วยให้บริษัทรักษาอัตรายอดขายและผลกำไรสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในตลาดหลักได้สำเร็จ

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ มีรายได้เพิ่มขึ้นที่ 3.60 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.19 แสนล้านบาท) ในไตรมาสที่ 2 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่ 79.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดที่ 297.35 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 9.81 พันล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 216.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบแบบปีต่อปี เป็นผลจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นต่อผลิตภัณฑ์ทีวี OLED และการฟื้นตัวของตลาดทีวีทั่วโลก กลุ่มผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ของแอลจีได้วางกลยุทธ์โดยเน้นการขยายกลุ่มลูกค้าทีวีระดับพรีเมียมให้เติบโตและบริหารจัดการสินค้าคงคลังให้คล่องตัวยิ่งขึ้น

 

กลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ บรรลุเป้าหมายในการสร้างยอดขายประจำไตรมาสที่ 2 ที่ 1.68 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 5.54 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญที่106.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2563 โดยเป็นผลลัพธ์มาจากการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ และความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) การดำเนินงานของกลุ่มผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ขาดทุนที่ 92.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 3.04 พันล้านบาท) เนื่องจากเซมิคอนดักเตอร์ซึ่งเป็นชิ้นส่วนยานยนต์มีราคาพุ่งสูงขึ้นในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา นอกจากนี้ แอลจียังต่อยอดความรู้ความเชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง โดยก่อตั้งกิจการร่วมค้ากับ แม็กนา อินเตอร์เนชั่นแนล (Magna International) ซึ่งเคยประกาศความร่วมมือออกไปก่อนหน้านี้ ภายใต้บริษัทใหม่ที่มีชื่อว่า แอลจี แม็กนา อี-พาวเวอร์เทรน (LG Magna e-Powertrain) โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

กลุ่มธุรกิจโซลูชั่นสำหรับองค์กร สร้างสถิติรายได้ประจำไตรมาสที่ 2 ที่ 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 4.95 หมื่นล้านบาท) ซึ่งเติบโตอย่างมั่นคงที่ 28.9 เปอร์เซ็นต์จากปีที่ผ่านมา โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักมาจากความต้องการอย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่องในผลิตภัณฑ์พีซี จอมอนิเตอร์ และการฟื้นตัวทีละน้อยของป้ายโฆษณาดิจิทัลและระบบทีวีโรงแรม อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานยังคงขาดทุนที่ 55.01 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 1.82 พันล้านบาท) เนื่องจากราคาที่สูงขึ้นของชิ้นส่วนหลัก ได้แก่ แผงจอ LCD และโซลาร์เวเฟอร์ โดยแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อสร้างการเติบโตของผลกำไรขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของตลาด B2B รวมถึงการพัฒนาเสถียรภาพของชิ้นส่วนหลัก และการดำเนินงานเพื่อลดต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

 

ข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของไตรมาสที่2 ปี 2564 

รายได้ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบด้านบัญชีประจำไตรมาสของ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ IFRS (International Financial Reporting Standards) สำหรับช่วงสามเดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 ทั้งนี้ อัตราแลกเปลี่ยนของเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐจะเท่ากับอัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของสามเดือนในไตรมาสเดียวกัน โดยอัตราแลกเปลี่ยน ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 อยู่ที่ 33 บาทต่อ 1 เหรียญสหรัฐฯ (ตามอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราของธนาคารแห่งประเทศไทย) 

# # #

เกี่ยวกับ แอลจี อีเลคทรอนิคส์    

แอลจี อีเลคทรอนิคส์ อิงค์ เป็นผู้สร้างนวัตกรรมระดับโลกทั้งด้านเทคโนโลยีและการผลิตใน 140 แห่ง พร้อมพนักงานมากกว่า 70,000 คนทั่วโลก ในปี 2018 ยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 54.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแอลจีประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจห้ากลุ่ม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านและโซลูชั่นส์เครื่องปรับอากาศ โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ โทรศัพท์มือถือ โซลูชั่นส์ผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ทั้งนี้ แอลจีถือเป็นผู้ผลิตชั้นนำระดับโลกสำหรับผลิตภัณฑ์ที ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และโทรศัพท์มือถือ รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมอย่าง LG SIGNATURE และ LG ThinQ ที่มาพร้อมกับปัญญาประดิษฐ์หรือ AI สำหรับข้อมูลข่าวสารล่าสุดของแอลจี สามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.LGnewsroom.com    

 

เกี่ยวกับ แอลจี อีเลคทรอนิคส์ ในประเทศไทย  

บริษัทแอลจี อีเลคทรอนิคส์ ประเทศไทย (จำกัด) หนึ่งในผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้แบรนด์ แอลจี โดยมีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นสู่ความเป็นแบรนด์ชั้นนำของเมืองไทยที่จะเติมเต็มชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยด้วยนวัตกรรมระดับโลกโดยในประเทศไทยนั้น ประกอบไปด้วย 3 หน่วยธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจผลิตภัณฑ์โฮมเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ธุรกิจเครื่องปรับอากาศและโซลูชั่นด้านพลังงานแอลจีเป็นผู้นำด้านการผลิตทีวีจอแบน อุปกรณ์ภาพและเสียง เครื่องปรับอากาศ เครื่องซักผ้า และตู้เย็นที่มีคุณภาพระดับโลก นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีความโดดเด่นทั้งด้านดีไซน์ เทคโนโลยีและคุณภาพที่วางใจได้แล้ว แอลจียังมุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมทางการตลาดในรูปแบบที่น่าสนใจและหลากหลายเพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกน “Life’s Good”   

 

ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับแอลจีได้ที่ www.LGnewsroom.com และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแอลจี ประเทศไทย ได้ที่ www.lg.com/th   

Facebook Comments

Related Posts