ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์
Redmi Note 11 เปิดตัวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ MIUI 13 เวอร์ชั่นล่าสุด โดยรันอยู่บนพื้นฐานของ Android 11 ในด้านความสวยงามและความลื่นไหล MIUI ถือว่าเป็นจุดแข็งและจุดขายของค่าย Xiaomi มาช้านาน จึงการันตีในเรื่อง User experience ที่สามารถมอบประสบการณ์อันน่าประทับใจให้กับผู้ใช้งานได้อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนธีม หรือภาพพื้นหลังรวมถึงรูปแบบไอคอน, รูปแบบการล็อค, แถบสถานะ, ภาพเคลื่อนไหวและเสียงเรียกเข้าได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ
โดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล AMOLED แบบ DotDisplay พร้อม Software ที่ปรับแต่งได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งในเรื่องของโทนสี, โหมดมืด และโหมดการอ่านที่ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานเป็นต้น
Redmi Note 11 มาพร้อมฟีเจอร์ Always On Display ซึ่งจะมีการแสดงข้อมูลเวลา และการแจ้งเตือนเมื่อหน้าจออยู่ในโหมด Standby ทำให้เราไม่พลาดในการดูแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในรูปแบบเรียลไทม์
และนอกจากจะทำให้การดูเวลากับการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ใช้งานยังปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลของนาฬิกา, แบล็คกราวน์และสีได้อีกด้วย
อีกทั้งยังรองรับเอฟเฟกต์การแจ้งเตือน ที่สามารถแสดงผลที่ขอบด้านข้างของตัวเครื่อง ซึ่งช่วยให้การใช้งานมีความสะดวกคล่องตัวไปพร้อม ๆ กับความสวยงามจากเอฟเฟกต์ที่มีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ
Redmi Note 11 มาพร้อมฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรที่มีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี Full Netcom 4.0 ทำให้สามารถสามารถจับสัญญาณ 4G/3G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ VoLTE ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูงบนคลื่น 4G มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย
มี IR Blaster หรือ อินฟาเรตพอร์ตที่ใช้ในการเป็นรีโมทควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ ผ่านทางแอป Mi Remote ซึ่งรองรับอุปกรณ์ไฟฟ้าหลากแบรนด์หลากหลายประเภท
Cleaner หรือตัวทำความสะอาด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและช่วยให้สมาร์ตโฟนเร็วแรงอยู่เสมอ โดยสามารถลบไฟล์ขยะ ถอนการติดตั้งแอป รวจสอบความปลอดภัยสมาร์ทโฟนด้วยการสแกนไวรัส เพิ่มประสิทธิภาพรูปภาพด้วยการเพิ่มพื้นที่ว่างเป็นต้น
Security – ระบบความปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งแอปที่ช่วยดูแลในด้านความปลอดจากการใช้งาน รวมถึงช่วยปรับปรุงพร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานให้เป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการสแกนไวรัส ล็อคแอป แก้ปัญหาในด้านต่าง ๆ ทดสอบเครือข่าย เพิ่มความเร็ว ฯลฯ ซึ่งถือว่าเป็นแอปที่มีประโยชน์ในการใช้งานอย่างแท้จริง
นอกจากจะมีแบตใหญ่สุดอึดถึง 5,000mAh แล้ว Redmi Note 11 ยังมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน ที่ช่วยงานงานได้ยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งในภาพรวม Redmi Note 11 มีการจัดสรรพลังงานได้อย่างน่าประทับใจ โดยถ้าเป็นการใช้งานทั่วไปสามารถใช้งานได้ครบวันแบบสบาย ๆ
ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องเป็นกังวล เพราะ Redmi Note 11 รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 33W ที่สามารถชาร์จไฟได้จาก 0 ถึง 100% ได้ภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ส่งผลให้ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมให้คุณใช้งานได้ตลอดเวลา
ประสิทธิภาพ
Redmi Note 11 ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต ชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 680 บนสถาปัตยกกรม 6 นาโนเมตร ประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.4GHz ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 610 ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเล่นเกมและการประมวลผลกราฟิกที่ดีขึ้น รองรับการเล่นเกมได้ทุกประเภท
สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ Gyroscope, Magnetic, Accelerometer ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS พบว่ามีความเร็วและความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีในระดับใช้งานได้จริง
มัลติมีเดียและความบันเทิง
Redmi Note 11 มี FM มาให้ใช้งาน ซึ่ง โดยเป็น FM แบบทศนิยมหนึ่งจุด ทีมีภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนฟีเจอร์ก็ให้มาอย่างครบถ้วน เช่นสามารถตั้งเวลาปิด, รองรับการบันทึกไว้ฟังในแบบออฟไลน์ภายหลังเป็นต้น
Music Player บน Redmi Note 11 จะมี UI ที่ดูเรียบง่ายสบายตา อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงกับแอป Youtube เพื่อฟังเพลงได้อีกทางหนึ่งด้วย ในด้านคุณภาพเสียง Redmi Note 11 มีเอฟเฟกต์เสียงทั้งในส่วนของการเลือกเสียงให้เข้ากับหูฟังที่ใช้งานและยังรองรับการปรับตั้งค่า EQ ได้ยืดหยุ่นและตรงใจผู้ใช้งานได้มากยิ่งขึ้น
สำหรับ Video Player บน Redmi Note 11 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียด 2K ได้อย่างไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียง
ทดสอบการเล่นเกม
Redmi Note 11 มาพร้อมฟีเจอร์ Game Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงยังอำนวยความสะดวกช่วยให้การเล่นเกมเป็นไปยังราบลื่น เช่น การเคลียร์ RAM, บันทึก Screenshot, บันทึกวิดีโอการเล่น, สลับการใช้งาน Wi-Fi เป็นต้น
สามารถตั้งค่ากราฟิคของตัวเกมในระดับสูงได้ในบางเกม แต่ที่ทางทีมงานแนะนำจริง ๆ ควรเลือกค้าเริ่มต้นที่ตัว Redmi Note 11 กำหนดให้อย่างเหมาะสม ซึ่งในภาพรวมการเล่นเกมบน Redmi Note 11 ถือว่าตอบโจทย์ได้ค่อนข้างดี ด้วยจอแสดงผลคุณภาพสูง ผสานระบบ Game Turbo รวมถึงชิปเซ็ตที่สามารถตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างสมูท แต่ทั้งนี้ตามที่เกริ่นไปในตอนต้น ควรตั้งค่าให้เหมาะสมตามที่ตัวเกมแนะนำ ซึ่งจะสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นไม่เสียอรรถรสอย่างแน่นอน
อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 3