รีวิว realme C33 สมาร์ตโฟนกล้องอัจฉริยะ 50MP พร้อมดีไซน์แห่งทะเลไร้ขอบเขต

โดย K.ibelieveit
0 ความเห็น 516 views

เปิดตัวในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ realme C33 สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นน้องใหม่ล่าสุดในตระกูล C Series ที่มาพร้อมสไตล์อันโดดเด่นที่สุดในระดับเซกเมนต์เดียวกัน ด้วยดีไซน์หรูหราสุด Classy ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสีฝาหลังที่ละเอียดระดับไมครอนเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่งดงามระยิบระยับราวกับพื้นทะเลที่ไร้ขอบเขตอันสะดุดตา ดูหรูหราเกินราคา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องอัจฉริยะความละเอียด 50 ล้านพิกเซล จัดเต็มด้วยโหมดถ่ายภาพสุดล้ำอย่าง Night Mode, HDR Mode, Timelapse และ Panoramic View Mode พร้อมการประมวลผลภาพแบบใหม่ด้วย CHDR algorithm ที่ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่สวยไม่แพ้สมาร์ตโฟนแฟล็กชิป รวมถึงหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เต็มตา 6.5 นิ้ว และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh จัดเต็มขนาดนี้แล้วเราไปดูรีวิวกันเลยครับ

สเปคเบื้องต้น  realme C33

ขนาด 164.2 x 75.7 x 8.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 187 กรัม
หน้าจอ Mini Drop Full Screen Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88.7%, ความสว่าง 400nits และมีอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 120Hz
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Unisoc T612 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM Mali-G57
RAM 4GB แบบ  LPDDR4X
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB แบบ UFS 2.2
microSD Card สูงสุด 1TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ Dual Camera ประกอบด้วย  
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (wide) และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย realme UI S Edition
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 5.0 A2DP, LE, GPS  with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/1800/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ราคา และสี มีให้เลือก 2 สีคือ Aqua Blue และ Night Sea
– RAM 4GB+64GB ราคา 4,499 บาท

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

realme C33 มาพร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์แบบกล่องกระดาษสีเหลืองที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้มาไซส์พอดีกับตัวเครื่อง ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่อยุ่ตรงกลาง และโลโก้ realme อยู่ด้านล่าง กับด้านข้างกล่องทั้ง 2 ด้าน

ส่วนด้านหลังกล่องด้านบนระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกันคือ แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh, กล้องหลัง AI ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, ตัวเครื่องบาง 8.3 มม. Ultra Slim และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Unisoc T612

 

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย


1.ตัวเครื่อง realme C33 พร้อมติดฟิลม์กันรอย

2.สายดาต้าลิงค์ microUSB

3.อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W

4.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W

 

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง realme C33 มาพร้อมกับดีไซน์จากผืนทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ด้วยการประมวลผลระดับไมครอนและการพิมพ์หิน (lithographylithography) ทำให้ฝาหลังของ realme C33 มาพร้อมกับเอฟเฟกต์แสงแบบไดนามิกที่แสงจะแตกต่างกันออกไปเมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน การซ้อนทับด้วยพื้นผิวคอมโพสิตทรายอันระยิบระยับและการเคลือบที่สว่างขึ้น จึงเกิดเอฟเฟกต์ ‘การไหลของน้ำ’ ที่ชัดเจนและโปร่งใสยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังดูหรูหราพรีเมียมด้วยขอบจอมุมฉาก ไร้แผงกล้อง เพิ่มความเรียบง่ายสบายตา ใช้วัสดุ 2D ระดับพรีเมียมที่ประกอบจาก PC และ PMMA และบางเฉียบเพียง 8.3 มม. โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Aqua Blue ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์สะท้อนแสงสุดโรแมนติก ชวนให้คิดถึงช่วงเวลาวันหยุดอันแสนสุขริมทะเล และ Night Seaโทนสีดำอันนิ่งสงบและเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับสไตล์ในชีวิตประจาวัน

หน้าจอแสดงผล Mini Drop Full Screen Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว (16.5 ซม.) ในอัตราส่วน 20:9, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88.7%, ความสว่าง 400nits และมีอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 120Hz

ในรอยบากตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 สามารถถ่ายเซลฟี่ที่คมชัด รองรับฟังก์ชั่นฟิลเตอร์และ HDR ด้วย AI Beauty ช่วยให้การภาพถ่ายเซลฟี่ของคุณออกมาอย่างสวยงามยิ่งขึ้น

พลิกมาด้านหลังเครื่อง มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้องเลนส์คู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED

ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่ม

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

จุดเด่นของ realme C33

 

 

realme C33  ใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Unisoc T612 บนกระบวนการผลิตขนาด 12nm ประมวลแบบ octa-core ความเร็วสูงสุด 1.8 GHz พร้อมใข้โครงสร้าง Arm Cortex-A75 นำประสิทธิภาพอันทรงพลังที่มอบความเสถียรและความราบรื่น และยังทำคะแนนทดสอบบนแอป AnTuTu ได้ถึง 221,253 คะแนน

realme C33 มาพร้อมแบตเตอรี่ยักษ์ความจุ 5,000mAh สามารถใช้งานได้นาน 37 วันในโหมดแสตนด์บาย, ใช้งานในการโทรอย่างต่อเนื่องภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 36.7 ชั่วโมง, ใช้งานในการฟังเพลงภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 84.7 ชั่วโมง และใช้งานในการเล่นวิดีโอภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 14 ชั่วโมง ทำให้สามารถเล่นเกม และรับชมวิดีโอต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวแบตหมด

รวมทั้งยังมีตัวช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อย่าง Ultra Saving Mode ที่แม้แบตเตอรี่เหลือเพียง 5 % ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 43.6 ชั่วโมงในโหมดสแตนด์บาย

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

เปิดตัวในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อย สำหรับ realme C33 สมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นน้องใหม่ล่าสุดในตระกูล C Series ที่มาพร้อมสไตล์อันโดดเด่นที่สุดในระดับเซกเมนต์เดียวกัน ด้วยดีไซน์หรูหราสุด Classy ด้วยเทคโนโลยีการเคลือบสีฝาหลังที่ละเอียดระดับไมครอนเพื่อสร้างเอฟเฟกต์ที่งดงามระยิบระยับราวกับพื้นทะเลที่ไร้ขอบเขตอันสะดุดตา ดูหรูหราเกินราคา

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกล้องอัจฉริยะความละเอียด 50 ล้านพิกเซล จัดเต็มด้วยโหมดถ่ายภาพสุดล้ำอย่าง Night Mode, HDR Mode, Timelapse และ Panoramic View Mode พร้อมการประมวลผลภาพแบบใหม่ด้วย CHDR algorithm ที่ช่วยให้คุณได้ภาพถ่ายที่สวยไม่แพ้สมาร์ตโฟนแฟล็กชิป รวมถึงหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่เต็มตา 6.5 นิ้ว และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh จัดเต็มขนาดนี้แล้วเราไปดูรีวิวกันเลยครับ

สเปคเบื้องต้น  realme C33

ขนาด 164.2 x 75.7 x 8.3 มิลลิเมตร
น้ำหนัก 187 กรัม
หน้าจอ Mini Drop Full Screen Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88.7%, ความสว่าง 400nits และมีอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 120Hz
หน่วยประมวลผล Octa Core ความเร็ว 1.8GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Unisoc T612 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก ARM Mali-G57
RAM 4GB แบบ  LPDDR4X
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB แบบ UFS 2.2
microSD Card สูงสุด 1TB
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ Dual Camera ประกอบด้วย  
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (wide) และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
ระบบปฏิบัติการ Android 12 ครอบทับด้วย realme UI S Edition
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 b/g/n, hotspot, Bluetooth 5.0 A2DP, LE, GPS  with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS, ช่องหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ต microUSB 2.0
รองรับระบบ 4G LTE 850/900/1800/2100/2300/2500/2600 MHz และ 3G 850/900/1800/2100 MHz ( 4G และ 3G ทุกเครือข่ายในไทย)
แบตเตอรี่ 5,000 mAh
ราคา และสี มีให้เลือก 2 สีคือ Aqua Blue และ Night Sea
– RAM 4GB+64GB ราคา 4,499 บาท

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

realme C33 มาพร้อมกล่องบรรจุภัณฑ์แบบกล่องกระดาษสีเหลืองที่คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ครั้งนี้มาไซส์พอดีกับตัวเครื่อง ด้านหน้ากล่องสลักชื่อรุ่นขนาดใหญ่อยุ่ตรงกลาง และโลโก้ realme อยู่ด้านล่าง กับด้านข้างกล่องทั้ง 2 ด้าน

ส่วนด้านหลังกล่องด้านบนระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกันคือ แบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh, กล้องหลัง AI ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, ตัวเครื่องบาง 8.3 มม. Ultra Slim และขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท Unisoc T612

 

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย


1.ตัวเครื่อง realme C33 พร้อมติดฟิลม์กันรอย

2.สายดาต้าลิงค์ microUSB

3.อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W

4.อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด

5.คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

อะแดปเตอร์ชาร์จ 10W

 

รูปลักษณ์ดีไซน์

ตัวเครื่อง realme C33 มาพร้อมกับดีไซน์จากผืนทะเลอันกว้างใหญ่ไร้ขอบเขต ด้วยการประมวลผลระดับไมครอนและการพิมพ์หิน (lithographylithography) ทำให้ฝาหลังของ realme C33 มาพร้อมกับเอฟเฟกต์แสงแบบไดนามิกที่แสงจะแตกต่างกันออกไปเมื่อมองจากมุมที่ต่างกัน การซ้อนทับด้วยพื้นผิวคอมโพสิตทรายอันระยิบระยับและการเคลือบที่สว่างขึ้น จึงเกิดเอฟเฟกต์ ‘การไหลของน้ำ’ ที่ชัดเจนและโปร่งใสยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ตัวเครื่องยังดูหรูหราพรีเมียมด้วยขอบจอมุมฉาก ไร้แผงกล้อง เพิ่มความเรียบง่ายสบายตา ใช้วัสดุ 2D ระดับพรีเมียมที่ประกอบจาก PC และ PMMA และบางเฉียบเพียง 8.3 มม. โดยมีให้เลือก 2 สีคือ Aqua Blue ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์สะท้อนแสงสุดโรแมนติก ชวนให้คิดถึงช่วงเวลาวันหยุดอันแสนสุขริมทะเล และ Night Seaโทนสีดำอันนิ่งสงบและเป็นเอกลักษณ์ เข้ากับสไตล์ในชีวิตประจาวัน

หน้าจอแสดงผล Mini Drop Full Screen Display แบบ IPS LCD ความละเอียด HD+ 720 x 1600 พิกเซล ขนาด 6.5 นิ้ว (16.5 ซม.) ในอัตราส่วน 20:9, อัตราส่วนหน้าจอต่อตัวเครื่อง 88.7%, ความสว่าง 400nits และมีอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 120Hz

ในรอยบากตรงกลางด้านบนติดตั้งกล้องเซลฟี่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 สามารถถ่ายเซลฟี่ที่คมชัด รองรับฟังก์ชั่นฟิลเตอร์และ HDR ด้วย AI Beauty ช่วยให้การภาพถ่ายเซลฟี่ของคุณออกมาอย่างสวยงามยิ่งขึ้น

พลิกมาด้านหลังเครื่อง มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้องเลนส์คู่ AI Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED

ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล (wide) และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.8

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก 1 ช่อง

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง พร้อมติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่ม

ด้านบนเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่อง หรือปุ่มกดใดๆ

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

จุดเด่นของ realme C33

 

 

realme C33  ใช้ขุมพลังชิปเซ็ท Unisoc T612 บนกระบวนการผลิตขนาด 12nm ประมวลแบบ octa-core ความเร็วสูงสุด 1.8 GHz พร้อมใข้โครงสร้าง Arm Cortex-A75 นำประสิทธิภาพอันทรงพลังที่มอบความเสถียรและความราบรื่น และยังทำคะแนนทดสอบบนแอป AnTuTu ได้ถึง 221,253 คะแนน

realme C33 มาพร้อมแบตเตอรี่ยักษ์ความจุ 5,000mAh สามารถใช้งานได้นาน 37 วันในโหมดแสตนด์บาย, ใช้งานในการโทรอย่างต่อเนื่องภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 36.7 ชั่วโมง, ใช้งานในการฟังเพลงภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 84.7 ชั่วโมง และใช้งานในการเล่นวิดีโอภายใต้การใช้งานทั่วไปได้ 14 ชั่วโมง ทำให้สามารถเล่นเกม และรับชมวิดีโอต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ตลอดทั้งวัน ไม่ต้องกลัวแบตหมด

รวมทั้งยังมีตัวช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อย่าง Ultra Saving Mode ที่แม้แบตเตอรี่เหลือเพียง 5 % ก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 43.6 ชั่วโมงในโหมดสแตนด์บาย

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts