MediaTek เปิดตัวโมเด็ม 5G M80 รุ่นใหม่ รองรับเครือข่าย 5G แบบ mmWave และ Sub-6 GHz

โดย J.wasan
0 ความเห็น 90 views

ในวันนี้ MediaTek ได้เปิดตัวโมเด็ม 5G M80 รุ่นใหม่ ซึ่งผสานเทคโนโลยี 5G แบบ mmWave และ Sub-6 GHz ไว้ในชิปตัวเดียวกัน โดยโมเด็ม M80 สามารถรองรับความเร็วสูงสุดบนสถาปัตยกรรมแบบ Non-standalone (NSA) และแบบ Standalone (SA) ด้วยอัตราดาวน์ลิ้งก์ความเร็วสูงสุด 7.67 กิกะบิตต่อวินาทีและอัตราอัพลิ้งก์ความเร็วที่ 3.67 กิกะบิตต่อวินาที

นอกจากนี้ M80 นี้ยังสามารถรองรับระบบ 5G แบบซิมคู่ เครือข่ายคู่แบบ 5G NSA และ SA และ Voice over New Radio (VoNR) คู่เพื่อการเชื่อมต่อที่น่าเชื่อถือ “เมื่อมีการเร่งเปิดตัว 5G เพิ่มขึ้น  mmWave กำลังกลายมามีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา โมเด็ม 5G รุ่นใหม่ของทาง MediaTek นี้ผสานรวมเครือข่ายแบบ Sub-6 GHz และ mmWave เพื่อตอบสนองในโอกาสและเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ผู้ผลิตอุปกรณ์ได้มากขึ้นอีกด้วย”  คุณ JC Hsu ดำรงตำแหน่งรองประธานองค์กร และ GM ของหน่วยธุรกิจสื่อสารไร้สายแห่ง MediaTek กล่าว

“เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งาน 5G ที่ดียิ่งขึ้นให้ แก่ผู้ใช้งาน โมเด็มตัวใหม่นี้รองรับมาตรฐานและคุณสมบัติของสัญญานมือถือทั่วโลก และยังรวมเทคโนโลยีประหยัดพลังงานอันเป็นเอกลักษณ์ของ MediaTek พร้อมความเร็วสูงสุดไว้อีกด้วย”

 

MediaTek M80

โมเด็ม 5G ของ MediaTek สามารถตอบโจทย์การใช้งานของอุปกรณ์นานาชนิดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งรวมถึงสมาร์ทโฟน เครื่องพีซี Mi-Fi ฮอตสปอต  อุปกรณ์บรอดแบนด์ CPE แอพปลิเคชั่น IoT ทางอุตสาหกรรม และอีกมากมาย  โมเด็ม M70 ซึ่งเป็นโมเด็ม 5G รุ่นแรกของ MediaTek สร้างขึ้นในชิปเซ็ทตระกูล Dimensity Series อันทรงพลังและประหยัดพลังงานเพื่อใช้กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 5G  กลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี 5G ของทางบริษัทยังประกอบไปด้วยชิป MediaTek T700 ซึ่งจะเป็นขุมพลังให้แก่เครื่องพีซี 5G ที่จะวางขายในตลาดในปี 2021 พร้อมด้วยชิปเซ็ท MediaTek T750 สำหรับเร้าท์เตอร์ Fixed Wireless Access (FWA) ระบบ 5G และอุปกรณ์ฮอตสปอตทั้งหลาย

โมเด็มรุ่น M80 ได้รับการทดสอบตามมาตรฐานอุตสาหกรรม และคาดว่าจะให้ลูกค้าทดลองใช้อุปกรณ์ในปี 2021 และทำให้ผู้ให้บริการสัญญานทั่วโลกสามารถใช้เทคโนโลยีการเข้าถึงสัญญานวิทยุได้หลากหลายดังต่อไปนี้

  • มาตรฐาน 3GPP Release 16

  • การเชื่อมต่อแบบคู่ของ Sub-6 GHz และ mmWave และการรวมคลื่นความถี่ที่ให้บริการ (carrier aggregation)

  • 5G NR (FR1) ซึ่งมีการรวมคลื่นความถี่ที่ให้บริการ (carrier aggregation) มากกว่า 2 คลื่นขึ้นไป

  • 5G mmWave (FR2) มากถึง 8cc

  • 5G carrier aggregation พร้อมด้วย Mixed Duplex (TDD + FDD)

  • การพร้อมใช้งานของการบริหารโครงข่ายร่วมกัน (Dynamic spectrum sharing หรือ DSS)

โมเด็ม M80 ได้ผสานเทคโนโลยี 5G UltraSave ของ MediaTek ซึ่งปรับปรุงเรื่องการออกแบบชิปเดี่ยว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานให้ยาวนานขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง เทคโนโลยี UltraSave Network Environment Detection และ UltraSave OTA Content Awareness สามารถปรับการกำหนดค่าพลังงานและความถี่ในการทำงานตามสภาพแวดล้อมเครือข่าย

นอกจากนี้โมเด็มรุ่น M80 ยังได้ผนวกเทคโนโลยี Dynamic Bandwidth Part (BWP) ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานแบนด์วิธในการรองรับการร้องขอ throughput ของข้อมูลจำนวนมากหรือน้อย นอกจากนี้เทคโนโลยี Connected Mode DRX (C-DRX)  ของโมเด็มรุ่น M80 จะยังสามารถทำงานในโหมดสแตนด์บายได้ แม้กระทั่งเวลาไม่มีการเคลื่อนไหวของข้อมูลก็ตาม

MediaTek ทำงานใกล้ชิดร่วมกับผู้ให้บริการสัญญานและคู่ค้าทั่วโลก เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประสบการณ์ 5G ที่รวดเร็วและเชื่อถือได้มากขึ้น ดังนั้นเทคโนโลยี 5G ของ MediaTek จึงได้รับการยอมรับโดยผู้ให้บริการสัญญานในท้องตลาดมากกว่า 100 แห่ง นอกจากนี้ MediaTek ยังเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งสมาคม OpenRF Association ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเร่งเวลาในการนำออกสู่ตลาด (time-to-market) สำหรับผู้ผลิตอุปกรณ์ 5G พร้อมด้วยโซลูชั่น 5G Front-End (RFFE) ที่สามารถให้บริการร่วมกันได้

ท่านสามารถศึกษากลุ่มผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี 5G ของ MediaTek เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://i.mediatek.com/mediatek-5g.

Facebook Comments

Related Posts