หลังจากประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจาก Fitbit Ionic สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกของทางค่าย และตามด้วย Fitbit Versa ที่เด่นในเรื่องดีไซน์และจัดเต็มด้านฟีเจอร์สุขภาพ ล่าสุด Fitbit ส่ง Versa เวอร์ชั่น Lite Edition มาทำตลาดในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย แต่ต้องบอกเลยว่า Fitbit Versa เวอร์ชั่น Lite Edition ไม่ใช่รุ่นต่อยอดจากรุ่นพี่ Versa แต่อย่างใด เพราะการที่  Fitbit ปล่อยเวอร์ชั่น Lite ออกมา ก็เพื่อเติมเต็ม target กลุ่มผู้ใช้งานที่รักสุขภาพ และมองหาสมาร์ทวอทช์ครบครันครบเครื่องในราคาที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยมีการตัดฟังก์ชั่นบางอย่างออกไปเล็กน้อย แต่ในภาพรวมแล้ว ยังคงเป็นสมาร์ทวอทช์โดดเด่นรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดีไซน์ การสวมใส่ และโหมดออกกำลังที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้รักสุขภาพได้อย่างลงตัว 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์มาในโทนสีขาวสะอาดตา ด้านหน้ามีรูปตัวเครื่องขนาดใหญ่พร้อมกำกับชื่อแบรนด์และรุ่นไว้อย่างชัดเจน

ด้านหลังและด้านข้างกล่องจะบอกไฮไลท์และจุดเด่นของ Fitbit Versa Lite Edition อาทิเช่น รองรับการใส่ว่ายน้ำ, ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง (24/7 HEART RATE TRACKING), ติดตามการนอนหลับ ,ระบบแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน, แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานถึง 4 วัน ต่อการชาร์จเพียง 1 ครั้ง

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย

  1. ตัวนาฬิกา Fitbit Versa Lite Edition
  2. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ ใบรับประกันสินค้า
  3. สายซิลิโคน L/G (สายยาวสำหรับผู้สวมใส่ที่มีข้อมือใหญ่)

5. ที่ชาร์จ USB

ตัวพอร์ตชาร์จเป็นแบบ Pogo pin พร้อมออกแบบหัวชาร์จในลักษณะของตัวหนีบ โดยร่องด้านในจะมีความพอดีกับชุดเซ็นเซอร์และพินชาร์จ เมื่อประกบเข้ากับนาฬิกาแล้วจะเข้าล็อคและใช้ตัวหนีบช่วยประคองอีกทางหนึ่ง ทำให้การชาร์จเป็นไปในแบบราบลื่น แม้จะชาร์จในขณะเคลื่อนที่ก็ตาม

สำหรับการชาร์จจะใช้เวลาราวๆ  1.5 ชั่วโมง โดยสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 4 วัน จากที่ได้ทดลองใช้งานจริง พบว่าทำได้ดีตามที่เคลมไว้ครับ

ดีไซน์ของ Fitbit Versa Lite Edition ยังคงใช้ดีไซน์เดิมเหมือนในรุ่นปรกติและรุ่น SPECIAL EDITION ซึ่งจะมีความแตกต่างเพียงแค่ปุ่ม navigation buttons ที่ถูกตัดออกเหลือเพียงปุ่มเดียวเท่านั้น โดยปุ่ม navigation buttons ของ Fitbit Versa Lite Editio จะอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวเรือน

หน้าจอ LCD ระบบสัมผัส ขนาด 1.34 ความละเอียด 348×250 พิกเซล พร้อมกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 3 จอแสดงผลให้สีสันสดใส และมีความสว่างสูงสุดถึง 1,000 nit สามารถตอบโจทย์ในการใช้งานกลางแจ้งได้อย่างดีเยี่ยม เวลาส่วมใสออกกำลังกายในที่แสงมาก ๆ หรือกลางแสงแดดก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ Respond หรือการตอบสนองในการสัมผัสก็ถือว่าทำได้ดีเช่นกัน

 

ตัวเรือนผลิตจากอลูมิเนียมอโนไดซ์ aerospace-grade เทคโนโลยีอากาศยานให้น้ำหนักเบา ฝั่งขวามือจะเรียบ ๆ ส่วนฝั่งซ้ายจะมีปุ่ม navigation buttons เพียงปุ่มเดียวเท่านั้น

มาพร้อมเซ็นเซอร์จัดเต็มครบถ้วน ประกอบไปด้วย

  • 3-axis accelerometer
  • 3-axis gyroscope (not included on Versa Lite Edition)
  • Optical heart rate monitor
  • Ambient light sensor
  • Relative SpO2 sensor

ตัวสายซิลิโคนใส่สบายมีความยืดหนุ่น ไม่ระคายเคือง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ fitbit charge 3 ที่ผู้เขียนใช้งานเป็นประจำแล้วรู้สึกว่าสวมใส่ได้สบายกว่าอย่างชัดเจน ตัว BUCKLE (หัวสายตัวล็อค) เป็นอลูมิเนียมอโนไดซ์ชนิดเดียวกับตัวเรือน

สำหรับการเปลี่ยนสายสามารถทำได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ เพียงดันสลักหมุดไปทางซ้ายมือ ก็สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ Fitbit Versa Lite Edition ยังมีสาย accessory ในสีและรูปแบบแฟชั่นต่าง ๆ ให้เลือกเปลี่ยนตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานอีกด้วย

 

ในด้านการสวมใส่นั้นให้ความรู้สึกที่เบาสบาย มีความกระชับ และไม่รู้สึกระคายเคืองในขณะออกกำลังกาย

สำหรับการใช้งานครั้งแรก ให้ทำการชาร์จนาฬิกาและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านทางแอปพลิเคชั่น Fitbit ที่มีให้เลือกใช้งานทั้งบน iOS และ Android

ดาวน์โหลดได้ที่นี่

Android >>> http://bit.ly/2maQwXp

iOS >>> https://apple.co/2ki2Qol

การเข้าถึงเมนูการตั้งค่าผ่านทาง navigation buttons โดยเมื่อกดค้างที่ปุ่มจะเป็นการเข้าทางลัดของเมนูการตั้งค่าบางส่วน เช่น Screen Wake ตั้งค่าจอแสดงผลให้เปิดอัตโนมัติเมื่อยกแขนหรือมีการขยับข้อมือ / และตั้งค่าไม่ให้เปิดหน้าจออัตโนมัติ

Notification การแสดงผลข้อความการแจ้งเตือนเปิด/ปิด

เมื่อปัดจากหน้าจอแสดงผลจากซ้ายไปขวาจะเข้าสู่เมนู Music Controls

ส่วนการลากจากหน้าจอแสดงผลด้านบนลงมาด้านล่าง จะเป็นการเข้าสู่หน้าการแจ้งเตือน Notification ซึ่งรองรับการแจ้งเตือนจากระบบ เช่นการโทร ข้อความ อีเมล ปฏิทิน และยังสามารถกำหนดการแจ้งเตือนสำหรับแอปพลิเคชั่นที่รองรับได้อีกด้วย แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย คือยังไม่รองรับภาษาไทยเหมือนเดิมครับ

 

ปัดจากด้านล่างของจอแสดงผลขึ้นมาด้านบน จะเข้าสู่เมนู Today เป็นการเข้าสู่หน้าการแสดงผลข้อมูลต่าง ๆ เช่นระดับแบตเตอรี่ การแจ้งเตือนกิจกรรมต่าง ๆ ในแบบเรียลไทม์ เช่นจำนวนก้าว, การเผาผลาญแคลอรี่ และอัตราการเต้นของหัวใจเป็นต้น

 

การเข้าถึงเมนูต่าง ๆ ให้ปัดจากขอบจอด้านขวามายังด้านซ้าย จะเข้าสู่โหมดออกกำลังกาย, นาฬิกาปลุก, โหมด Relax ที่ช่วยให้ร่างกายมีความผ่อนคลาย โดยฝึกการหายใจเข้าออกลึกประมาณ 2 หรือ 5 นาที และตามด้วยแอปฯพยากรณ์อากาศ ส่วนหน้าที่สองประกอบด้วย นาฬิกาจับเวลา Tips แนะนำการใช้งานเบื้องต้น แอปฯ Strava และเมนูการตั้งค่าหลักของตัวสมาร์ทวอทช์

สำหรับเมนูการตั้งค่าหลัก ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าในส่วนของระดับความสว่างของหน้าจอ, การปลุกหน้าจอ, การสั่น,  เปิดใช้งานเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, ระบบการแจ้งเตือน, และเมื่อเข้าไปในเมนู About สามารถทำการ Factory Reset เพื่อรีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดให้กลับไปเป็นค่าเริ่มต้นจากโรงงาน และ Shutdown เพื่อปิดนาฬิกา

 

โหมดออกกำลังกายถือว่าเป็นหนึ่งจุดเด่นบน Fitbit Versa Lite Edition โดยมีโหมดออกกำลังกายที่หลากหลายและคลอบคลุม อาทิ วิ่ง, จักรยาน, เดิน, ยกเวท ฯลฯ

ซึ่งในโหมดออกกำลังผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าได้อย่างละเอียด เช่นรูปแบบของ รอบ ระยะทาง การเชื่อมต่อ GPS บนสมาร์ทโฟน ตั้งให้หน้าจอแสดงผลตลอดเวลาเป็นต้น

โหมดการออกกำลังกายบน Fitbit Versa Lite Edition สามารถแสดงผลได้อย่างละเอียดครบถ้วน รวมถึงแสดง Maps ในรูปแบบแผนที่ ที่เราได้ไปออกกำลังกายบนสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

 

การซิงค์ Fitbit Versa Lite Edition กับสมาร์ทโฟนเพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลเรียลไทม์ได้แบบละเอียด อีกทั้งยังปรับตั้งค่าต่าง ๆ  ได้ยืดหยุ่นขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับ GPS บนสมาร์ทโฟน เพื่อสามารถใช้งานโหมดออกกำลังกาย เช่นข้อมูลจังหวะการก้าว, ระยะทาง, และความเร็วที่มีความแม่นยำมากขึ้น

ในด้านการแจ้งเตือน Fitbit Versa Lite Edition มีจุดเด่นด้วยระบบการการแจ้งเตือนกิจกรรมรายชั่วโมง เพื่อทำเป้าหมายที่ตั้งไว้ให้สำเร็จ และยังสามารถสรุปการออกกำลังประจำสัปดาห์ พร้อมสรุปให้ทางเมลด้วย

Sleep tracking แทร็กการนอนหลับ ได้ละเอียดมาก ๆ ทั้ง Awake, Light Sleep, Deep Sleep, REM 

ประโยชน์ของ Sleep tracking จะช่วยวิเคราะห์การนอนหลับ และรับคำแนะนำจาก Sleep Insights เพื่อช่วยประมวลผลและปรับปรุงคุณภาพในการนอน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน

 

สามารถปรับแต่งหน้า Clock Faces  ของตัว Fitbit Versa Lite Edition ผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งมี Clock Faces สวย ๆ ให้เลือกดาวน์โหลดมาให้ใช้งานมากมายหลากหลายรูปแบบ  นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งแอปฯจากภาพนอกมาใช้งานได้ด้วย อาทิ Spotify , Starbucks และอื่น ๆ อีกมากมาย ทำให้การใช้งาน Fitbit Versa Lite Edition มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในไฮไลท์จุดเด่นของ Fitbit Versa Lite Edition คือมาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ โดยสามารถใส่อาบน้ำ หรือว่ายน้ำที่ความลึกสูงสุดที่ 50 เมตร จัดว่าเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ครบเครื่องในเรื่องของฟีเจอร์และประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวัน

สรุป Fitbit Versa Lite Edition 

เพื่อให้ผู้ใช้งานได้เข้าถึงสมาร์ทวอทช์ที่โดดเด่นด้านออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น Fitbit จึงส่ง  Versa Lite Edition ลงมาทำตลาดใน Segment ของผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น โดยมีการตัดบางฟังก์ชั่นในรุ่นปรกติออกไปบ้าง เช่นตัดโหมดออกกำลังกายว่ายน้ำ (แต่ยังใส่ว่ายน้ำได้ปรกติ) การนับชั้นเมื่อเดินขึ้นบันได และไม่มีพื้นที่เก็บเพลงเหมือนในรุ่นปรกติ แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยราคาเปิดตัวอยู่ที่ 6,690 บาท และช่วงนี้มีการปรับลดราคาลงมาเหลือเพียง 5,690 บาท จึงต้องบอกเลยว่าคุ้มมาก ๆ เมื่อเทียบกับสเปคและฟีเจอร์ที่ให้มา

 

จุดเด่น

  1. ดีไซน์สวย วัสดุพรีเมี่ยม สวมใส่สบาย สามารถเปลี่ยนสายนาฬิกาในรูปแบบแฟชั่นและออกกำลังกายได้ตามไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน
  2. ฟีเจอร์ด้านสุขภาพ และโหมดการออกกำลังกายที่จัดเต็ม เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นและนักกีฬา
  3. หน้าจอสว่าง ใช้งานกลางแจ้งได้ดี
  4. แบตเตอรี่อึด สามารถใช้งานได้ถึง 4 วัน แบบเชื่อมต่อตลอดเวลา
  5. สเปคต่อราคา ณ ปัจจุบันถือว่าคุ้มค่าและน่าสนใจ

 สิ่งที่ต้องพิจารณา

  1. ไม่มี GPS ในตัว
  2. ยังไม่รองรับการแจ้งเตือนภาษาไทย
Facebook Comments