เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับ OnePlus 7 Pro สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหญ่ในตระกูล OnePlus 7 Series ที่จัดเต็มตั้งแต่รูปลักษณ์ดีไซน์ ไปจนถึงสเปกภายใน และกล้องถ่ายภาพ เรียกว่าอัปเกรดจากรุ่น OnePlus 6T ไปอีกระดับเลยทีเดียว

สเปก OnePlus 7 Pro

ตัวเครื่องมีขนาด 162.6 x 75.9 x 8.8 มม. และน้ำหนัก 206 กรัม หน้าจอแสดงผลเป็นจอไร้ขอบ ไร้รอยบากแบบ Fluid AMOLED ความละเอียด QHD+ 3120×1440 พิกเซล (2K+) พร้อมค่า Refresh Rate ที่ระดับ 90Hz และรองรับการแสดงผลบนคอนเทนต์แบบ HDR10+ ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 5

ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.84GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Snapdragon 855, หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 640, RAM 6GB/8GB/12GฺB, หน่วยความจำภายใน 128GB/256GB แบบ UFS 3.0 ที่รวดเร็ว และเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของโลกที่ใช้เทคโนโลยีนี้ และรันบนระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ครอบทับด้วย Oxygen OS 9

ติดตั้งกล้องหลัง 3 ตัว Triple Camera พร้อมไฟแฟลชคู่ Dual LED

  • กล้องหลักเซ็นเซอร์ Sony IMX 586 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 โครงสร้าง 7 ชิ้นเลนส์ พร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์มุมกว้าง Wide Angle 117 องศา ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 รองรับการซูมแบบออฟติคอล 3 เท่า และระบบโฟกัสภาพแบบ Laser Autofocus

ส่วนกล้องหน้าเซลฟี่แบบ POP Up ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล โดยใช้กลไกเลื่อนสไลด์แบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ผ่านการทดสอบกว่า 300,000 รอบ และมีกลไกป้องกันความเสียหายภายในตัว โดยหากตรวจจับได้ว่าเครื่องกำลังจะตก กล้องหน้าก็จะเลื่อนเก็บเข้าไปเก็บให้แบบอัตโนมัติ

ซึ่ง OnePlus 7 Pro ได้คะแนนการทดสอบจาก DxoMark ที่ 111 คะแนน เป็นอันดับ 3 รองจาก Samsung Galaxy S10+ 5G และ Huawei P30 Pro ที่ได้ 112 คะแนน

รวมทั้งติดตั้งระบบระบายความร้อนแบบ Liquid Cooling, ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังบนหน้าจอที่ใช้เวลาปลดล็อกเพียง 0.21 วินาที, ลำโพงคู่สเตอริโอรองรับเทคโนโลยี Dolby Atmos

รองรับ 2 SIM, รองรับ 4G LTE, Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, Bluetooth 5.0, NFC, USB Type-C และใช้แบตเตอรี่ความจุ 4,000mAh รองรับการชาร์จเร็ว Warp Charge 30 (5V/6A)

ทั้งนี้ OnePlus 7 Pro มีให้เลือก 3 สีคือ สีทอง Almond, สีดำ Mirror Grey และสีน้ำเงิน โดยจะเริ่มวางจำหน่ายที่ต่างประเทศในวันที่ 21 พฤษภาคมนี้ ส่วนราคามีดังนี้

  • รุ่น RAM 6GB + ROM 128GB ราคา 649 ปอนด์ หรือประมาณ 26,400 บาท
  • รุ่น RAM 8GB + ROM 256GB ราคา 699 ปอนด์ หรือประมาณ 28,400 บาท 
  • รุ่น RAM 12GB + ROM 256GB ราคา 799 ปอนด์ หรือประมาณ 32,500 บาท 

นอกจากนี้ทาง OnePlus ยังได้เปิดตัวหูฟัง Bullets Wireless 2 ใหม่ เพิ่มการรองรับเทคโนโลยี aptX HD ที่มีคุณภาพเสียงเทียบเท่ากับหูฟังแบบมีสาย รวมทั้งรองรับการชาร์จเร็วแบบ Warp Charge ที่เพิ่มความเร็วการชาร์จเป็นสองเท่า โดยชาร์จ 10 นาทีสามารถใช้งานได้ต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง และชาร์จเต็มสามารถใช้ได้นานต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง

ทั้งนี้หูฟัง Bullets Wireless 2 มีราคาอยู่ที่ 100 ดอลล่าร์สหรัฐหรือประมาณ 3,151 บาท

ที่มา : Gsmarena

มาพูดคุยกันในกลุ่ม OnePlus 7 Series Thailand Club กดเข้ากลุ่มได้เลยครับ ^^
https://www.facebook.com/groups/598699740637099/?ref=share

#OnePlus #OnePlus7Series #OnePlusSuperFlagship
#GoBeyondSpeed

ได้รับการสนันสนุนเนื้อหาจากเว็บพาร์ทเนอร์ MobileOcta

Facebook Comments