รีวิว Huawei Watch GT 3 สมาร์ตวอทช์ฟีเจอร์จัดเต็ม ยกระดับการวิ่งด้วยผู้ช่วยส่วนตัว AI มาพร้อมแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน ในราคาเข้าถึงง่ายกว่าที่เคย !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 125 views

HUAWEI Watch GT 3  เปิดตัวพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในบ้านเรามาได้สักพักใหญ่ ๆ โดยทางทีมงาน IbelieveIT ได้ลองสัมผัสกับ HUAWEI Watch GT 3 มาเป็นเวลาอาทิตย์กว่า ๆ ต้องบอกเลยว่าประทับใจกับสมาร์ตวอทช์รุ่นนี้มาก  ทั้งฟีเจอร์ออกกำลังกายและด้านสุขภาพที่ให้มาแบบแน่น ๆ  รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานถึง 14 วัน แถมยังเคาะราคาเปิดตัวที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคยอีกด้วย ส่วนฟีเจอร์และการใช้งานด้านอื่น ๆ จะมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง มาติดตามอ่านรีวิวไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ 

สเปกเบื้องต้น HUAWEI WATCH GT 3 

ขนาดกรอบนาฬิกา 45.9 มม. × 45.9 มม. × 11 มม.
กรอบนาฬิกา สี: ดำ, สเตนเลส สตีล
วัสดุกรอบหน้า: สเตนเลส สตีล
วัสดุกรอบหลัง: ยางพลาสติก
หน้าจอ จอสัมผัส AMOLED 1.43 นิ้ว ความละเอียด 466×466 พิกเซล
ปุ่มกด ปุ่มแบบหมุนได้
น้ำหนัก ประมาณ 42.6 กรัม (ไม่รวมสาย)
ขนาดข้อมือ 140-210 มม.
วัสดุสายนาฬิกา สายสังเคราะห์สีดำ
สายหนังสีน้ำตาล
สายสเตนเลส สตีล
การเชื่อมต่อ GPS, NFC, 2.4GHz, Bluetooth 5.2, Support BLE/BR/EDR
เซ็นเซอร์ Accelerometer sensor, Gyroscope sensor, Geomagnetic sensor, Optical heart rate sensor, Air pressure sensor, Temperature sensor
หน่วยความจำ ROM 4GB RAM 32MB
ระบบเสียง รองรับไมโครโฟนและลำโพง
ประเภทแบตเตอรี่ Built-in lithium-ion polymer battery
ความจุแบตเตอรี่ 455 mAh ใช้งานได้นานสูงสุด 14 วัน
เทคโนโลยีชาร์จ ชาร์จไร้สาย
มาตรฐานการกันน้ำ 5ATM
ระบบปฏิบัติการที่รองรับ Android 6.0 หรือสูงกว่า, iOS 9.0 หรือสูงกว่า
ราคา – รุ่น Classic Edition ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สายหนัง ราคา 8,490 บาท
– รุ่น Active ราคา 7,990 บาท 

ตัวกล่องแพ็กเกจจิ้งมาในโทนสีดำเรียบหรู ด้านหน้ากล่องจะโชว์รูปตัวนาฬิกาขนาดใหญ่พร้อมกำกับชื่อรุ่นด้วยสีทอง ซึ่งช่วยเพิ่มความหรูหราสะดุดตาตั้งแต่แรกสัมผัส สำหรับมุมขวาจะมีโลโก้ HUAWEI และด้านล่างมีข้อความ Explore It On AppGallery ส่วนด้านหลังกล่องมาพร้อมรายละเอียดชื่อรุ่น, สี, เลขอีมี่, หมายเลขประจำเครื่องและข้อมูลของผู้ผลิต

เมื่อเปิดกล่องออกมาก็จะพบกับตัวสมาร์ตวอทช์ HUAWEI WATCH GT 3 สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีคู่มือการใช้งานฉบับย่อ และแท่นชาร์จแบบแม่เหล็ก แต่จะไม่มีอแดปเตอร์ชาร์จมาให้ 

HUAWEI WATCH GT 3 มาในดีไซน์หน้าปัดทรงกลมสุดคลาสิค พร้อมล้อมคาดด้วยตัวเลขเพิ่มความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น โดยตัวเรือนวัสดุจะเป็นสแตนเลสสตีล พร้อมสาย Fluoroelastomer ที่ให้การสวมใส่เบาสบายไม่ระคายเคืองต่อผิวหนัง และยังมาพร้อมปุ่มแบบเม็ดมะยมที่ให้ฟิลลิ่งคลาสสิคเสมือนนาฬิกาจริง ๆ  ซึ่งรองรับการทำงานโดยกดเพื่อเข้าสู่เมนูหลัก /ย้อนกลับ และเมื่อกดค้างไว้จะเป็นการรีสตาร์ท และเปิด/ปิดตัวเครื่อง

สำหรับ HUAWEI WATCH GT 3 นั้นมีด้วยกัน 2 รุ่น คือ Active Edition ที่ทางทีมงานได้รับมารีวิวในครั้งนี้ ส่วนอีกรุ่นคือ Classic Edition ที่มาพร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลและสายหนัง 

หน้าจอแสดงผลแบบสัมผัสชนิด AMOLED ขนาดใหญ่เต็มตาถึง 1.43 นิ้ว บนความละเอียด 466×466 พิกเซล โดยตัวจอแสดงผลให้สีสันที่สดใส มีความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ  อีกทั้งยังสามารถสู้แสงแดดและใช้งานกลางแจ้งได้สบาย ๆ อีกด้วย 

ฝั่งซ้ายของตัวเรือนจะเรียบ ๆ ส่วนด้านขวามือจะประกอบด้วย 2 ปุ่ม โดยปุ่มแรก ก็คือเม็ดมะยมที่สามารถหมุนเลื่อนขึ้นหรือลง และซูมเข้า/ซูมออกได้ ช่วยให้เข้าถึงการสั่งการได้สะดวกรวดเร็ว รวมทั้งหมุนเพื่อเลื่อนดูฟีเจอร์ต่าง ๆ และใช้ปรับระดับเสียงได้ทันที สำหรับปุ่มด้านล่างจะเป็นปุ่มลัดในการเข้าถึงโหมดการออกกำลังกาย

HUAWEI WATCH GT 3 มาพร้อมลำโพงและไมค์โครโฟนในตัว รองรับการรับสาย-โทรออกเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่านสัญญาณ Bluetooth 5.2 โดยสามารถอยู่ห่างจากสมาร์ทโฟนได้ภายในรัศมี 100 เมตร

อัปเกรดเกณฑ์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะออกกำลังกายรูปแบบใหม่ด้วย 8 โฟโตไดโอดในรูปแบบทรงกลมและแหล่งกำเนิดแสง 2 เซต ผสมผสานเลนส์กระจกแบบโค้งมนเพื่อการสวมใส่ที่สบายทั้งยังช่วยลดแสงภายนอกที่รบกวน และตัวอัลกอริทึม AI ได้รับการอัปเกรดเพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำอย่างครอบคลุมแม้ขณะออกกำลังกายหนักและยังให้การอ่านข้อมูลสุขภาพที่เสถียร

HUAWEI WATCH GT 3 ยังมาพร้อมเซ็นเซอร์แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น Acceleration sensor, และเซ็นเซอร์ไจโรสโคป, เซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดค่าออกซิเจนในเลือด, อุณหภูมิของผิวหนัง, ค่าความเครียด รวมถึงคุณภาพการหลับนอนเป็นต้น

ตัวสายในรุ่น Active Edition จะเป็นชนิด Fluoroelastomer ซึ่งเป็นสาย standard ในขนาด 22มม. สามารถเปลี่ยนสายได้ง่าย ๆ ไม่ต้องใช้เครื่องมือใด ๆ เพียงดันสลักไปด้านข้างก็สามารถถอดเปลี่ยนสายได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ในส่วนของหัว Buckle เป็น Stainless steel พร้อมสลักชื่อแบรนด์ไว้ด้านบน 

ในด้านการสวมใส่  ตัวเรือนมาพร้อมวัสดุคุณภาพสูงและน้ำหนักที่เบา เมื่อผสานด้วยสายยางฟลูออโรอีลาสโตเมอร์ (Fluoroelastomer) ที่มีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่ม จึงช่วยให้การสวมใส่ที่เบาสบายไม่อึดอัด แม้จะสวมใส่ตลอดทั้งวันก็ตาม

และ HUAWEI WATCH GT 3 ยังมาพร้อมฟีเจอร์การกันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน 5ATM Water Resistant หรืออยู่ในน้ำลึกได้ในระดับ 50 เมตร สามารถสวมใส่ลุยฝน, อาบน้ำ, หรือว่ายน้ำได้โดยไม่มีปัญหา

การเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อ HUAWEI WATCH GT 3 ผ่านแอปฯ Huawei Health ซึ่งรองรับการใช้งานทั้ง Android และ iOS โดยสนับสนุนระบบปฏิบัติการ Android 6.0 หรือใหม่กว่า , และ iOS 9.0 หรือใหม่กว่า โดยในการเชื่อมต่อครั้งแรกให้ทำการล็อคอิน หรือลงทะเบียนเพื่อเข้าใช้งาน Huawei Health จากนั้นเชื่อมต่อตามขั้นตอนที่แอปฯ แนะนำได้เลย

HUAWEI WATCH GT 3 รันบบระบบปฏิบัติการ HarmonyOS 2.1.0 การใช้งานทั่วไปไหลลื่น และยังมาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพที่อัดแน่น สามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานสายกีฬาและสุขภาพได้อย่างลงตัว

Watch Faces หรือหน้าปัดนาฬิกาของ HUAWEI WATCH GT 3 มีให้เลือกใช้งานหลากหลายสไตล์ ทั้งแบบอนาล็อคที่ให้ฟิลลิ่งนาฬิกาทั่วไป รวมถึงหน้าปัดแบบดิจิทัลในลุคอันทันสมัย นอกจากนี้ผู้ใช้งานยังสามารถ DIY Watch Faces หน้าปัดได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น ด้วยการตั้งค่าหน้าปัดเป็นภาพถ่ายของตัวเอง หรือภาพที่ชื่นชอบเป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีหน้าปัดกว่า10,000 แบบ ที่สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ใน HUAWEI Watch Face Store บนแอป HUAWEI Health โดยมีทั้งแบบเสียเงิน และแบบฟรีให้เลือกใช้งานอย่างจุใจ 

รวมฟีเจอร์ที่น่าสนใจบน HUAWEI WATCH GT 3

มาพร้อมเซ็นเซอร์ภูมิศาสตร์ ซึ่งช่วยให้การใช้งานในด้านการออกกำลังกายไปเป็นอย่างยืดหยุ่น เช่นการรับรู้ถึงความกดอากาศ รวมถึงความสูงหรือความลาดชันเป็นต้น

แอป ฯ พยากรณ์อากาศบน HUAWEI WATCH GT 3 เป็นอีกหนึ่งแอป ฯ ที่มาพร้อมฟีเจอร์จัดเต็ม ทั้งในด้านการแสดงผลรายละเอียดที่ให้ข้อมูลแบบครบถ้วน ทั้งการแสดงผลแบบ 24 ชั่วโมง รายงานวันถัดไปและแบบรายสัปดาห์ ความชื้นอากาศ กระแสลม และการโคจรของพระอาทิตย์เป็นต้น

รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth Music Playback โดยผู้ใช้งานสามารถควบคุมการเล่นเพลง และเพิ่ม-ลดเสียง ผ่านสมาร์ทวอทช์ได้โดยตรง อีกทั้งมาพร้อมพื้นจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ โดยสามารถเก็บเพลงได้มากถึง 500 เพลง

และ HUAWEI WATCH GT 3 ยังรองรับฟีเจอร์การติดตามความเครียด TruRelax โดยการวัดค่าจะอ้างอิงจากอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานรักษาสมดุลของระดับความเครียดได้ เมื่อรู้สึกเครียด ก็สามารถผ่อนคลายด้วยแนวทางใหม่ ๆ ในการดูแลความเครียดได้นั่นเอง

ในด้านการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ HUAWEI WATCH GT 3  ได้อัพเกรดทั้งส่วนของตัว Hardware โดยมาพร้อมโฟโตไดโอดที่เพิ่มขึ้นเป็น 8 ตัว ในรูปแบบทรงกลมและแหล่งกำเนิดแสง 2 เซต ส่งผลให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้งยังผสานด้วย เทคโนโลยี HUAWEI TruSeen™ 5.0 + เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่แม่นยำยิ่งขึ้น อัปเกรดการวัดอัตราการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้เกณฑ์การวัดที่ 5bpm และยังอัพเกรดอัลกอริทึม AI เพื่อช่วยลดสัญญาณรบกวนอย่างมีประสิทธิภาพ ให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่แม่นยำอย่างครอบคลุมแม้ขณะออกกำลังกายหนัก และยังให้การอ่านข้อมูลสุขภาพที่เสถียร เช่น ค่าออกซิเจนในเลือด2 เป็นต้น

ฟีเจอร์วัดระดับออกซิเจนในเลือด หรือค่า SpO2 จะช่วยให้ผู้ใช้งานทราบถึงสุขภาพร่างกายในขณะนั้น อีกทั้ง HUAWEI WATCH GT 3 ยังสามารถวัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด หรือค่า SpO2 ระหว่างออกกำลังกายได้อีกด้วย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงรู้สถานะของร่างกายและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ

โดดเด่นด้วยฟีเจอร์ HHUAWEI TruSleep™ 2.0 ที่คอยตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจขณะหลับได้ทั้ง 4 ช่วงและนำมาวิเคราะห์คุณภาพการนอนของคุณ อีกทั้งยังสามารถติดตามและวินิจฉัยปัญหาการนอนหลับได้อย่างละเอียด และพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้ทุกการนอนหลับมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น

เป็นสมาร์ตวอทช์ที่จัดเต็มในด้านการออกกำลังกายที่สมบูรณ์แบบ ด้วยรายการการออกกำลังกายกว่า 100 โหมด โดยแบ่งออกเป็น 18 โหมดระดับโปรสำหรับกีฬาในร่มและกลางแจ้ง อาทิ โหมดวิ่ง โหมดเดิน โหมดปีนป่าย โหมดปั่นจักรยาน โหมดว่ายน้ำ และโหมดกระโดดเชือกเป็นต้น ซึ่งข้อมูลทั้งหมดแบบละเอียดนี้จะถูกเก็บไว้ใน HUAWEI Health บนสมาร์ตโฟน พร้อมกับระบบติดตามเส้นทางกลางแจ้งที่แม่นยำด้วยเซ็นเซอร์  GPS, Beidou, GLONASS, Galileo และ QZSS ผ่านสัญญาณ L1 และ L5 แบบ Dual-Band ของ HUAWEI WATCH GT 3 ให้ทั้งประสิทธิภาพและการระบุตำแหน่งแม่นยำ

HUAWEI WATCH GT 3 มาพร้อม Intelligent Dynamic Adjustment Plan โดยกำหนดแผนการฝึกซ้อมแบบรายสัปดาห์และวิเคราะห์การตอบสนองของร่างกายหลังฝึกซ้อม เพื่อปรับแผนการฝึกซ้อมอย่างอัตโนมัติให้กับผู้ใช้ในสัปดาห์ต่อไปได้อย่างเหมาะสม แนะนำวิธีการฝึกซ้อมในแต่ละระดับ รวมทั้งสามารถแจ้งเตือนเป้าหมายการฝึกซ้อมได้แบบเรียลไทม์ และรายงานสถานะการฝึกซ้อม เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ออกแบบแผนการฝึกซ้อมตามข้อมูลสมรรถภาพร่างกายของผู้ใช้งาน ประวัติข้อมูลการวิ่ง และเป้าหมายในการเทรนนิ่ง โดยไม่ว่าคุณจะเป็นนักวิ่งมือใหม่ นักวิ่งแข่ง หรือ นักวิ่งทั่วไป HUAWEI WATCH GT 3 สามารถช่วยวางแผนการเทรนนิ่งของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ใช้งานสามารถดูผลการฝึกซ้อม แผนการวิ่ง และการวิเคราะห์ร่างกาย ผ่านแอปฯ HUAWEI Health ซึ่งผู้ใช้งานสามารถดูผลการฝึกต่างๆ อาทิ Running Ability Index (RAI), VO2 max และค่าบ่งชี้อื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้งานเข้าใจและประเมินกระบวนการฝึกซ้อมและร่างกายได้ง่ายขึ้น

HUAWEI WATCH GT 3 สามารถบันทึกเส้นทางได้อย่างถูกต้อง และชี้เส้นทางการวิ่งใหม่ๆ โดยผู้ใช้สามารถแชร์เส้นทางกับนักวิ่งคนอื่นผ่านแอปฯ HUAWEI Health ขณะเดียวกัน HUAWEI WATCH GT 3 ยังรองรับการนําทางและเส้นทางกลับที่แม่นยําอีกด้วย

สามารถแชร์บันทึกข้อมูลสุขภาพกับสมาร์ทดีไวซ์อื่นๆ ได้อย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ของหัวเว่ยเองอย่าง HUAWEI Band 4e, HUAWEI Band 3e หรืออุปกรณ์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ วัดความเร็ว พาวเวอร์มิเตอร์ ต่างๆ

HUAWEI WATCH GT 3 ขนาด 46 มม. รองรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน 14 วัน และ HUAWEI WATCH GT 3 ขนาด 42 มม. รองรับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน 7 วัน รองรับการชาร์จไร้สายและเทคโนโลยีชาร์จเร็ว และรองรับการชาร์จแบบ Reverse Charging โดยแตะ HUAWEI WATCH GT 3 เข้ากับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยที่รองรับการชาร์จแบบเดียวกัน เพื่อรับพลังงานจากสมาร์ทโฟน โดยไม่ต้องพึ่งแท่นชาร์จ

บทสรุป 

ในด้านดีไซน์ ถ้าเทียบกับ HUAWEI WATCH 3 ที่ทางทีมงานได้เคยรีวิว ต้องบอกเลยว่า HUAWEI WATCH GT 3 ดูลงตัวและมีความสปอร์ตขึ้น อีกทั้งตัวเรือนยังเบาบางลงกว่าเดิม จึงตอบโจทย์การใช้งานได้สะดวกคล่องตัวกว่าที่เคย  และแน่นอนฟีเจอร์ด้านออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพก็ยังคงอัดแน่นแบบไม่มีกั๊ก โดยมีโหมดออกกำลังกายที่หลากหลาย พร้อม AI อันชาญฉลาด ที่เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในการวางแผนการเทรนนิ่งหรือออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านฟีเจอร์ Intelligent Dynamic Adjustment Plan

สำหรับฟีเจอร์ด้านสุขภาพก็จัดเต็มไม่แพ้กัน ทั้งฟีเจอร์การวัดอัตราการเต้นของหัวใจแบบ 24 ชั่วโมง ที่อัพเกรดตัว Hardware และ Software ส่งผลให้การวัดอัตราการเต้นของหัวใจมีความแม่นยำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์วัดค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ตลอดวันอย่างแม่นยำ , วัดความเครียดและสุขภาพการนอนหลับเป็นต้น 

นอกจากนี้ HUAWEI WATCH GT 3 ยังสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 14 วัน เมื่อมองถึงราคาค่าตัวที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม ส่งผลให้ HUAWEI WATCH GT 3 เป็น สมาร์ตวอทช์ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งสายแฟชั่นและผู้ที่รักสุขภาพและการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว 

 

ราคาและช่องทางการวางจำหน่าย



ทั้งนี้ HUAWEI WATCH GT 3 ขนาด 46 มม. เปิดราคาจำหน่ายในประเทศไทย รุ่น Classic Edition ตัวเรือนสแตนเลสสตีล สายหนัง ราคา 8,490 บาท และรุ่น Active ในราคา 7,990 บาท วางจำหน่ายที่หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ HUAWEI Store และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ยใน Shopee, Lazada และ JD Central


สำหรับ HUAWEI WATCH GT 3 ขนาด 42 มม. รุ่น Elegant Edition สายสแตนเลสแบบถักสีทอง Light Gold วางจำหน่ายในราคา 9,490 บาท และรุ่น Active สายหนังสีดำ วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท วางจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ HUAWEI Store และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ยใน Shopee, Lazada และ JD Central


และ HUAWEI WATCH GT Runner ราคา 9,990 บาท วางจำหน่ายที่หน้าร้าน HUAWEI Experience Store และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการ รวมถึงช่องทางออนไลน์ทั้งเว็บไซต์ HUAWEI Store และร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของหัวเว่ยใน Shopee, Lazada และ JD Central

 

 

 

 

Facebook Comments

Related Posts