motorola เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องหูฟัง ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเปิดตัวหูฟังรุ่นเด่น ๆ และได้การตอบรับที่ดีมากมาแล้วหลากหลายรุ่น อาทิเช่น Verve Buds 500 หูฟัง True Wireless ดีไซน์โดดเด่น ฟีเจอร์ครบ ราคาเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน และล่าสุดโมโตได้ส่งหูฟัง True Wireless ที่มีความโดดเด่นรอบด้าน แต่เคาะราคาเปิดตัวที่เข้าถึงได้ง่าย ๆ อย่าง Verve Buds 110 ออกมาเขย่าตลาดบ้านเราอีกครั้ง โดย Motorola Verve Buds 110 มาพร้อมฟีเจอร์ที่อัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นคุณภาพเสียง Rich Stereo Sound, ระบบการควบคุมผ่านระบบสัมผัสบนตัวหูฟัง, ฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน IPX4 และการรองรับคำสั่งเสียง Smart Voice Assistant ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น Amazon Alexa, Siri® และ Google Assistant™ สำหรับความน่าสนใจอื่น ๆ จะมีอะไรบ้าง ขอเชิญรับชมรีวิวไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ

Unboxing

คุณสมบัติเด่น

  • หูฟังไร้สาย True Wireless แบบ in ear
  • ขนาดเล็กกระทัดรัด น้ำหนักเบา ใส่กระชับ ซิลิโคนนิ่มเบาสบายหู
  • มาพร้อมคุณสมบัติกันน้ำ IPX4
  • มาพร้อมเสียงสเตอริโอคุณภาพเยี่ยม
  • รองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัฉริยะอย่าง Amazon Alexa, Siri และ Google Assistant
  • รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
  • มาพร้อมไมโครโฟนในตัวช่วยให้ สนทนาสาย เรียกเข้า – โทรออกได้
  • สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อัตโนมัติ
  • รองรับได้ทั้งระบบปฏิบัติการ android และ iOS
  • สีที่วางจำหน่ายในไทย ขาวและดำ
  • ราคา 1,590 บาท
  • ช่องทางวางจำหน่าย
  • Store : Studio 7, BaNANA และร้านในเครือของ com7
  • Online : BNN.in.th

กล่องแพ็กเกจจิ้งของของ Motorola Verve Buds 110 มาในรูปทรงขนาดกะทัดรัด มีความพรีเมี่ยมด้วยแถบเปิด/ปิดแบบแม่เหล็ก โดยด้านหน้าโชว์รูปตัวหูฟังและเคสชาร์จขนาดใหญ่เห็นได้ชัดสะดุดตา พร้อมกำกับฟีเจอร์เด่นที่เป็นจุดขาย ทั้งในส่วนของระบบการควบคุมผ่านระบบสัมผัสบนตัวหูฟัง, ฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน IPX4 และการรองรับคำสั่งเสียง Smart Voice Assistant ได้อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็น Amazon Alexa, Siri® และ Google Assistant™

ส่วนด้านข้างมีการพิมพ์บอกไฮไลท์เด่น ๆ ซึ่งประกอบไปด้วย แบตเตอรี่สุดอึดที่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมง (หูฟัง 4 ชั่วโมง + เคสชาร์จ 8 ชั่วโมง) มาพร้อมกับระบบเสียงคุณภาพเยี่ยม Rich stereo sound, Blutooth 5.0, และรองรับ Bluetooth headset แบบโมโน

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย

  1. หูฟัง Motorola Verve Buds 110 หนึ่งคู่
  2. กล่องเคสชาร์จ
  3. จุกยางสำรอง 2 ขนาด
  4. สายชาร์จ ชนิด Micro USB
  5. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ

 

ตัวเคสชาร์จมีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก ผลิตจากวัสดุโพลีคาร์บอเนต โดยมีการออกแบบให้มีความโค้งมนแบบรอบด้าน ทำให้เกิดความสมมาตรและยังดูสวยงามลงตัวอีกด้วย ในส่วนของงานประกอบนั้นมีความเรียบร้อยแข็งแรง เก็บงานในภาพรวมได้ดีเลยทีเดียว สำหรับด้านหน้าจะมีชื่อแบรนด์ motorola ส่วนด้านล่างจะเป็นพอร์ตชาร์จ Micro USB และไฟแจ้งสถานะแบตเตอรี่ของตัวเคสชาร์จ

 

ตัวกล่องเคสชาร์จ จะไม่มีการระบุฝั่งของตัวหูฟังไว้ แต่ไม่ต้องกังวลว่าจะใส่ผิดด้าน เพราะตัวกล่องมีการออกแบบให้ใส่หูฟังได้แบบอิสระนั่นเอง ส่วนตัวชาร์จจะเป็นแบบ Pogo pin แบบ 1 Dot พร้อมระบบยึดแบบแม่เหล็ก

เมื่อเก็บเข้ากล่องและชาร์จไฟ จะมีไฟแจ้งเตือนสถานะเป็นสีแดง  เมื่อไฟดับหมายถึงการชาร์จเสร็จสมบูรณ์แล้ว สำหรับการใช้งาน เมื่อชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ตัวหูฟังจะใช้งานได้ประมาณ 4 ชั่วโมง ส่วนเคสชาร์จจะใช้งานได้ราว ๆ 8 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานอย่างแน่นอน

ด้านล่างของเคสชาร์จจะมีไฟแจ้งเตือนสถานะการชาร์จและระดับแบตเตอรี่ที่เหลือ โดยถ้าไฟติด 1 ดวงจะมีระดับแบตเตอรี่ที่ 25%  ไฟ 2 ดวง มีระดับแบตเตอรี่ 50% ไฟ 3 ดวงจะมีระดับแบตเตอรี่ 75% และไฟ 4 ดวงจะมีระดับแบตเตอรี่ 100% เต็ม

 

Motorola Verve Buds 110 เป็นหูฟัง True Wireless ในรูปแบบ In-Ear ขนาดเล็กกระทัดรัด มีดีไซน์สวยงามทันสมัย ตัวเฮาส์ซิ่งเลือกใช้วัสดุอะลูมิเนียมผสานเข้ากับโพลีคาร์บอเนตได้อย่างสมบูรณ์ลงตัว ส่งผลให้มีความพรีเมี่ยมตั้งแต่แรกสัมผัส ในส่วนของการออกแบบ จะมีความเป็น compact design ที่เด่นในเรื่องความกะทัดรัด พกพาสะดวก และยังสวมใสได้กระชับดีมาก ๆ ทำให้ใส่ออกกำลังได้แบบสบาย ๆ นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นในระดับ IPX4 ซึ่งสามารถป้องกันเหงื่อหรือถ้าเป็นฝนตกแบบปรอย ๆ ก็ยังใส่ลุยได้ โดยไม่ต้องกังวลว่าน้ำจะเข้าตัวหูฟังแต่อย่างใด

นอกจากนี้ Motorola Verve Buds 110 ยังมาพร้อมไมโครโฟนในตัว รองรับการสนทนาสายเรียกเข้า – โทรออกได้ แต่เป็นการทำงานในแบบ Mono ซึ่งจะมีไมค์สนทนาอยู่ที่หูฟังข้างขวาเพียงข้างเดียว

ท่อเสียงของ Motorola Verve Buds 110 จะทำหน้าที่ในการชาร์จร่วมกับพินของตัวกล่องเคสชาร์จ ซึ่งออกแบบได้อย่างชาญฉลาด จึงตัดปัญหาเรื่องการชาร์จไฟไม่เข้าได้อีกทางหนึ่งเพราะมีหน้าสัมผัสที่กว้างนั่นเอง ในส่วนของจุกยางเป็นซิลิโคนที่มีความนิ่ม บางเบาสวมใส่สบาย ให้ความกระชับและไม่ระคายหู

 

ด้านบนของตัวหูฟังจะมีโลโก้ของ Motorola และไฟแจ้งเตือนสถานะ ซึ่งหนึ่งในจุดเด่นของหูฟัง Motorola รุ่น Verve Buds 110 ก็คือการที่รองรับระบบสัมผัส Touch Control on Both Earbuds โดยรองรับการสั่งงานผ่านระบบสัมผัสได้ทั้ง 2 ข้าง ทำให้เกิดความสะดวกคล่องตัวที่ดีมาก ๆ ทั้งการฟังเพลงและใช้สายสนทนา โดยพื้นที่ตรงนี้ทางโมโตใช้ชื่อเรียกว่า MFB

รูปแบบการใช้งานบนพื้นที่ MFB

แตะค้าง 2 วินาที จะเป็น Power On เปิดใช้งานตัวหูฟัง

แตะค้าง 4 วินาที  จะเป็น Power Off ปิดใช้งานตัวหูฟัง

แตะ 1 ครั้ง เล่นเพลง/หยุดเพลง/ รับสายโทรศัพท์

แตะ 2 ครั้ง เล่นเพลงถัดไป / ปฏิเสธสายเรียกเข้า

แตะ 3 ครั้ง / เล่นเพลงก่อนหน้านี้

 

รองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Smart Voice Assistant  ทั้ง Amazon Alexa, Siri® และ Google Assistant™

ถ้าอยู่ในโหมดเล่นเพลง ให้แตะ 4 ครั้งจะเป็นการเรียกใช้งาน Voice Assistant  ถ้าอยู่ในโหมดปรกติให้แตะ 3 ครั้ง เพื่อเรียกใช้งาน Voice Assistant

 

การสวมใส่จริง ด้วยความเป็น compact design จึงสวมใส่ได้ง่าย โดยความกระชับจะขึ้นอยู่กับท่อเสียงและขนาดของจุกยางซิลิโคนที่เลือกใช้งาน ในภาพรวมจึงไม่มีปัญหาในเรื่องการสวมใส่แม้ผู้ใช้งานจะมีสรีระใบหูที่แตกต่างกันก็ตาม

 

การเชื่อมต่อ 

การ Pairing หรือวิธีการจับคู่หูฟัง Bluetooth เข้ากับสมาร์ตโฟนนั้นมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก เพียงนำหูฟังออกมาจากเคสชาร์จ เปิด Bluetooth ที่สมาร์ทโฟน และมองหาชื่อ Vervebuds110 จากนั้นแตะเพื่อทำการเชื่อมต่อได้เลย ซึ่งขั้นตอนนี้จะทำแค่ครั้งแรกในการจับคู่ หลังจากนั้นหูฟังจะเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนให้โดยอัตโนมัติเมื่อมีการใช้งาน

นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานในแบบ Mono อิสระทั้ง 2 ข้าง โดยผู้ใช้งานสามารถเลือกการ Pairing หูฟังข้างซ้ายเพื่อเลือกใช้งานในโหมด Mono อิสระ

LED Notification

Pairing: ไฟสีแดง สีฟ้ากระพริบ

Standby: ไฟสีฟ้ากระพริบ

Charging: ไฟสีแดงติดตอลดเวลา

Full Charged: ไม่มีไฟ

Battery low: ไฟสีแดงกระพริบ

 

ทดสอบคุณภาพเสียง Motorola Verve Buds 110

Motorola Verve Buds 110 ตัวที่ผู้เขียนได้มารีวิวนั้นผ่านการเบิร์นมาแล้วเกือบ ๆ 2 อาทิตย์  ทำให้เรื่องของซุ้มเสียงนั้นเข้าที่เข้าทางเป็นที่เรียบร้อย จึงขอบอกเล่าตามที่ได้สัมผัสจริง ๆ นะครับ

คาแรคเตอร์เสียงของ Motorola Verve Buds 110 มีความเป็นโอเวอร์ออลที่พร้อมตอบโจทย์การฟังเพลงได้หลากหลายแนว

โดยในย่านเสียงต่ำ นั้นโดดเด่นมาก เพราะเบสมากลม ๆ ลงได้ลึกพอประมาณ ให้อิมแพคที่ดี ถ้าชอบฟังเพลงจังหวะสนุก ๆ Verve Buds 110 ทำผลงานได้เข้าตา สมกับชื่อรุ่นที่สื่อถึงความมีชีวิตชีวานั่นเอง เมื่อลองทดสอบย่านเสียงกลางด้วยเพลง Ain’t No Sunshine เวอร์ชั่น Daniel Schuhmacher เสียงนักร้องอาจจะไม่ได้อิ่มมากนัก แต่ก็เก็บดีเทลในส่วนของ Voice ได้ค่อนข้างดี โดยหัวโน๊ตยังมีความชัดเจน ส่วนย่านเสียงสูง ทดสอบด้วยเพลง  Sweet Talks in The Dream ที่ขับร้องโดย Tong Li ในเพลงนี้จะมีทั้งเครื่องสาย และเสียงนักร้องที่มีปลายเสียงสูง พบว่าปลายเสียงนั้นไม่แหลมบาดหู แต่เรื่องดีเทล ความพริ้วไหวนั้นไม่เด่นมากนัก ซึ่งเมื่อมองไปที่ขนาดไดร์เวอร์ กำลังขับและราคาเปิดตัวก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้

สรุปในภาพรวม Motorola Verve Buds 110 เป็นหูฟังที่ถูกจูนมาให้ฟังเพลงได้ทุกแนว เน้นความสนุกสนานมีชีวิตชีวา แถมยังตอบโจทย์ในการรับชม Video และเล่นเกมได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะการถ่ายทอดเสียงเอฟเฟกต์ในขณะดูวีดีโอหรือเล่นเกมนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งไม่พบอาการดีเลย์ให้เห็นแต่อย่างใด เมื่อลองทดสอบเล่นเกม PUBG ผ่านหูฟัง Verve Buds 110 พบว่าเสียงเอฟเฟกต์ต่าง ๆ นั้นให้ความสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเสียงสนทนาภายในเกม เสียงจากการเดิน การยิงปืนเป็นต้น และแน่นอนว่ายุคนี้การเล่นเกมไม่ใช่เพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวงการกีฬา e-Sports เป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้น Motorola Verve Buds 110 จึงสามารถตอบโจทย์กลุ่มนักเล่นเกม และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการรับชมคอนเทนต์อย่าง YouTube หรือสตรีมออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

สรุปส่งท้าย Verve Buds 110 เป็นหูฟังที่ครบเครื่องด้านเอนเตอร์เทนต์ ทั้งการดูหนังฟังเพลงและเล่นเกม เชื่อว่าถ้าได้ลองฟัง Motorola Verve Buds 110 แล้วจะประทับใจกันอย่างแน่นอน

ทดสอบการใช้งาน Bluetooth headset

Motorola Verve Buds 110 มาพร้อมไมโครโฟนในตัว แม้จะเป็นแบบ Mono แต่ในด้านความคมชัดนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ โดยปลายสายทั้งสองฝั่งได้ยินเสียงสนทนาที่ชัดเจน และไม่มีอาการดีเลย์ให้เห็น ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับการที่มาพร้อม Bluetooth 5.0 นั่นเอง

 

สรุป Motorola Verve Buds 110

Verve Buds 110 เป็นน้องเล็กสุดในซีรีส์ Verve Buds ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้ใช้งานระดับ Beginning โดยมีจุดขายในเรื่องของฟีเจอร์ และคุณภาพเสียง รวมถึงความคุ้มค่าที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งเมื่อมองราคาเปิดตัวของ Motorola Verve Buds 110 ที่เคาะค่าตัวออกมาเพียง 1,590 บาท แต่ให้ฟีเจอร์มาแบบอัดแน่น ไม่แพ้หูฟังรุ่นแพง ๆ ที่ทำตลาดอยู่ ณ ขณะนี้ จึงนับได้ว่า Verve Buds 110 เป็นหูฟัง True Wireles ที่มาพร้อมความโดดเด่นรอบด้านอย่างแท้จริง ทั้งเรื่องการสวมใส่ที่ให้ความกระชับ ไม่ระคายหู แถมยังสามารถใส่อออกกำลังกายได้อีกด้วย อีกทั้งยังรองรับฟีเจอร์กันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน IPX4, สามารถคอนโทรลผ่านระบบสัมผัสบนตัวหูฟังได้ทั้ง 2 ข้าง และยังรองรับการทำงานร่วมกับผู้ช่วยอัจฉริยะ Smart Voice Assistant ทั้ง Amazon Alexa, Siri® และ Google Assistant™ ส่วนเรื่องความอึดของแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 12 ชั่วโมงตามที่เคลมไว้ (หูฟัง 4 ชั่วโมง + เคสชาร์จ 8 ชั่วโมง)

สุดท้ายคือเรื่องบริการหลังการขายอันโดดเด่น ด้วยการรับประกันถึง 1 ปีเต็ม จาก RTB Technology บริษัทผู้นำเข้าชั้นนำของเมืองไทย จึงมั่นใจและอุ่นใจได้เต็มร้อย ทั้งคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขายที่เหนือกว่าหูฟัง True Wireles โนเนมที่ในปัจจุบันมีวางขายเกลื่อนกลาดอยู่ในตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ในบ้านเราอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ใช้งานที่กำลังมองหาหูฟัง True Wireles เสียงดี ฟีเจอร์แน่น ราคาน่าคบ มีบริการหลังการขายให้อุ่นใจ Motorola Verve Buds 110 คือหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุดของชั่วโมงนี้ครับ

 

Motorola Verve Buds 110 วางจำหน่ายแล้วในราคา 1,590 บาท

ช่องทางวางจำหน่าย Store : Studio 7, BaNANA และร้านในเครือของ com7

Online : BNN.in.th

Facebook Comments