รีวิว realme 9 Pro Series ดีไซน์ Light Shift Design ฝาหลังเปลี่ยนสีได้ พร้อมกล้องเรือธง ProLight Imaging Technology

โดย K.ibelieveit
0 ความเห็น 14.4k views

เปิดตัวในบ้านเราอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับ realme 9 Pro Series ซึ่งประกอบด้วย realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ สองสมาร์ตโฟน 5G รุ่นใหม่ตระกูล Number Series ที่มาพร้อมสโลแกน Capture The Light

ด้วยดีไซน์ฝาหลังเปลี่ยนสีได้แบบ Light Shift Design พร้อมกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ระดับเรือธงครั้งแรกในสมาร์ตโฟน Mid-range ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ProLight Imaging Technology ที่จะทำให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นเรื่องง่ายและถ่ายภาพออกมาได้อย่างสวยงาม

และยังเป็นหนึ่งในสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลกที่มาพร้อมชิปเซ็ท MediaTek Dimensity  920 5G โดยหลังจากที่ชมพรีวิวแกะกล่องไปแล้ว คราวนี้ก็มาชมรีวิวเต็มของ realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ กันเลย

สเปกเบื้องต้น realme 9 Pro

ขนาด 164.3 x 75.6 x 8.5 มม.
น้ำหนัก 195 กรัม
หน้าจอ IPS LCD 120Hz Ultra Smooth Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล (400 ppi) ขนาด 6.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 90.8%  โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM6375 Snapdragon 695 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619
RAM 6GB/8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB แบบ UFS 2.2
microSD Card สูงสุด 256GB
ระบบปฏิบัติการ realmu UI 3.0 based on Android 12
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot
Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD
GPS with A-GPS, GLONASS, BDS
ช่องหูฟัง 3.5 มม.
NFC
พอร์ต USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล Nightscape Camera รูรับแสง f/1.8, 26mm (wide) และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm, 1/4.0″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.1, 26mm (wide), 1/3.09″, 1.0µm
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G NR: n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28/n66/n38/n40/n41/n77/n78
4G LTE FDD: B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B13/B17/B18/B19/B20/B26/B28/B66
TD-LTE: B38/B39/B40/B41(2496~2690MHz)
3G WCDMA: B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19
2G GSM: 850/900/1800/1900
แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W Dart Charge
สี Sunrise Blue, Aurora Green และ Midnight Black
ราคา RAM 6GB+128GB ราคา 8,999 บาท
RAM 8GB+128GB ราคา 9,999 บาท

 

สเปกเบื้องต้น realme 9 Pro+

ขนาด 160.2 x 73.3 x 8 มม.
น้ำหนัก 182 กรัม
หน้าจอ 90Hz Super AMOLED Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (411 ppi) ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 90.8% โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 90Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 360Hz และเคลือบทับด้วยกระจกกันรอย
Corning Gorilla Glass 5
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.ถGHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 920 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G68 MC4
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB แแบบ UFS 2.2
microSD Card
ระบบปฏิบัติการ realme UI 3.0 based on Android 12
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, hotspot
GPS with A-GPS, GLONASS, BDS
ช่องหูฟัง 3.5 มม.
NFC
พอร์ต USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 เลนส์ AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766, รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.56″, 1.0µm, PDAF และระบบกันสั่น OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm, 1/4.0″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 27mm (wide), 1/3.09″, 1.0µm
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G SA: n1/n28A/n41/n78
5G NSA: n41/n77/n78
GSM: 850/900/1800/1900MHz
WCDMA: Bands 1/2/4/5/6/8/19
LTE FDD: Bands 1/2/3/4/5/7/8/28A
LTE TDD: Bands 34/38/39/40/41(2515-2675
แบตเตอรี่ 4,500mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 60W SuperDart Charge
สี Sunrise Blue, Aurora Green และ Midnight Black
ราคา 12,999 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ เป็นกล่องกระดาษแข็งมาโดยมาในโทนสีเหลืองตัดกับสีดำ ด้านหน้ากล่องมาพร้อมชื่อรุ่นขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน โดยมุมขวาด้านบนมีข้อความระบุว่ารองรับ 5G และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ realme ขณะที่ด้านขวาข้างกล่องก็มีขื่อรุ่นระบุไว้ด้วย

ด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกัน เริ่มจาก realme 9 Pro ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 695 5G, หน้าจอ 120Hz Ultra Smooth Display, กล้องความละเอียด 64 ล้านพิกเซล Nightscape Camera และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh

ส่วน realme 9 Pro+ มาพร้อมกล้องเซ็นเซอร์ Sony IMX766 และระบบกันสั่น OIS, ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ท Dimensity 920 5G, รองรับชาร์จเร็ว 60W SuperDart Charge และหน้าจอ 90Hz Super AMOLED Display

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้





  • ตัวเครื่อง realme 9 Pro, realme 9 Pro+ พร้อมติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W Dart Charge (realme 9 Pro) และ 60W SuperDart Charge (realme 9 Pro+)
  • สายดาต้าลิงค์แบบ USC Type-C
  • เคสพลาสติกใส
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เอกสารความปลอดภัย และบัตรรับประกัน

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W Dart Charge ที่มีมาให้ในกล่อง realme 9 Pro

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 60W SuperDart Charge ที่มีมาให้ในกล่อง realme 9 Pro+

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ มีดีไซน์แบบ Photochromism ด้วยงานออกแบบฟีเจอร์ Light Shift Design จะใช้กับสี Sunrise Blue ซึ่งเป็นพื้นสีหลักในการสร้างเอฟเฟกต์กับแสงอาทิตย์ เมื่อตัวเครื่องกระทบแสงแดดหรือแสงธรรมชาติ ฝาหลังสีฟ้าจะเปลี่ยนเป็นสีแดงได้อย่างน่าตื่นตาภายในเวลา 3 วินาที และเมื่อกลับเข้าที่ร่มก็จะกลับมาเป็นสีฟ้าภายใน 2-5 วินาที 



สุดยอดงานออกแบบนี้ใช้หลักการ Photochromic Layer ด้วยกระบวนการเคลือบ 3 ชั้น โดยเติมวัสดุ OCA แบบออร์แกนิกในขั้นตอนการเคลือบผิว ซึ่งจะทำปฏิกิริยาให้ฝาหลังสามารถเปลี่ยนสีได้เมื่ออาบรังสีอัลตร้าไวโอเลต ช่วยให้สีสันประกายเจิดจ้า ด้วยแสงแบบแนวตั้งที่ ส่องประกายแวววาวช่วยให้ดีไซน์มีความโดดเด่น

นอกจากเอฟเฟกต์ที่สวยงามตระการตา สมาร์ตโฟนรุ่นนี้ยังมาพร้อมการออกแบบตัวเครื่องให้เพียวบางที่สุดในตระกูล Number Pro Series ของ realme ด้วยความหนาเพียง 7.99 มม. น้ำหนักเพียง 182 กรัมเท่านั้น ซึ่งเป็นชนาดและน้ำหนักของ realme 9 Pro+

realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ ยังมีอีก 2 สีให้เลือกคือ Aurora Green และ Midnight Black ที่สวยเด่นไม่แพ้สีหลักอย่างสี Sunrise Blue อีกด้วย

ด้านหน้าของ realme 9 Pro มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ IPS LCD 120Hz Ultra Smooth Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล (400 ppi) ขนาด 6.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Punch-hole Display จึงทำให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 90.8% ไม่ว่าจะรับชมคอนเทนต์ หรือเล่มเกม ก็มองได้กว้าง คมชัดเต็มตา

มุมซ้ายด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.4

ขณะที่ realme 9 Pro+ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ 90Hz Super AMOLED Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (411 ppi) ขนาด 6.4 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และด้วยดีไซน์หน้าจอแบบ Punch-hole Display จึงทำให้มีอัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่องถึง 90.8% เหมือน realme 9 Pro เคลือบทับด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5 อีกด้วย และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบฝังใต้หน้าจอ

มุมซ้ายด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.1

พลิกมาด้านหลังเครื่อง มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว AI Triple Camera โดยด้านซ้ายมีเลนส์กล้องขนาดใหญ่ 2 เลนส์วางเรียงในแนวตั้ง ส่วนด้านขวามีเลนส์ขนาดเล็ก 1 เลนส์ พร้อมข้อความ 64MP Camera (realme 9 Pro) และ 50MP OIS (realme 9 Pro+) และไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมผืนผ้า และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ realme

โดยกล้อง 3 ตัวของ realme 9 Pro ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล Nightscape Camera รูรับแสง f/1.8, 26mm (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm, 1/4.0″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายระยะใกล้สุด 4 เซ็นติเมตร

ส่วนกล้อง 3 ตัวของ realme 9 Pro+ ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX766, รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.56″, 1.0µm, PDAF และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm, 1/4.0″, 1.12µm และถ่ายมุมกว้างได้ 119 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4 ถ่ายระยะใกล้สุด 4 เซ็นติเมตร

ส่วนด้านข้างเครื่องของ realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ จะมีปุ่มกดที่วางอยู่ตำแหน่งเหมือนกัน เริ่มจากด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ SIM Card กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

โดยช่องใส่ SIM Card ของ realme 9 Pro จะเป็นแบบ Hybird แบ่งเป็นช่อง 1 ใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card และช่อง 2 ใส่ SIM Card หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 256GB

ส่วนช่องใส่ SIM Card ของ realme 9 Pro+ จะเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง ไม่มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก

ด้านขวาข้างเครื่องของ realme 9 Pro มีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่ม

ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องของ realme 9 Pro+ มีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่องอย่างเดียว

ด้านบนเครื่องของ realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ มีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

ด้านท้ายเครื่องของ realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ มีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน realme 9 Pro Series

ชิปประมวลผลสุดแรง

realme 9 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 695 5G รุ่นแรกในระดับเซกเมนต์เดียวกัน และยังเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกที่ทำคะแนนได้มากกว่า 400K ในระดับเซกเมนต์เดียวกันอีกด้วย โดยเป็นชิปเซ็ทภาคต่อของ Snapdragon 690 ที่อัปเกรดมาใช้คอร์ซีพียู Kryo 660 (ตัวเดิม 560) แรงขึ้น 15%, จีพียูเป็น Adreno 619 แรงขึ้น 30%, เปลี่ยนมาใช้กระบวนการผลิตระดับ 6nm (ของเดิม 8nm) และรองรับ 5G ทั้งคลื่น Sub-6 และ mmWave

ขณะที่ realme 9 Pro+ ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 920 5G ที่ผลิตบนพื้นฐานสถาปัตยกรรมขนาด 6nm ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานดีขึ้น ความถี่หลักของ CPU เพิ่มขึ้นจาก 2.4 GHz เป็น 2.5 GHz เพิ่มขึ้น 4% ในประสิทธิภาพการทำงานแบบ single-core สำหรับ GPU ยังคงเป็น Mali-G68 MC4 ซึ่งความถี่ของ GPU ได้ปรับปรุงประสิทธิภาพการเล่นเกม 9% ผู้ใช้งานสามารถถ่ายภาพที่มีรายละเอียดได้มากขึ้น 35% เมื่อเทียบกับชิป Dimensity รุ่น ก่อนหน้านี้

หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูง

realme 9 Pro รองรับอัตราการรีเฟรชหน้าจอ 120Hz และรองรับอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 240Hz โดยอัตรารีเฟรชเรทแบบปรับได้ 6 ระดับประกอบด้วยใช้งานทั่วไป 30Hz, รับชมภาพยนตร์ 48Hz, ถ่ายสำหรับ TV Format เหมาะกับ TV หรือภาพยนตร์ 50Hz, เล่นเกม 60/90Hz และค่า Feeds 120Hz

ส่วน realme 9 Pro+ มาพร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Super AMOLED โดยรองรับอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 90Hz พร้อมอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส (Touch Sampling Rate) สูงสุด 360Hz ทำให้เล่นเกมหรือดูคอนเทนต์ต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล และสามารถตั้งค่าที่รีเฟรชเรท 60Hz เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ได้

กล้องถ่ายรูประดับเรือธงในราคา ระดับกลาง (MID-RANGE)

realme 9 Pro+ เป็นสมาร์ตโฟนระดับกลางรุ่นแรกที่ใช้เซ็นเซอร์กล้องรุ่นท็อปอย่าง Sony IMX766 ซึ่งเป็นเซ็นเซอร์ที่ได้รับความนิยมและโดดเด่นมากในกลุ่มสมาร์ตโฟนเรือธงในปี 2564 เพราะมีเซ็นเซอร์ขนาด 1/1.56″ และพิกเซลที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีกันสั่นคู่ OIS & EIS Dual Stabilization หนึ่งในองค์ประกอบของ ProLight Imaging Technology ด้วยการติดตั้งระบบกันสั่นไหวแบบ Optical สำหรับการถ่ายภาพนิ่งด้วยเลนส์กล้องหลัก และระบบกันสั่นไหวสำหรับการถ่ายวิดีโอ โดยระบบกันสั่นไหวแบบ Optical จะช่วยลดการสั่นไหว ทำให้กล้องนิ่งขึ้นในขณะเซ็นเซอร์ทำงาน คุณจึงได้ภาพที่สวยคม ชัดใสมากขึ้น แม้ถ่ายภาพในที่แสงน้อย

รองรับ 5G+5G Dual Mode

realme 9 Pro และ realme 9 Pro+ รองรับ 5G +5G Dual Mode ที่เร็วแรงและลื่นไหล พร้อมใช้งาน 5G ในประเทศไทยได้ทันทีตั้งแต่แกะกล่อง โดยรองรับคลื่นความถี่ n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28/n66/n38/n40/n41/n77/n78

แบตใหญ่ ชาร์จไว

realme 9 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W Dart Charge

ส่วน realme 9 Pro+ มาพร้อมแบคเตอรี่ความจุ 4,500mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 60W SuperDart Charge

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts