รีวิว HUAWEI FreeBuds 4 หูฟัง TWS คุณภาพเสียง Studio เชื่อมต่อด้วยบลูทูธ 5.2 พร้อมระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ ANC 2.0 แบตสุดอึดรองรับชาร์จไว !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 5920 views

ในงาน HUAWEI APAC SUMMER PRODUCT LAUNCH ได้มีการเปิดตัวหูฟัง TWS รุ่นใหม่ล่าสุดของซีรีส์ FreeBuds นั่นก็คือ HUAWEI FreeBuds 4 ที่มาพร้อมความโดดเด่นในแบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ล่าสุด Open-Fit Active Noise Cancellation 2.0 ผสานด้วยไมโครโฟน 3 ตัว ที่สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล และพร้อมเปิดประสบการณ์เสียงระดับ Hi-Res กับไดนามิกไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 14.3 มม. ที่ตอบสนองความถี่ถึง 40 kHz z มอบประสบการณ์เสียงที่เก็บรายละเอียดได้ระดับมืออาชีพ

สำหรับฟีเจอร์ที่ให้มาแบบอัดแน่นของ HUAWEI FreeBuds 4 นั้นยังมีความน่าสนใจอีกมากมาย สามารถรับชมรีวิวฉบับเต็มไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ 

สเปกเบื้องต้น HUAWEI FreeBuds 4

ขนาด 41.4 มม. X 16.8 มม. X 18.5 มม. (หูฟัง) เส้นผ่านศูนย์กลาง 58 มม. หนา 21.2 มม. (เคสชาร์จ)  
น้ำหนัก 4.1 กรัม (หูฟัง) 38 กรัม (เคสชาร์จ)  
สี  Silver Frost, Ceramic White  
ขนาดไดรเวอร์ 14.3 มม. ไดนามิกไดรเวอร์แบบ LCP ไดอะแฟรม  

ฟีเจอร์

ระบบตัดเสียงภายนอกระหว่างการฟัง

เทคโนโลยี Open-Fit ANC 2.0 รองรับ

รองรับ

 
ระบบตัดเสียงภายนอกระหว่างโทรศัพท์ รองรับ (3 Mics)  
ระบบต้านทานเสียงลม

รองรับ

 
การรับรู้สิ่งรอบตัว  ไม่รองรับ  
ประเภทแบตเตอรี่

Lithium polymer แบบถอดออกไม่ได้
ความจุแบตเตอรี่ 30 mAh (หูฟัง), 410 mAh (เคสชาร์จ)
รยะเวลาการใช้งาน 4 ชั่วโมง เมื่อปิดการใช้งาน ANC และ 22 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
2.5 ชั่วโมง เมื่อเปิดการใช้งาน ANC และ 14 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ
เทคโนโลยีและระยะเวลาชาร์จ ชาร์จแบบมีสาย: USB Type – C
ระยะเวลาชาร์จเต็ม 1 ชั่วโมงสำหรับหูฟัง และ 50 นาทีสำหรับเคสชาร์จ

 

มาตรฐานการกันน้ำ                   

บลูทูธ

 IPX4

 Bluetooth 5.2

 
อุปกรณ์ภายในกล่อง

หูฟังไร้สาย x 1
เคสชาร์จ x 1
สายชาร์จ USB-C x 1
คู่มือการใช้งาน x 1
ข้อมูลความปลอดภัย x 1
ใบรับประกันสินค้า x 1

 
ราคา  5,999 บาท  


บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพ็กเกจของ HUAWEI FreeBuds 4 มาในโทนสีขาวสะอาดตา ด้านหน้าโชว์รูปตัวหูฟังเห็นชัดสะดุดตา พร้อมกำกับฟีเจอร์อันเป็นจุดขาย ทั้งเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวน Open-Fit ANC 2.0 และคุณภาพเสียงในระดับสตูดิโอ สำหรับด้านหลังกล่องจะพิมพ์บอกไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นในภาพรวมของ HUAWEI FreeBuds 4 

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย 

หูฟังไร้สาย HUAWEI FreeBuds 4 1คู่
เคสชาร์จ 
สายชาร์จ USB-C 
คู่มือการใช้งาน
ข้อมูลความปลอดภัย 
ใบรับประกันสินค้า 

 

รูปลักษ์ดีไซน์ & การออกแบบ 

เคสชาร์จมาในลักษณะกลมขนาดเหมาะมือ น้ำหนักเบาเพียง 38 กรัม สะดวกต่อการพกพาและหยิบใช้ระหว่างวันได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
มีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ คือสีเงิน Silver Frost พื้นผิวด้าน ให้ความรู้สึกสง่างามและหรูหรา กับสีขาว Ceramic White พื้นผิวมันวาว คลาสสิกและแมทช์กันได้กับการแต่งกายทุกลุค

ด้านหน้าจะมีไฟแจ้งเตือนสถานะแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ ส่วนด้านหลังตัดด้วยกรอบสีดำพร้อมสกรีนชื่อแบนด์ไว้ภายใน สำหรับด้านขวาของตัวเคสชาร์จจะเป็นที่อยู่ของปุ่มกดสำหรับใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่รองรับบลูทูธ

ด้านล่างจะเป็นพอร์ตชาร์จแบบ Type – C  โดยตัวเคสชาร์จมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 410 mAh ระยะเวลาชาร์จเต็ม 1 ชั่วโมงสำหรับหูฟังไร้สาย และ 50 นาทีสำหรับเคสชาร์จ

ทั้งนี้ HUAWEI FreeBuds 4 รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว ชาร์จเพียง 15 นาที ก็ใช้งานต่อได้อีก 2.5 ชั่วโมง 

ในด้านดีไซน์ ตัวหูฟังมาในรูปทรงแบบมีก้าน ซึ่งจะคล้าย ๆ รุ่นพี่ภายในค่าย โดย HUAWEI FreeBuds 4 เป็นหูฟังที่มาพร้อมความเงางามผสานความโค้งเว้าดูโมเดิร์นและโดดเด่นด้วยสี Silver Frost ที่ให้ความหรูหราพรีเมี่ยม ส่วนสี Ceramic White จะให้ความรู้สึกสะอาด สบายตา ซึ่งทั้ง 2 สีพร้อมเติมเต็มสไตล์ให้ทุกช่วงเวลา

มาพร้อมไดนามิกไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 14.3 มม. ซึ่งใช้ไดอะแฟรมที่มีส่วนประกอบของพอลิเมอร์ผลึกเหลว (LCP) รองรับการตอบสนองต่อย่านความถี่สูงสุดถึง 40 kHz ผสานด้วยไมโครโฟน 3 ตัวเพื่อรับเสียงระหว่างใช้งานโทรศัพท์ โดยไมโครโฟน 2 ตัวมีระบบการตัดเสียง ANC สามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล

ใหม่ล่าสุดกับระบบตัดเสียงรบกวน Open-Fit Active Noise Cancellation 2.0 พร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive Ear-Matching สัมผัสคุณภาพเสียงแบบไฮเรส ด้วยดีไซน์แบบ Open-Fit ที่คอยปรับแรงดันอากาศในหูทั้งสองข้างให้สมดุล จึงมั่นใจได้ว่าจะยังคงได้ยินเสียงรอบข้างที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์การสวมใส่สุดสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

ด้านการสวมใส่

สวมใส่สบายด้วยการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ โดยมีน้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัม ควบคุมง่ายแค่ปลายนิ้ว และยังผ่านการทดสอบกับหูตัวอย่างมาแล้วกว่า 10,000 ตัวอย่าง เมื่อสวมใส่แล้วให้ความรู้สึกกระชับ สบายหู ลดแรงกดบริเวณหูชั้นนอก และปรับองศาให้จุดศูนย์ถ่วงเอียงเข้าด้านในหู เพิ่มความมั่นใจให้กับทุกกิจกรรม 

นอกจากนี้ HUAWEI FreeBuds 4  มาพร้อมเซ็นเซอร์ตรวจจับการใช้งาน ถ้าเราดึงหูฟังออกจากหู ก็จะหยุดเล่นเพลงทันที และเมื่อสวมใส่กลับเข้าไปก็จะเริ่มเล่นเพลงให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยในด้านการประหยัดพลังได้เป็นอย่างดี

ในส่วนของฟีเจอร์ต้องบอกว่าจัดเต็มมาก ๆ ทั้งกันน้ำกันฝุ่นในมารตฐาน IPX4 สามารถป้องกันละอองน้ำ จากเหงื่อ หรือฝน จากทุกทิศทางได้ ซึ่งใส่ลุยฝนปรอย ๆ ได้สบาย แต่ไม่แนะนำให้เอาไปจุ่มน้ำ เพราะยังไม่รองรับถึงขั้นนั้น

 

การเชื่อมต่อ 

รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ทุกระบบปฏิบัติการ ได้อย่างมีเสถียรภาพผ่าน Bluetooth 5.2 ไม่ว่าจะเป็น Android, iOS หรือ Windows  แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตของหัวเว่ยที่ใช้ระบบปฏิบัติการ EMUI 10.0 ขึ้นไป จะสะดวกง่ายดายมาก เพียงแค่เปิดฝาผับของตัวกล่องเคสชาร์จแล้วนำมาวางใกล้ ๆ กับสมาร์ตโฟน HUAWEI ที่หน้าจอสมาร์ตโฟนจะแสดง Pop up เพื่อให้ทำการเชื่อมต่อได้ในทันที ตรงนี้สะดวกมากเพราะไม่ต้องเข้าไปกดตั้งค่าให้วุ่นวายในเมนูบลูทูธนั่นเอง แถมยังสามารถอัพเดตเฟิร์มแวร์ตัวหูฟังผ่านทางสมาร์ตโฟน HUAWEI ได้โดยตรงอีกด้วย 

ส่วนถ้าเป็นสมาร์ตโฟนทั่ว ๆ ไป ในการเชื่อมต่อครั้งแรกให้กดที่ปุ่ม function button ที่อยู่ด้านข้างของตัวเคสชาร์จค้างไว้ 5 วินาที จนไฟแสดงสถานะกระพริบต่อเนื่อง จากนั้นทำการเชื่อมต่อผ่านเมนูการตั้งค่าในสมาร์ตโฟนไปตามปรกติ

การคอนโทรล ควบคุมหูฟัง

การควบคุมคอนโทรลหูฟัง สามารถสั่งงานผ่านระบบสัมผัสที่ด้านบนของก้านตัวหูฟัง โดยพื้นฐานรองรับการควบคุมผ่านระบบสัมผัสได้ดังนี้ 

แตะที่บริเวณด้านบนของก้าน 2 ครั้งแล้วปล่อยนิ้ว : รับสาย / วางสาย, เล่นเพลง / หยุดเพลงชั่วคราว, เพลงก่อนหน้า / เพลงถัดไป, เปิดระบบสั่งการด้วยเสียง

เลื่อนขึ้น/ลง บริเวณตรงกลางของก้าน : เพิ่มเสียง/ลดเสียง 

 แตะที่บริเวณด้านบนของก้านค้างไว้แล้วปล่อยนิ้ว :  เปิด/ปิดระบบตัดเสียงรบกวน, ปฏิเสธทั้งหมด

แต่ถ้าเป็นการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน Huawei จะสามารถตั้งค่าการควบคุมได้ยืดหยุ่น อิสระยิ่งขึ้น ผ่านทางแอปพิเคชั่น HUAWEI AI Life

 

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่น 

เปิดประสบการณ์เสียงระดับ Hi-Res กับไดนามิกไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 14.3 มม. ที่ตอบสนองความถี่ถึง 40 kHz z มอบประสบการณ์เสียงที่เก็บรายละเอียดได้ระดับมืออาชีพ มาพร้อมกับเสียงเบสอัดแน่น ด้วยช่องเสียงแบบสุญญากาศและท่อเสียงเบสอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย

  • ใหม่ล่าสุดกับเทคโนโลยี ระบบตัดเสียงรบกวน Open-Fit Active Noise Cancellation 2.0 พร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive Ear-Matching คอยปรับแรงดันอากาศในหูทั้งสองข้างให้สมดุล และยังมาพร้อม ไมโครโฟน 3 ตัวเพื่อรับเสียงระหว่างใช้งานโทรศัพท์ โดยไมโครโฟน 2 ตัวมีระบบการตัดเสียง ANC ซึ่งสามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีชั้นนำของแวดวงอุตสาหกรรม มอบประสบการณ์ดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่พลาดข้อมูลสำคัญรอบด้านอย่างเสียงคนรอบตัวหรือการแจ้งเตือน

  • ตอบโจทย์สาย Vlog  ด้วยความสามารถในการบันทึกเสียงคุณภาพระดับ HD ด้วยค่าความละเอียดในการบันทึกเสียงสูงสุดที่ 48 kHz ใช้ใส่ถ่าย Vlog เก็บรายละเอียดเสียงได้แบบมืออาชีพ แถมคุยสายชัดเจนกับคุณภาพเสียงการคุยโทรศัพท์สูงสุดที่ 32 kHz 

  • นอกจากนี้ ยังมาพร้อม Low Latency Gaming Mode ให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับการเล่นเกมด้วยค่าความหน่วงต่ำกว่า 150 มิลลิวินาที ภาพกับเสียงสอดคล้องกันแบบไร้รอยต่อ

  • มาพร้อมระบบตัดเสียงรบกวน Open-Fit Active Noise Cancellation 2.0 พร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive Ear-Matching ให้คุณดำดิ่งกับคุณภาพเสียงแบบไฮเรส ดีไซน์แบบ Open-Fit ที่คอยปรับแรงดันอากาศในหูทั้งสองข้างให้สมดุล คุณจึงมั่นใจได้ว่าจะยังคงได้ยินเสียงรอบข้างที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัย พร้อมมอบประสบการณ์การสวมใส่สุดสบายแม้ใช้งานต่อเนื่องหลายชั่วโมง

 

เชื่อมต่อสองอุปกรณ์ไปพร้อมกัน

 

เชื่อมต่ออัจฉริยะกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อสองอุปกรณ์ได้พร้อมกันอย่างไร้รอยต่อ

o ยกระดับศักยภาพการทำงานแบบ Multi-tasking HUAWEI FreeBuds 4 สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทดีไวซ์สองเครื่องพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, แล็ปท็อป, สมาร์ทวอทช์ หรือสมาร์ททีวี เช่น หากกำลังประชุมผ่านแล็ปท็อป แล้วมีสายเรียกเข้าจากสมาร์ทโฟน HUAWEI FreeBuds 4 จะสลับไปที่สมาร์ทโฟนได้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องสลับการเชื่อมต่อให้วุ่นวาย

คุณภาพเสียง 

ใช้งานด้านโทรศัพท์ 

HUAWEI FreeBuds 4  ในด้านการใช้งานจริง ทีมงานพบว่าการคุยสายให้ความชัดเจนที่น่าประทับใจมาก ๆ  ด้วยคุณภาพเสียงการคุยโทรศัพท์สูงสุดที่ 32 kHz และมีไมโครโฟน 3 ตัวเพื่อรับเสียงระหว่างใช้งานโทรศัพท์ โดยไมโครโฟน 2 ตัวมีระบบการตัดเสียง ANC จึงช่วยให้การคุยสายมีความราบรื่น ปลายสายได้ยินเสียงสนทนา ที่คมชัดใสเคลียร์ ถือว่าสอบผ่านสำหรับการใช้งานด้านคุยสายโทรศัพท์ 

ด้านการฟังเพลง

คาแรคเตอร์เสียง HUAWEI FreeBuds 4  ในภาพรวมทำได้ดี สมกับการโปรโมตในด้านความเป็นหูฟัง Studio Grade Sound ซึ่งจากการที่ให้ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ถึง 14.3 มม. และใช้ไดอะแฟรมที่มีส่วนประกอบของพอลิเมอร์ผลึกเหลว (LCP) รองรับการตอบสนองต่อย่านความถี่สูงสุดถึง 40 kHz มอบประสบการณ์เสียงที่เก็บรายละเอียดได้ระดับมืออาชีพ มาพร้อมกับเสียงเบสอัดแน่น ด้วยช่องเสียงแบบสุญญากาศและท่อเสียงเบสอันเป็นเอกลักษณ์ของทางค่าย

สำหรับย่านเสียงต่ำ ทดสอบด้วยเพลง Boom Boom Pow ของ The Black Eyed Peas สัมผัสได้ถึงมวลเบสที่มีพลัง โดยเป็นเบสที่ลงได้ค่อนข้างลึก มีอิมแพคที่ดี เก็บตัวกระชับ เหมาะกับการฟังเพลงที่มีจังหวะสนุกสนานได้อย่างลงตัว

เมื่อลองทดสอบย่านเสียงกลางด้วยเพลง Ready for the Times to get better เวอร์ชั่น Crystal Gayle (Hi-Res Audio)  พบว่าเสียงกลางมีความคม และหวานอิ่มแน่น หัวโน๊ตมีความคมชัด โดยเพลงที่เน้น Voice ถือว่าถ่ายทอดออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง

ส่วนย่านเสียงสูง ทดสอบด้วยเพลง  Sweet Talks in The Dream (Hi-Res Audio) ที่ขับร้องโดย Tong Li ในเพลงนี้จะมีทั้งเครื่องสาย และเสียงนักร้องที่มีปลายเสียงสูง พบว่าปลายเสียงสูงให้ความใส ปลายเสียงทอดได้ยาว แถมไม่แหลมบาดหู สามารถฟังนาน ๆ ได้โดยไม่รู้สึกล้าหู

สรุปในภาพรวม  ด้วยไดร์เวอร์ขนาด 14.3 มม. และไดอะเฟรมคุณภาพสูงรวมถึงจูนเสียงออกมาได้ค่อนข้างดี โดยเสียงเบสมีความโดดเด่น ส่งผลให้ฟังเพลงแนวสนุกสนานและเพลงทั่ว ๆ ไปได้อย่างลงตัว 

HUAWEI FreeBuds 4 ตอบโจทย์ด้านการรับชมวีดีโอได้เป็นอย่างดี โดยการทดสอบครั้งนี้ เป็นการรับชมภาพยนตร์ Mad Max ซึ่งเป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัล “Best Sound Editing and Best Sound Mixing” ในงาน Academy Award ปี 2016 ทำให้สามารถทดสอบคุณภาพหูฟังได้เป็นอย่างดี ทั้งเรื่องของการถ่ายทอดเอฟเฟกต์ การแยกทิศทางเสียง ความคมชัดของเสียงพูด และดนตรีประกอบในภาพยนตร์ ทำให้การรับชมภาพยนตร์ผ่านทาง HUAWEI FreeBuds 4 นั้นครบทุกอรรถรส และไม่พบอาการดีเลย์ให้หงุดหงิดใจ

ส่วนการนำมาใช้งานร่วมกับการเล่นเกม ทดสอบบนเกม ROV, PUBG, Asphalt 9  พบว่าการถ่ายทอดเสียง เอฟเฟกต์ต่าง ๆ นั้นให้ความสมจริง แยกมิติซ้ายขวาได้ค่อนข้างดี ส่วนเสียงต่าง ๆ ภายในเกมมีความคมชัด ไม่ว่าจะเป็นการสนทนาภายในเกม เสียงลม เสียงจากการเดิน ฯลฯ 

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมฟีเจอร์ Low Latency Gaming Mode ให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับการเล่นเกมด้วยค่าความหน่วงต่ำกว่า 150 มิลลิวินาที ซึ่งช่วยให้เสียงและภาพจากเกมส์ซิงค์กันโดยไม่มีสะดุดอีกด้วย

 

บทสรุป 

HUAWEI FreeBuds 4 เป็นหูฟัง TWS รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล FreeBuds ที่มาพร้อมกับความโดดเด่นรอบด้าน ด้วยดีไซน์หรูหรา พรีเมี่ยม สวมใส่สบายด้วยการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ น้ำหนักเบาเพียง 4.1 กรัม ควบคุมง่ายแค่ปลายนิ้ว พร้อมเปิดประสบการณ์ เสียงระดับ Hi-Res กับไดนามิกไดร์เวอร์ขนาดใหญ่ 14.3 มม. ที่ตอบสนองความถี่ถึง 40 kHz 

อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยี ระบบตัดเสียงรบกวนรุ่นใหม่ล่าสุด Open-Fit Active Noise Cancellation 2.0 ผสานด้วยไมโครโฟน 3 ตัว ซึ่งสามารถลดเสียงรบกวนรอบข้างได้สูงสุด 25 เดซิเบล มอบประสบการณ์ดื่มด่ำกับเสียงเพลงได้อย่างเต็มที่ แต่ขณะเดียวกันก็ยังไม่พลาดข้อมูลสำคัญรอบด้านอย่างเสียงคนรอบตัวหรือการแจ้งเตือน 

นอกจากนี้ ยังรองรับการบันทึกเสียงคุณภาพในระดับ HD ด้วยค่าความละเอียดในการบันทึกเสียงสูงสุดที่ 48 kHz ใช้ใส่ถ่าย Vlog เก็บรายละเอียดเสียงได้แบบมืออาชีพ แถมคุยสายชัดเจนกับคุณภาพเสียงการคุยโทรศัพท์สูงสุดที่ 32 kHz รวมถึงตอบโจทย์การเล่นเกมด้วยฟีเจอร์ Low Latency Gaming Mode ให้ผู้ใช้ได้เพลิดเพลินกับการเล่นเกมด้วยค่าความหน่วงต่ำกว่า 150 มิลลิวินาที

สรุปในภาพรวม HUAWEI FreeBuds 4 สามารถตอบโจทย์การดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์และคุยสายได้อย่างลงตัว ส่วนสิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือบางฟังก์ชั่นจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เมื่อใช้งานร่วมกับสมาร์ตโฟน Huawei เท่านั้น แต่เมื่อมองในภาพรวม ทั้งฟีเจอร์ ฟังก์ชั่น คุณภาพเสียงที่ได้ รวมถึงราคาเปิดตัว ก็คงต้องบอกเลยว่า HUAWEI FreeBuds 4 เป็นหนึ่งในหูฟังไร้สายแบบ True Wireless Stereo (TWS) ที่มาแรง และน่าจับจองเป็นเจ้าของอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว 

 

ช่องทางวางจำหน่าย 

ทั้งนี้ HUAWEI FreeBuds 4 มีให้เลือก 2 สี 2 สไตล์ คือสีเงิน Silver Frost กับสีขาว Ceramic White โดยมีราคา 5,999 บาท และราคาพิเศษเพียง 4,499 บาท พร้อมสิทธิ์ใช้งาน HUAWEI Music VIP ฟรี 3 เดือน มูลค่า 387 บาท* เมื่อซื้อตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคม 2564 ถึง 22 กรกฎาคม 2564 ที่ร้าน HUAWEI Experience Store และ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ

ช้อปเลย
HUAWEI Store : https://bit.ly/3jylvsj
Shopee : https://bit.ly/3hjMdC8
Lazada : https://bit.ly/3h9ARld
JD Central : https://bit.ly/3jxX9i9

 

 

Facebook Comments

Related Posts