รีวิว Redmi Watch 2 Lite สมาร์ตวอทช์คู่ใจสายรักสุขภาพ มาพร้อมฟีเจอร์จัดเต็มในราคาจับต้องได้ !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 322 views

Xiaomi ส่งสมาร์ตวอทช์รุ่นเล็กน้องใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมสโลแกน Get Fit, Start Now ซึ่งต้องบอกเลยว่าเป็นสมาร์ตวอทช์ที่จัดเต็มในด้านการออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ โดยรองรับโหมดออกกำลังกายรวมทั้งสิ้นกว่า 100 โหมด พร้อม GPS แบบบิลด์อิน, สามารถติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมง, วัดค่า Sp2O ออกซิเจนในเลือด, ติดตามการนอนหลับ ฯลฯ และยังมาพร้อมแบตสุดอึดใช้งานได้ยาว ๆ ถึง 10 วัน และที่สำคัญยังเปิดตัวออกมาด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายเพียง 1,690 บาทเท่านั้น  สำหรับฟีเจอร์และความน่าสนใจอื่น ๆ ของ Redmi Watch 2 Lite จะมีอะไรบ้าง มาติดตามรับชมรีวิวกันได้เลยครับ 

สเปกเบื้องต้น Redmi Watch 2 Lite

ขนาด กว้าง 35.3 มม. (แนวทะแยง) x ยาว 41.2 มม. x หนา 10.7 มม.
น้ำหนัก 31 กรัม (รวมสายรัดข้อมือ)
ตัวเรือน ใช้วัสดุที่ทำจาก Polycaprolactam 
สายนาฬิกา TPU
หน้าจอ TFT LCD ความละเอียด 320 x 360 พิกเซล ขนาด 1.55 นิ้ว
ระบบเซ็นเซอร์ – เซ็นเซอร์วัดหัวใจแบบออปติคอล (Optical Heart Rate Sensor)
– ไจโรสโคป (ควบคุมการหมุนและการทรงตัว) (Gyroscope)
– ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Accelerometer)
ระบบปฎิบัติการ Android 6.0 ขึ้นไป หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป
เชื่อมต่อ Bluetooth 5.0
GPS GLONASS/Galileo/BeiDou
ระดับการกันน้ำ 5ATM (50 เมตร)
แบตเตอรี่ 262 mAh ใช้งานต่อเนื่อง 10 วัน
สีที่มีให้เลือก กรอบนาฬิกามี 3 สีคือ Ivory, Black และ Blue
สายรัดข้อมือมี 6 สีคือ Ivory, Black, Blue, Pink, Olive และ Brown
ราคา 1,690 บาท

อุปกรณ์ภายในกล่อง 

กล่องแพ็คเกจจิ้งของ Redmi Watch 2 Lite มาในโทนสีดำเรียบหรู ด้านหน้ากล่องจะโชว์รูปตัวเรือนสมาร์ตจวอทช์ขนาดใหญ่ พร้อมโลโก้ mi ที่มุมขวาบน ส่วนด้านหลังจะพิมพ์บอกข้อมูลสเปคเบื้องต้น และที่ด้านข้างจะกำกับด้วย ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่น ๆ อาทิ ขนาดหน้าจอ, รองรับโหมดฟิตเนสได้มากกว่า 100 โหมด, ติดตั้งระบบ GPS, วัดระดับออกซิเจนในเลือด, แบตเตอรี่ที่ใช้ได้นาน และรองรับการกันน้ำในระดับ 5ATM

เมื่อแกะกล่องออกมาก็จะพบกับอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

  • สมาร์ตวอทช์ Redmi Watch 2 Lite สีดำ
  • สายชาร์จแบตเตอรี่
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ

รูปลักษณ์ดีไซน์

 

ดีไซน์ของ Redmi Watch 2 Lite ตัวเรือนจะมาในรูปทรงสีเหลี่ยม โดดเด่นด้วยวัสดุ Polycaprolactam ที่มีน้ำหนักเบา แต่แข็งแกร่งทนทาน เหมาะกับการสวมใส่ออกกำลังกายได้ทุกกิจกรรม สำหรับด้านขวาจะมีปุ่มกดแบบมัลติฟังก์ชั่นให้ใช้งาน

มาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 1.55 นิ้ว แบบ 2.5D ให้สีสันสดใส แสดงผลอย่างคมชัดด้วยหน้าจอสีการแสดงผลระดับสูง และสามารถแสดงรายละเอียดอื่น ๆ ได้มากขึ้น ด้วยอัตราส่วนหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น 10% จากรุ่นเดิม ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การควบคุมภาพและการควบคุมการสัมผัสให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ตัวสายเป็น TPU ที่มีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ จึงสวมใสได้สบายไม่ระคายเคืองผิวหนัง และยังสามารถถอดเปลี่ยนสายได้ง่าย ๆ เพียงกดที่ปุ่มตรงโคนสายแล้วดึงออกมาตรง ๆ เพียงเท่านี้ก็สามารถเปลี่ยนสายได้เลยโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือแต่อย่างใด 

สำหรับด้านหลังของตัวเรือนจะมีเซ็นเซอร์ตรวจจับอัตราการเต้นของหัวใจ, วัดค่าออกซิเจนในเลือด และหน้าสัมผัสสำหรับเชื่อมต่อกับอะแดปเตอร์ชาร์จไฟ

ในด้านการสวมใส่ ตัวสายมีความยาว 140-210mm สามารถสวมใส่ได้ทั้งคนที่มีข้อมือเล็กหรือใหญ่  รวมถึงยังเลือกใช้วัสดุ TPU ที่มีความยืดหยุ่นและอ่อนนุ่มเป็นพิเศษ ส่งผลให้สามารถสวมใส่ได้ตลอดทั้งวันโดยไม่เกิดอาการระคายเคืองแต่อย่างใด 

สำหรับปุ่มกดมัลติฟังก์ชั่นที่ด้านขวาของตัวเรือน จะทำหน้าที่ในการเข้าสู่เมนูฟังก์ชั่นต่าง ๆ รวมถึงทำหน้าที่ย้อนกลับมาที่หน้าจอหลัก 

กดหนึ่งครั้งจะเข้าถึงเมนูฟังก์ชั่นต่าง ๆ และถ้าอยู่ในหน้าเมนูเมื่อกดหนึ่งครั้งจะเป็นการย้อนกลับไปยังหน้าจอหลัก

เมื่อกดค้างไว้ จะเข้าสู่โหมด รีบูต, ปิดเครื่อง และรีเซ็ต 

การใช้งานหน้าจอสัมผัส

ปัดหน้าจอจากด้านบนลงมาด้านล่าง จะเข้าสู่ Notification หรือการแจ้งเตือนต่าง ๆ  ทั้งสายเรียกเข้า, ข้อความ SMS, ข้อความ Messenger, LINE เป็นต้น

ปัดหน้าจอจากด้านล่างขึ้นสู่ด้านบน จะเข้าสู่ Toggle switch เพื่อเข้าสู่โหมดทางลัด เช่น โหมดห้ามรบกวน, ยกนาฬิกาปลุก, การปลุก, ไฟฉาย และการตั้งค่าหลัก ส่วนด้านบนจะแสดงระดับแบตเตอรี่,  ไอคอนการเชื่อมต่อบลูทูธ และนาฬิกา 

ปัดไปทางซ้ายหรือขวา จะเข้าสู่เข้าสู่ฟังก์ชั่นที่เลือกเอาไว้ โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจ, SpO2, สภาพอากาศ, การออกกำลังกาย และเป้าหมายกิจกรรม

การเชื่อมต่อ 

ในการเชื่อมต่อครั้งแรก เมื่อกดเปิดนาฬิกาจะมีคิวอาร์โค้ดแสดงขึ้นมา เพื่อให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น Xiaomi Wear มาติดตั้งในสมาร์ตโฟน โดยรองรับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 ขึ้นไป หรือ iOS 10.0 ขึ้นไป เมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการลงทะเบียนแอปและเชื่อมต่อบลูทูธพร้อมทำตามขั้นตอนที่แอปพลิเคชั่นแนะนำจนเสร็จขั้นตอนการเชื่อมต่อ

หลังจากเชื่อมต่อแล้ว ผู้ใช้งานสามารถใส่รายละเอีดต่าง ๆ เช่น ชื่อ วันเดือนปีเกิด, เพศ, ส่วนสูง, น้ำหนัก และการตั้งค่าต่าง ๆ อาทิ การแจ้งเตือน, การมอนิเตอร์สุขภาพ, แอป, ระบบ, การตั้งค่าโดยรวม และสามารถดูข้อมูลโดยสถิติเชิงลึกของการออกกำลังกายและสุขภาพได้ผ่านทางสมาร์ตโฟน 

ฟีเจอร์ต่าง ๆ 

Redmi Watch 2 Lite มีหน้าปัดให้เลือกมากกว่า 100 รูปแบบ โดยสามารถดาวน์โหลดมาติดตั้งเพิ่มเติมได้ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Xiaomi Wear  ส่วนการสลับปรับเปลี่ยนรูปแบบหน้าปัดผ่านทางตัวเรือน ให้กดค้างที่หน้าจอแสดงผล แล้วเลือกหน้าปัดที่ต้องการเปลี่ยน

รองรับฟิตเนสโหมดมากกว่า 100 โหมด

Redmi Watch 2 Lite มีโหมดออกกำลังกายรวมทั้งสิ้นกว่า 100 โหมดเพื่อเพิ่มตัวเลือกในการใช้งานให้กับผู้ใช้มากขึ้น  โดยรองรับโหมดโปรเฟสชั่นแนล (Professional mode) 17 โหมด ซึ่งมีโหมด HIIT และ Yoga รวมทั้งโหมดออกกำลังกายต่างๆทั้งประเภทกลางแจ้งและในที่ร่มอีกกว่า 90 โหมดอีกด้วย

นอกจากนี้ Redmi Watch 2 Lite ยังมาพร้อม  Multi-System Standalone GPS แบบบิลด์อิน GNSS ใช้ชิปเซ็ทที่มีประสิทภาพดียิ่งขึ้นเพื่อการติดตามตำแหน่งที่แม่นยำ พร้อมทั้งรองรับระบบกำหนดตำแหน่งหลักสี่ระบบทั่วโลก ได้แก่ GPS, GLONASS, Galileo และ BDS ช่วยให้การออกกำลังกายสามารถติดตามเส้นทางและระยะทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัดระดับ SpO2 และติดตามอัตราการเต้นของหัวใจได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สามารถตรวจสอบการอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด หรือ SpO2 ได้ทุกที่ ทุกเวลา เพื่อความสบายใจของผู้ใช้งาน อีกทั้งยังสามารถรองรับการติดตาม SpO2 ขนาดนอนหลับได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเซนเซอร์ PPG ความแม่นยำสูงเพื่อติดตามอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง

ติดตามการนอนหลับ

Sleep tracking หรือแทร็คการนอนหลับ ที่สามารถทำได้ละเอียดมาก ๆ ทั้ง Awake, Light Sleep, Deep Sleep, REM และยังแสดงข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจและค่า Sp2O ในขณะนอนหลับได้อีกด้วย

สำหรับประโยชน์ของ Sleep tracking จะช่วยวิเคราะห์การนอนหลับในเชิงลึก เพื่อช่วยประมวลผลและสร้างเป้าหมายเพื่อปรับปรุงคุณภาพในการนอน ซึ่งจะส่งผลดีต่อสุขภาพของผู้ใช้งานนั่นเอง

นอกจากนี้ Redmi Watch 2 Lite ยังมีฟีเจอร์ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการใช้งานอีกหลายหลายฟังก์ชั่น เช่น วัดความเครียด,  ฝึกการหายใจเพื่อความผ่อนคลาย, บันทึกรอบเดือนสำหรับสุภาพสตรี, การแจ้งเตือนให้ขยับเมื่อเรานั่งนานเกินไป,  ควบคุมเครื่องเล่นเพลง ,ใช้เป็นรีโมทกล้องเป็นต้น 

Redmi Watch 2 Lite มาพร้อมคุณสมบัติป้องกันน้ำได้ลึกสูงสุด 50 เมตร สามารถสวมใส่อาบน้ำ ลุยฝน และใช้งานในกิจกรรมออกกำลังอย่างว่ายน้ำได้โดยไม่มีปัญหา

(หมายเหตุ* กันน้ำได้ระดับ 5ATM: ผลิตภัณฑ์สามารถสวมใส่ในสระว่ายน้ำ ขณะว่ายน้ำใกล้ชายฝั่ง หรือระหว่างทำกิจกรรมน้ำตื้นอื่น  ได้ อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ไม่สามารถใช้กับฝักบัวน้ำอุ่น ซาวน่า หรือการดำน้ำ นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยงไม่ให้นาฬิกาได้รับผลกระทบโดยตรงจากกระแสน้ำเชี่ยวระหว่างเล่นกีฬาทางน้ำ และระดับการกันน้ำไม่ถาวรและประสิทธิภาพอาจลดลงเมื่อเวลาผ่านไป)

อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานถึง 10 วัน

Redmi Watch 2 Lite มาพร้อมกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวขึ้น โดยให้แบตเตอรี่ความจุ 262 mAh  และระบบชาร์จด้วยแม่เหล็กใหม่ล่าสุด โดยสามารถชาร์จอุปกรณ์ได้เพียงแค่ใช้การสัมผัสเท่านั้น ในการใช้งานทั่ว ๆ ไป สามารถใช้งานได้ถึง 10 วัน ส่วนการใช้งานหนัก ๆ สามารถอยู่ได้ถึง 5 วัน ก็ถือว่าตอบโจทย์การใช้งานได้ลงตัว สำหรับคนที่เน้นออกกำลังกาย และต้องการสมารืตวอทช์แบตอึด ๆ โดยไม่ต้องชาร์จบ่อย ๆ 

บทสรุป

หลังจากทีมงานได้สัมผัสกับ Redmi Watch 2 Lite มาสักพักใหญ่ ๆ ในภาพรวมต้องบอกเลยว่านี่คือสมาร์ตวอทช์ที่ครบเครื่องทั้งด้านการออกกำลังกายและด้านดูสุขภาพ โดย Redmi Watch 2 Lite มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ สีสันสดใส มองเห็นได้ชัดเจนเต็มตา ตัวเรือนบางเบา สวมใส่สบาย รองรับการกันน้ำที่ 50 เมตร ในส่วนของฟีเจอร์ด้านการออกกำลังกายนั้นถือว่าจัดเต็ม โดยรองรับโหมดออกกำลังกายรวมทั้งสิ้นกว่า 100 โหมด พร้อม GPS แบบบิลด์อินที่ช่วยให้การติดตามเส้นทางและระยะทางมีความแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ที่ช่วยติดดูแลสุขภาพในแบบรอบด้าน ทั้งการติดตามอัตราการเต้นของหัวใจ 24 ชั่วโมง, วัดค่า Sp2O ออกซิเจนในเลือด, ติดตามการนอนหลับ, วัดความเครียดและอื่น ๆ อีกมากมาย แถมยังมาพร้อมแบตสุดอึดที่ใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่องถึง 10 วัน และที่สำคัญ Redmi Watch 2 Lite เคาะราคาเปิดตัวที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ๆ ในราคาเพียง 1,690 บาทเท่านั้น 

 

Redmi Watch 2 Lite วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 12 ธันวาคม 2021 เป็นต้นไป  โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Ivory, Black และ Blue  ในราคา 1,690 บาท สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Xiaomi Store และร้านค้าที่ร่วมรายการทั่วประเทศ 

Facebook Comments

Related Posts