รีวิว realme Narzo 50 สมาร์ตโฟนประสิทธิภาพทรงพลังเหนือขั้น และ realme Buds Air 3 หูฟังไร้สายตัดเสียงรบกวน 42db

โดย K.ibelieveit
0 ความเห็น 4.3k views

หลังจากเปิดตัว realme Narzo 50i สมาร์ตโฟนรุ่นแรกตระกูล Narzo 50 Series ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ล่าสุดมาปีนี้ realme ได้เปิดตัวสมาชิกใหม่ในตระกูลดังกล่าวเพิ่มอีก 2 รุ่นคือ Narzo 50 และ Nazro 50A Prime

 

โดยรุ่นที่ทางทีมงาน MobileOcta ได้มารีวิวคือ realme Narzo 50 สมาร์ตโฟนประสิทธิภาพทรงพลังเหนือขั้น ด้วยซิปเซ็ต Helio G96 สำหรับสายเกมมิ่งที่เร็ว และแรง, หน้าจอที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูง 120Hz พร้อมกล้องระดับเรือธงความละเอียด 50 ล้านพิกเซล และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,000mAh รองรับชาร์จไว 33W Dart Charge

 

นอกจากนี้ยังมี realme Buds Air 3 หูฟังไร้สาย True Wireless รุ่นใหม่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการตัดเสียงรบกวนได้เพิ่มมากขึ้นถึง 42 เดซิเบล โดยได้รับการรับรองจาก TÜV Rheinland มารีวิวด้วย ก่อนที่จะชมรีวิว realme Buds Air 3 เราไปชมรีวิวเต็ม realme Narzi 50 กันก่อนเลยครับ

 

 

 

สเปกเบื้องต้น realme Narzo 50

 

ขนาด 164.1 x 75.5 x 8.5 มม.
น้ำหนัก 194 กรัม
หน้าจอ 120Hz Ultra Smooth Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล ขนาด 6.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90.8%, อัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราตัวอย่างแบบสุ่มสัมผัส 180Hz
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.05GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Mediatek Helio G96 (12 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G57 MC2
RAM 4GB/6GB แบบ  LPDDR4X
หน่วยความจำภายในเครื่อง 64GB/128GB แบบ UFS 2.1
microSD Card รองรับ
ระบบปฏิบัติการ  Android 11 ครอบทับด้วย realme UI 2.0
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot, Bluetooth5.1, A2DP, LE, ช่องหูฟัง 3.5 มม., พอรฺต USB Type-C 2.0, USB On-The-Go, GPS with with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED ประกอบด้วย
– กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 5P Lens, ซูมดิจิทัล 4 เท่า และระบบออโต้โฟกัส
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 3P Lens และถ่ายระยะใกล้ 4 ซม.
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05, 5P Lens
รองรับระบบ 3-Card Slot
2 Nano Card Slots + 1 Micro SD Card
Frequency band :
GSM: 850/900/1800/1900MHz
WCDMA: Bands 1/5/8
FDD-LTE: Bands 1/3/5/8
TDD-LTE: Bands 38/40/41(2535-2655MHz)
แบตเตอรี่ 5,000mAh และรองรับการชาร์จไว 33W Dart Charge
สี Speed Blue และ Speed Black
ราคา RAM 4GB+64GB ราคา 5,999 บาท
RAM 6GB+128GB ราคา 6,999 บาท

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme Narzo 50 มาในแพ็คเกจสีฟ้าสดใสโดยมีขนาดพอดีกับตัวเครื่อง ด้านหน้ากล่องระบุชื่อรุ่นให้เห็นอย่างชัดเจน

 

ด้านหลังกล่องระบุสเปกเด่น 4 อย่างคือ ชิปเซ็ท Helio G96 ชิปเซ็ทสำหรับเกมมิ่ง, รองรับชาร์จไว 33W Dart Charge, หน้าจอ 120Hz Ultra Smooth Display และแบตเตอรี่ 5,000mAh พร้อมรายละเอียดสีตัวเครื่อง เลขอีมี่ ขนาดหน่วยความจำ เครือข่ายที่รองรับ และวันที่ผลิต

 

เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบตัวเครื่อง realme Narzo 50 ในสี Speed Blue ซึ่งติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย

 

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

 

  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ ข้อมูลด้านความปลอดภัย และบัตรรับประกัน
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • อแดปเตอร์ 11V3A/5V2A ชาร์จไว 33 Dart Charge
  • สายดาต้าลิงค์แบบ microUSB 2.0

 

อแดปเตอร์ชาร์จไว 33 Dart Charge

 

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

 

ตัวเครื่อง realme narzo 50 เป็นสมาร์ตโฟนระดับเริ่มต้นที่มีดีไซน์แบบเรืองแสงไดนามิกบางเฉียบ 8.1 มม. มาพร้อมกับการออกแบบพื้นผิวเคฟล่าร์ที่สื่อถึงความรวดเร็ว โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรถแข่ง เพราะพื้นผิวเดียวกันนี้จะใช้กับรถเช่นเดียวกัน ลองนึกภาพสมาร์ตโฟนของคุณเป็นรถแข่งและสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและความเร็ว ที่เหนือชั้น มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Speed ​​Black และ Speed ​​Blue

 

หน้าจอแสดงผล 120Hz Ultra Smooth Display แบบ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล ขนาด 6.6 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 โดยมีสัดส่วนจอต่อเครื่องที่ 90.8%, อัตรารีเฟรชเรท 120Hz และอัตราตัวอย่างแบบสุ่มสัมผัส 180Hz

 

และมุมซ้ายด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.05

 

ด้านหลัง ติดตั้งกล้อง 3 ตัว AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ในโมดูลสี่เหลี่ยมมุมซ้ายด้านบน

 

โดยกล้องหลัง 3 ตัวประกอบด้วย

 

  • กล้องหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, 5P Lens, ซูมดิจิทัล 4 เท่า และระบบออโต้โฟกัส
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4, 3P Lens และถ่ายระยะใกล้ 4 ซม.
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ B&W ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card แบบ Triple Slot Tray แบ่งเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง และช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card อีก 1 ช่อง กับปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง

 

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่ม Power สำหรับเปิดปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังบนปุ่ม

 

ด้านบนออกแบบเรียบๆ ไม่มีปุ่มกด หรือช่องใดๆ

 

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. ช่องไมโครโฟน, พอร์ต์ USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

 

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน realme Narzo 50

 

realme narzo 50 มาพร้อมกับการประมวลผลที่ทรงพลังที่สุดในสมาร์ตโฟนกลุ่มเดียวกัน กับชิปเซ็ท Helio G96 โดยมี ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 42% เมื่อเทียบกับรุ่นล่าสุด (G85) โดยชิปเซ็ท Helio G96 รุ่นล่าสุดนี้ มอบประสิทธิภาพที่เร็วและ แรง ด้วย Cortex-A76 สองคอร์และ Cortex-A55 หกคอร์ พร้อมความเร็วสูงสุด 2.05GHz GPU ทรงพลัง กับการแสดงผลอัตรารีเฟรชเรท 120Hz เมื่อเปรียบเทียบกับ G90/G88/G95/Snapdragon 662 จะพบว่า Helio G96 เป็นชิปเซ็ตเพียงหนึ่งเดียวที่รองรับการแสดงผลอัตราการรีเฟรช 120Hz

 

มาพร้อม RAM ไดนามิก สูงสุด 11GB โดย realme ได้พัฒนาเทคโนโลยี DRE เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดจากพื้นที่ไม่เพียงพอ ซึ่งสามารถแปลง ROM เป็น RAM เสมือน เพื่อช่วยขยาย RAM ได้

 

• 6+128GB,รองรับ +2+3+5GB Virtual RAM

 

• 4+128GB,รองรับ +1+2+3GB Virtual RAM

 

• 4+64GB,รองรับ +1+2+3GB Virtual RAM (OTA ภายหลัง)

 

เพื่อมอบประสิทธิภาพการแสดงผลหน้าจอที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้งานทั่วโลก realme narzo 50 มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.6 นิ้ว พร้อมอัตราการรีเฟรชสูงถึง 120Hz ซึ่งสามารถลดความเบลอของภาพเคลื่อนไหว การเลื่อนหน้าจอ และการเล่นเกม เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดี่สุด รวมทั้งยังรองรับการปรับอัตราการรีเฟรชได้ 6 ระดับ เพื่อประหยัดพลังงานอีกด้วย

 

realme narzo 50 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ความจุ 5,000 mAh และซอฟต์แวร์ในการยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ สามารถเปิดโหมด Super Power Saving เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ฉุกเฉินได้ และ Sleep Optimization/App Freezer/Screen Optimization ให้อยู่ในโหมดสแตนด์บายได้

 

โดยสามารถเปิดเครื่องสแตนด์บายได้นานสูงสุด 713 ชั่วโมง, ฟังเพลงได้นานต่อเนื่องสูงสุด 100 ชั่วโมง, ดูวิดีโอได้นานต่อเนื่องสูงสุด 20.4 ชั่วโมง และโทรได้นานต่อเนื่องสูงสุด 45.7 ชั่วโมง และรองรับชาร์จไว 33W Dart Charge ชาร์จ 0-100% ในเวลาเพียง 70 นาทีเท่านั้น

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts