รีวิว Samsung Galaxy A52 5G สเปคจัดเต็ม โดดเด่นด้วยจอแสดงผล 120Hz ผสานกล้อง 4 เลนส์ Super AI Camera Pro+ ที่สายทำคอนเทนต์ต้องมี !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 9812 views

เปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับ Galaxy A52 5G สมาร์ตโฟนซีรีส์ A ที่มาพร้อมความครบครัน ครบเครื่อง และจัดเต็มที่สุดเท่าที่ซัมซุงเคยเปิดตัวมา โดยการเปิดตัวในครั้งนี้ได้มีการอัปเกรดในแบบรอบด้าน ทั้งสเปคจัดเต็มแบบไม่มีกั๊ก รวมถึงดีไซน์ตัวเครื่อง และหน้าจอแสดงผล sAMOLED ที่มอบความลื่นไหลสบายตาด้วยอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และยังเป็นสมาร์ตโฟนที่มีกล้องสุดเจ๋ง ขับเคลื่อนด้วยฟีเจอร์ใหม่อย่าง Super Ai Camera Pro+ ที่พร้อมตอบโจทย์คน Gen Z และสายคอนเทนต์ ในราคาคุ้มค่าจับต้องได้อย่างแท้จริง

สเปกเบื้องต้น Samsung Galaxy A52 5G

ขนาด 159.9 x 75.1 x 8.4 มม.
น้ำหนัก 189 กรัม
หน้าจอ Infinity-O แบบ Super AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (405 ppi) ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM7225 Snapdragon 750G 5G (8 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619
RAM 8GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB
microSD Card สูงสุด 1TB
ระบบปฏิบัติการ Android 11 ครอบทับด้วย One UI 3.1
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Wi-Fi Direct, hotspot
Bluetooth 5.0, A2DP, LE
GPS with with A-GPS, GLONASS, GALILEO, BDS
ช่องหูฟัง 3.5 มม.
NFC
พอร์ต USB Type-C, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 4 เลนส์ AI Quad Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
– กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
– GSM 850/900/1800/1900 MHz
– UMTS 850/900/1900/2100 MHz
– LTE Bands 1/ 3/ 5/ 7/ 8/ 20/ 28/ 38/ 40/ 41
– 5G Bands 1/ 41/ 78
แบตเตอรี่ 4,500mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 25W Flash Charging
สี Awesome Black, Awesome White, Awesome Violet และ Awesome Blue
ราคา 13,499 บาท

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวกล่องมาในขนาดกะทัดรัด พร้อมใช้โทนสีขาวสะอาดตา โดยด้านหน้าจะโชว์ดีไซน์อันโดดเด่นของ Galaxy A52 5G ให้เห็นอย่างเด่นชัดตั้งแต่แรกสัมผัส

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย 

  • ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G
  • อแดปเตอร์ชาร์จ OUTPUT 9V-1.67A / V-2.0A
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า
  • สายดาต้าลิงค์แบบ Type-C
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • Soft Case TPU แบบใส


รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ

ตัวเครื่อง Samsung Galaxy A52 5G มาในดีไซน์เรียบหรู ดูทันสมัย ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรงสามมิติ ออกมาเป็นตัวเครื่องที่ให้ความรู้สึกโมเดิร์น พร้อมกับรูปทรงและผิวสัมผัสที่จับถนัดมือ โดยมีให้เลือกถึง 4 สีด้วยกันคือ Awesome Black, Awesome White, Awesome Violet และ Awesome Blue ซึ่งสีที่ได้มาคือสี Awesome Violet ที่ให้ความเป็นพาสเทล สำหรับด้านหน้าครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass ส่วนด้านหลังใช้วัสดุที่ทำจากโพลีคาร์บอเนต

นอกจากนี้ Samsung Galaxy A52 5G  ยังรองรับฟีเจอร์การกันน้ำกันฝุ่นในมาตรฐาน IP67 โดยสามารถกันน้ำที่ระดับความลึก 1.0 เมตรได้นานถึง 30 นาที 

หนึ่งในไฮไลท์ที่เป็นจุดขายหลักของ Samsung Galaxy A52 5G ก็คือหน้าจอแสดงผลที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีบนซีรีส์ A  ด้วยหน้าจอแสดงผล Infinity-O บนพาเนล Super AMOLED มาพร้อมความละเอียดระดับ FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (405 ppi) ขนาด 6.5 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 ให้ความสว่างถึง 800 nit และมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz พร้อมตอบทุกโจทย์การใช้งานเหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน



ตรงกลางด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล ในส่วนของลำโพงสนทนามาในรูปทรงแนวยาว และจัดวางอยู่ในขอบของตัวเครื่อง ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่แสดงผลได้อีกทางหนึ่งด้วย



ด้านหลังติดตั้งกล้อง 4 ตัว Quad Camera โดยกล้อง 3 ตัวแรกเรียงกันในแนวตั้ง และกล้องตัวที่สี่จะอยู่ด้านขวาของเลนส์กล้องตัวแรก โดยมีไฟแฟลช LED อยู่ใต้เลนส์กล้องตัวที่ 4 

สำหรับกล้อง 4 ตัวประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8, ระบบ PDAF และระบบกันสั่น OIS
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2 ถ่ายมุมกว้างได้ 123 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องตัวที่ 4 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

ด้านซ้ายของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มกด หรือช่องใด ๆ

ส่วนด้านขวาของตัวเครื่อง จะมีปุ่มปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียง และปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องสำหรับใส่ SIM Card และไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน สำหรับช่องถาดซิมการ์ดจะเป็นแบบ Hybrid Slot โดยแบ่งเป็นช่องแรกใส่ SIM Card แบบ nanoSIM และช่องที่ 2 ใส่ SIM Card แบบ nanoSIM หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card 

สำหรับด้านล่างประกอบไปด้วย ลำโพงหลักของตัวเครื่อง, พอร์ตชาร์จ Type-C, ไมค์สนทนา และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม. 


ฟีเจอร์เด่น Samsung Galaxy A52 5G

Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว โดยมีอัตรารีเฟรชเรท 120Hz แสดง 120 ภาพต่อวินาที ซึ่งเป็นอัตรารีเฟรชเรทที่สูงขึ้น 100% เมื่อเทียบกับจอแสดงผล 60Hz ทั่วไป เพื่อประสบการณ์การรับชมและการสัมผัสที่ลื่นไหล และอัตราการสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 180Hz ตอบสนองต่อการสัมผัสได้ดีขึ้นในการเล่นเกม และสามารถเลือกปรับได้อัตโนมัติ หรือตั้งค่าที่รีเฟรชเรท 60Hz เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ได้ 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมพร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งาน ทั้งโหมดกรองแสงสีฟ้า Eye Comfort Shield และโหมดใช้งานกลางคืน ซึ่งทั้งสองฟีเจอร์จะช่วยถนอมสายตาจากการใช้งานต่อเนื่องรวมถึงในสภาวะแสงน้อยได้ดีอีกด้วย

นอกจากจะมีจอแสดงผลที่โดดเด่นแล้ว Samsung Galaxy A52 5G ยังมาพร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง ด้วยลำโพงสองตัวที่ด้านบนและด้านล่าง พร้อมมอบคุณภาพเสียงสเตอริโอได้โดยไม่ต้องพึ่งหูฟัง สามารถตอบโจทย์ด้านความบันเทิงทั้งดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้เต็มอรรถรสยิ่งขึ้น

 

ใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM7225 Snapdragon 750G 5G โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตขนาด 8 นาโนเมตร โดยเป็นชิปเซ็ตในซีรีส์ 7 ตัวแรกที่ใช้สถาปัตยกรรมหน่วยประมวลผล Cortex-A77 ทำให้มีพลังการประมวลผลสูงกว่า Snapdragon 765G ที่ใช้ Cortex-A76 และยังมีประสิทธิภาพสูงกว่า Snapdragon 730G ถึง 20% ขณะที่ GPU ใช้เป็น Adreno 619 ที่แรงกว่าเดิมเมื่อเทียบกับตัวที่อยู่บน Snapdragon 730 อยู่ราวๆ 10%

สัมผัสความเร็วแรงด้วยเครือข่าย 5G ในรูปแบบ SA/NSA/Sub 6

Samsung Galaxy A52 5G สามารถใช้งาน 5G ได้ตั้งแต่แกะกล่อง และยังมาพร้อมความโดดเด่นด้วยการรองรับ 5G ในรูปแบบ NSA / SA และ Sub 6 จึงช่วยทลายข้อจำกัดเดิม ๆ ของการใช้งานเดต้าที่พบความล่าช้าบน 3G / 4G เพราะเทคโนโลยี 5G นอกจากจะให้ความเร็วแรงแล้ว ยังมี latency ที่ต่ำ ช่วยให้การใช้งานมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น สามารถเข้าถึงหรือดาวน์โหลดข้อมูลได้เร็วขึ้น เปิดแอปพลิเคชั่นและใช้งานโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ไม่สะดุดติดขัด รวมถึงการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมออนไลน์ ก็ให้ประสบการณ์ที่น่าประทับใจกว่าที่เคย ในภาพรวมต้องบอกเลยว่า Samsung Galaxy A52 5G นั้นตอบโจทย์การใช้งานได้รอบด้านอย่างแท้จริง

ระบบสแกนนิ้วบนจอแสดงผล (On-Screen Fingerprint) บน Samsung Galaxy A52 5G ทำงานได้รวดเร็วแม่นยำ อีกทั้งยังได้รับการผสานโซลูชั่นความปลอดภัยขึ้นสูง ที่หลายคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว นั่นก็คือ Knox ที่มีการติดตั้งไว้ในตัวเฟิร์มแวร์ ทำให้การใช้งานด้านความปลอดภัยร่วมกับระบบ Biometric ไม่ว่าจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ระบบปลดล็อคด้วยใบหน้า มีความปลอดภัยรัดกุมเพิ่มมากยิ่งขึ้น สามารถใช้งานด้านธุรกรรมทางการเงิน หรือปกป้องข้อมูลสำคัญ ๆ ได้อย่างอุ่นใจ

ส่วนระบบ Face unlock บน Samsung Galaxy A52 5G มีความรวดเร็วแม่นยำ ไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และยังทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4500mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานข้ามวัน แถมยังมีระบบชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี Fast charge 25W สามารถชาร์จได้ 50% ในเวลา 30 นาที  (ใช้อแดปเตอร์ชาร์จ 25w )

ทั้งนี้ควรใช้สายชาร์จและอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

 

ด้านการถ่ายภาพ

Samsung Galaxy A52 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมสโลแกน “Super AI Camera Pro+ สายทำคอนเทนต์ต้องมี”  แน่นอนว่าจุดขายหลักของรุ่นนี้ก็คือคุณภาพฮาร์ดแวร์ในระดับสูง รวมไปถึงฟีเจอร์ที่อัดแน่นพร้อมตอบโจทย์สายทำคอนเทนต์ด้วยกล้อง AI Quad Camera ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล และยังมาพร้อมเลนส์ที่ครอบคลุมทุกระยะการใช้งาน ทั้ง Ultra Wide Angle ที่ให้มุมมองกว้างพิเศษถึง 123 องศา และเลนส์ Macro ที่ถ่ายได้ใกล้ถึง 3 ซ.ม และยังมาพร้อมความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล และปิดท้ายกันด้วยเลนส์ Depth ที่ช่วยให้การถ่าย Portrait ได้อย่างมืออาชีพ ให้การละลายฉากหลังละมุนนุ่มนวลและโบ้เก้ที่สวยงามไม่แพ้กล้องโปรเลยทีเดียว 

สำหรับ User Interface หรือเมนูกล้องบน Samsung Galaxy A52 5G ถูกออกแบบให้สามารถเข้าถึงฟีเจอร์และโหมดการถ่ายภาพต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยด้านบนจะประกอบไปด้วย โหมดการตั้งค่า,  โหมดแฟลช, ตั้งแวลาในการถ่าย, อัตราส่วนของภาพ,  ภาพถ่ายเคลื่อนไหว, และฟิลเตอร์ต่าง ๆ

ส่วนด้านล่าง จะประกอบด้วยโหมดการถ่ายต่าง ๆ ที่สามารถจัดเรียงได้ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ

มีโหมดการถ่ายมาให้ใช้งานแบบจัดเต็ม และตั้งค่าได้อย่างยืดหยุ่น เรียกว่าไม่น้อยหน้ารุ่นพี่ในซีรีส์ S ที่เป็นสมาร์ตโฟนระดับเรือธงเลยทีเดียว 

ทดสอบกล้องหลัง

กล้องหลัง AI Quad Camera มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่อย่าง Super Ai Camera Pro+ ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไป รวมถึงสายทำคอนเทนต์ ทั้งภาพนิ่งและวีดีโอได้อย่างลงตัว 

กล้องหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล คุณภาพสูงคมชัดไม่สั่นไหว ด้วยระบบกันสั่น OIS ที่ช่วยในการถ่ายภาพได้ดีในทุกสภาพแสง รวมถึงการถ่ายวีดีโอ ที่สมูทลื่นไหล ขับเคลื่อนด้วย AI หรือปัญญาประดิษฐ์อันชาญฉลาด พร้อมตอบโจทย์คน Gen Z ด้วยผู้ช่วยที่ทำให้ถ่ายทำคอนเทนต์ได้สนุกยิ่งขึ้นทั้ง Single Take, Night Mode และ My Filter เป็นต้น

เทียบภาพถ่ายในระยะต่าง ๆ ของ Samsung Galaxy A52 5G

โหมด Auto 

Ultra wide (มุมกว้างพิเศษ)

Zoom 2x 

Zoom 4x 

Zoom 10x 

Samsung Galaxy A52 5G  รองรับการซูมแบบ Optical zoom 2x และ Digital zoom ได้สูงสุดที่ 10x  ซึ่งในภาพรวม การซูมในระดับ 4x ยังให้คุณภาพที่น่าประทับใจมาก ทั้งความคมชัด การจัดการนอยส์ สามารถนำไปใช้งานได้แบบสบาย ๆ 

Ultra wide (มุมกว้างพิเศษ)

Samsung Galaxy A52 5G  มาพร้อมกล้องมุมกว้างพิเศษ 123 องศา จัดเต็มด้วยเลนส์ขนาด 12 ล้านพิกเซล ให้ภาพมุมมองกว้าง และไม่เกิด distortion หรือการบิดเบือน บิดเบี้ยวของภาพอีกด้วย

โหมดปกติ

Ultra wide  (มุมกว้างพิเศษ)

โหมดปกติ

Ultra wide (มุมกว้างพิเศษ)

ในโหมด Ultra-Wide จะให้มุมมองกว้างเป็นพิเศษถึง 123 องศา ช่วยให้เก็บองค์ประกอบของภาพได้มากยิ่งขึ้นแม้ในพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถถ่ายวิวทิวทัศน์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ไม่ต้องถอยไกล  รวมถึงสามารถเก็บภาพถ่ายแบบหมู่คณะผองเพื่อนได้อย่างครบถ้วนไม่ตกหล่นอีกต่อไป

Macro Mode

Normal mode & Macro mode

Normal mode & Macro mode

Macro mode สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 3 ซ.ม.  ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง ดอกไม้ หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

Night Mode

Night Mode ที่เป็นการถ่ายภาพซ้อนหลาย ๆ ภาพ จากสภาพแสงที่มีความแตกต่างกัน จากนั้นนำภาพที่ได้มารวมกันเป็นภาพเดียว ทำให้ภาพถ่ายกลางคืนหรือในที่แสงน้อย มีความสว่างและคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาขาตั้งกล้อง

Night Mode ไม่ได้ทำให้ภาพสว่างขึ้นมาเพียงอย่างเดียว แต่ยังช่วยดึงดีเทลรายละเอียดของภาพกลับมาอีกทางหนึ่งด้วย สามารถดูการเปรียบเทียบได้จากภาพตัวอย่าง ซึ่งภาพด้านล่างเมื่อเมื่อเปิดใช้ Night Mode แล้ว ภาพจะดูสว่างขึ้นและเพิ่มรายละเอียดในส่วนที่ขาดหายไปจากภาพด้านบน

Samsung Galaxy A52 5G มาพร้อมโหมดการถ่ายภาพที่มีความหลากหลาย  สมกับความเป็นสมาร์ตโฟนที่สายทำคอนเทนต์ต้องมี  ซึ่งนอกจากโหมดไฮไลท์หลักอย่าง Portrait, Macro, Night Mode, หรือ Ultra wide แล้ว ยังมีอีกหลายโหมดที่ต้องบอกเลยว่า สามารถนำไปต่อยอดหรือใช้งานในการทำคอนเทนต์ในยุคนี้ได้อย่างลงตัวอีกด้วย  


โหมด พาโนรามา (Panorama Mode)

โหมด Panorama ของ Samsung Galaxy A52 5G ใช้งานง่ายมาก ในขณะถ่ายให้เราเคลื่อนที่ช้า ๆ พยายามบังคับให้ลูกศรวิ่งไปตามแนวเส้นนำทางอย่างต่อเนื่อง เพียงแค่นี้เราก็จะได้ภาพพาโนรามาที่สวยเนียนกริบ ไม่เกิดการเหลื่อมของภาพให้หงุดหงิดใจ

Panorama Ultra wide

แถม Panorama Mode บน Samsung Galaxy A52 5G ยังมีความเทพที่ไม่เหมือนใคร เพราะสามารถถ่ายบนเลนส์มุมกว้าง Ultra Wide ได้อีกด้วย ซึ่งจะให้มุมมองของภาพทีดูแปลกตาและเพิ่มความน่าสนใจให้กับภาพเพิ่มมากยิ่งขึ้น


โหมด โปร (Pro Mode)

สำหรับโหมด Pro จะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นมีความยืดหยุ่นขึ้น ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่มีความรู้ในด้านการถ่ายภาพในระดับเบสิคจนไปถึงมืออาชีพ โดยโหมดโปรจะช่วยให้การปรับตั้งค่าก่อนถ่ายได้ตรงกับความต้องการ  ไม่ว่าจะเป็นการปรับค่าไวท์บาลานซ์ให้ตรงกับความเป็นจริง สามารถชดเชยแสง และตั้งค่า ISO เพื่อให้เหมาะสมกับสภาพแสงในขณะนั้นเป็นต้น

ภาพนี้ใช้โหมดโปร โดยปรับสปีดชัตเตอร์ที่ 1s และตั้งค่า iso ที่ 125 ซึ่งจะทำให้ภาพเกิด movement เป็นไฟวิ่งที่เราพบเห็นได้ในกล้องโปรเท่านั้น ฉะนั้นการที่ Samsung Galaxy A52 5G มีโหมดโปรมาให้ใช้งาน จึ่งช่วยให้การถ่ายบภาพมีความยืดหยุ่น และได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างจากโหมด Auto หรือ Night Mode อีกด้วย

PRO VIDEO

ทดสอบถ่ายวีดีโอด้วย PRO VIDEO

นอกจากนี้ Samsung Galaxy A52 5G ยังถ่ายวีดีโอได้ยืดหยุ่นด้วย PRO VIDEO ซึ่งสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ได้ไม่ต่างไปจากโหมดโปรของภาพนิ่ง ทั้งการปรับตั้งค่า iso, ไวท์บาลานซ์, ชดเชยแสง, ระบบโฟกัสเป็นต้น 

โหมดอาหาร (Food Mode)

โหมดปรกติ 

Food Mode หรือโหมดอาหารบน Samsung Galaxy A52 5G จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างจากค่ายอื่น ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นในเรื่องของการแต่งสี แต่ Galaxy A52 5G สามารถเลือกการเบลอแบบวงกลม พร้อมกำหนดขนาดเพื่อให้เกิดการโฟกัสเฉพาะจุด ซึ่งเป็นการสร้างความโดดเด่นให้กับภาพได้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถปรับอุณหภูมิสีในโหมดอาหารได้ทั้งโทนอุ่นและเย็น ช่วยให้ภาพอาหารดูมีมิติและให้สีสันที่ดูน่ากินยิ่งขึ้นอีกด้วย

BIXBY VISION 

BIXBY VISION มาพร้อมความสามารถอัดแน่น ทั้งการค้นหาฉลากไวน์, การแปลภาษา, การค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องของภาพ, การค้นหาข้อมูล Shopping ทั้งข้อมูลชื่อร้านค้าและชื่ออุปกรณ์ และสามารถสแกน QR Code ได้อีกด้วย 

AR ZONE

สร้าง  Emoji  ในสไตล์ที่ไม่เหมือนใครด้วย AR ZONE หรือ AR (Augmented Reality) ที่มาพร้อมฟีเจอร์ทอันหลากหลาย รองรับการปรับแต่งได้ยืดหยุ่นแบบสุด ๆ ทั้งในส่วนของใบหน้า เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ฯลฯ และยังสามารนำไปใช้งานได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งสติ๊กเกอร์ผ่านทางคีย์บอร์ด ใช้เป็นภาพหน้าจอการโทร หรือหน้าจอล็อคเป็นต้น 

AR DOODLE

 

ฟีเจอร์ AR Doodle เป็นการบันทึกวิดีโอสนุก ๆ โดยใช้การเขียนด้วยลายมือหรือภาพวาดเสมือนจริงบนใบหน้าหรือที่อื่น ๆ โดยเมื่อกล้องตรวจพบใบหน้าหรือที่ว่าง ลายเส้นบนใบหน้าจะติดตามใบหน้าขณะที่เคลื่อนไหว และลายเส้นบนพื้นที่ว่างจะยังคงอยู่ที่เดิมแม้กระทั่งในกรณีที่กล้องเคลื่อนย้าย ฟีเจอร์นี้ช่วยให้การถ่ายวีดีโอมีลูกเล่นสนุกสนานเพิ่มมากยิ่งขึ้น

HYPERLAPSE

โหมด HYPERLAPSE บน Samsung Galaxy A52 5G สามารถเปิดใช้งาน Super Steady หรือระบบป้องกันการสั่นไหว การปรับความเร็วแบบเร็วได้ 4 ระดับ รวมถึง Night  HYPERLAPSE  ที่ช่วยให้การถ่ายการภาพเคลื่อนไหวในเวลากลางคืนได้ดียิ่งขึ้น 

ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหลัง

ทดสอบกล้องหลังบนความละเอียด Full HD

ทดสอบกล้องหลังบนความละเอียด 4K

ทดสอบกล้องหลัง พร้อมเปิดใช้งานระบบกันสั่น Super Steady

 

 

ทดสอบกล้องหลัง ความละเอียด Full HD พร้อมเปิดใช้งานฟิลเตอร์


โหมด SLOW MOTION

โหมด SUPER SLOW-MO

ทดสอบถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง

โหมดปกติ 

ภาพบุคคลจากกล้องหลัง ให้ความคมชัดที่โดดเด่น และมีสกินโทนที่ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงมีไวท์บาลานซ์ที่แม่นยำ สามารถตอบโจทย์การถ่ายภาพบุคคลได้อย่างลงตัว 

เมื่อถ่ายด้วยเลนส์ Ultra Wide มุมมองกว้างพิเศษ ก็จะช่วยให้แบบดูเพรียว ดูขายาวขึ้นอีกนิด ซึ่งตรงนี้สาว ๆ ต้องชื่นชอบกันอย่างแน่นอน

Zoom 2x

มาพร้อมฟิลเตอร์สำเร็จรูปอันหลากหลาย ซึ่งช่วยให้การถ่ายบุคคลมีความน่าตื่นตาตื่นใจ และยังสามารถแชร์ไปยังโซเชี่ยลต่าง ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องเสียเวลามาตกแต่งผ่านแอปในภายหลังอีกด้วย 

นอกจากนี้ยังมีฟิลเตอร์ส่วนตัว ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเพิ่มฟิลเตอร์จากรูปถ่ายรูป หรือไฟล์รูปภาพภายในเครื่อง เพื่อสร้างให้เป็นฟิลเตอร์เฉพาะตัวที่มีเอกลักษณ์ และโดดเด่นไม่เหมือนใครได้อีกทางหนึ่งด้วย 

ในส่วนของฟิลเตอร์ส่วนตัว จะมีแบบสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 4 รูปแบบ ประกอบด้วย หลังคา, เงา, Monstera และต้นปาล์ม

 

Portrait Mode

โหมดปกติ 

โหมด  Portrait ให้การละลายฉากหลังดูเป็นธรรมชาติ และเก็บดีเทลของเส้นขอบได้ค่อนข้างเนียนตา ในสภาพแสงกลางแจ้ง แทบจะไม่พบการหลุดโฟกัสให้เห็น เรียกว่าหวังผลได้เลย

นอกจากนี้ รูปถ่ายจากโหมด Portrait ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนรูปแบบ background effect ในภายหลังได้อีก 4 รูปแบบ พร้อมปรับระดับการเบลอได้ตั้งแต่ 0-7 ระดับ ผ่านทางแอปแกลเลอรี่ ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายภาพบุคคลมีความสนุกและได้ผลลัพธ์ที่ดูน่าสนใจยิ่งขึ้น

Beauty mode

โหมดบิวตี้ 

โหมดปกติ

ผู้ใช้งานสามารถเปิดใช้บิวตี้โหมดได้ทั้งในแบบ Auto หรือจะเป็นแบบแมนวน โดยรองรับการปรับระดับบิวตี้ได้ตั้งแต่ 1- 3 ระดับ 

นอกจากนี้ยังรองรับการตกแต่งใบหน้าทั้งในส่วนของ ความเรียบเนียน, สีผิว, แนวกราม, ดวงตา ซึ่งช่วยให้การถ่ายโหมดบิวตี้มีความยืดหยุ่นและให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจกับผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

 

 
ยกฟีเจอร์เด่นจากรุ่นพี่อย่าง Single Take มาให้ใช้กันด้วย โดยการกดปุ่มชัตเตอร์ 1 ครั้งตามชื่อ และแพนตัวกล้องไปยังตัวแบบ ระบบ AI ก็จะทำการวิเคราะห์และประมวลผลออกมาให้อย่างเหมาะสม โดยจะได้ทั้ง ภาพนิ่ง และวีดีโอ ที่มีการเลือกฟิลเตอร์ หรือฟีเจอร์ที่เหมาะสมออกมาให้เลือกใช้งานหลากหลายรูปแบบ ถือว่าเป็นโหมดที่ใช้งานง่ายและให้ผลลัพธ์ที่ดีอีกด้วย

ตัวอย่างภาพที่ได้จากโหมด Single Take  ซึ่งตัว AI จะทำการแรนดอมและประมวลภาพออกมาให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใส่ฟิลเตอร์ จัดองค์ประกอบภาพ ฯลฯ เป็นต้น 

นอกจากนี้ Single Take ยังรองรับการบันทึกได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ทำให้การถ่ายในช็อตเดียว ครอบคลุมทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ สามารถเลือกไปใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นและครอบคลุม ถือว่าเป็นโหมดที่มีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง 

FUN Mode

โหมดใหม่ล่าสุด “โหมด FUN” เป็นการผสาน AR และเอฟเฟ็กต์น่ารัก ๆ จากความร่วมมือกับแอปชื่อดัง Snapchat โดยสามารถใช้งานได้โดยตรงจากทั้งกล้องหน้าและหลังของ Samsung Galaxy A52 5G 

ทดสอบกล้องหน้า

ทดสอบกล้องหน้าโหมด Auto 

กล้องหน้าสามารถเปิดใช้งาน Ultra wide หรือมุมกว้างพิเศษ  ทำให้การถ่ายเซลฟี่แบบหมู่คณะโดยไม่ตกหล่นเพื่อน ๆ รวมถึงสามารถเก็บวิวทิวทัศน์อันสวยงามตระการตาให้กว้างกว่าที่เคย

กล้องหน้ามาพร้อมฟีเจอร์ที่ใกล้เคียงกับกล้องหลังมาก ๆ เรียกว่าให้ฟีเจอร์มาแทบไม่แตกต่างกัน ทั้งในส่วนของฟิลเตอร์,  โหมด Portrait  โหมดบิวตี้, Single และ Take โหมด FUN”

 “โหมด FUN” กล้องหน้า

โหมดฟิลเตอร์ส่วนตัว มีแบบสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 4 รูปแบบ ประกอบด้วย หลังคา, เงา, Monstera และต้นปาล์ม เหมือนกล้องหลัง

โหมด  Portrait ของกล้องหน้า ทำผลงานได้ดีไม่แพ้กล้องหลัง สามารถละลายฉากหลังได้เป็นธรรมชาติพร้อมเก็บขอบดีเทลของตัวแบบได้ค่อนข้างน่าประทับใจอีกด้วย 

นอกจากนี้โหมด Portrait ของกล้องหน้ายังรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง รวมถึงเปิดใช้งานบิวตี้โหมดได้อีกด้วย

บิวตี้โหมด

กล้องหน้าสามารถเปิดใช้บิวตี้โหมดได้ทั้งในแบบ Auto หรือจะเป็นแบบแมนวน โดยรองรับการปรับระดับบิวตี้ได้ตั้งแต่ 1- 3 ระดับ 

นอกจากนี้ยังรองรับการตกแต่งใบหน้าทั้งในส่วนของ ความเรียบเนียน, สีผิว, แนวกราม, ดวงตา ซึ่งช่วยให้การถ่ายโหมดบิวตี้มีความยืดหยุ่นและให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจกับผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหน้า

ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหน้าบนความละเอียด Full HD 

 

ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหน้าบนความละเอียด 4K

 

ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหน้าบนความละเอียด Full HD พร้อมเปิดใช้งานฟิลเตอร์ 


ทดสอบการบันทึกวีดีโอกล้องหน้าบนความละเอียด Full HD พร้อมเปิดใช้งานบิวตี้โหมด

จากนี้ไปรับชมรูปจากกล้องหลังในสภาพแสงต่าง ๆ กันต่อครับ


ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

Samsung Galaxy A52 5G รันบนระบบปฏิบัติการ Android 11 และครอบทับด้วย One UI 3.1 ที่มีความสดใหม่ สำหรับคนที่ใช้งานสมาร์ตโฟนซัมซุงมาก่อน ก็จะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วนผู้ใช้งานใหม่ก็ไม่ต้องปรับตัวแต่อย่างใด เพราะโดยภาพรวมตัว User Interface มาในสไตล์โมเดิร์น พร้อมเน้นประสบการณ์ใช้งานที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความสะดวกคล่องตัวนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์เด่น ๆ ทั้งการทำงานอย่างต่อเนื่องร่วมกับดีไวซ์อื่น ๆ ผ่านทาง Samsung Account เช่นการโทรออก/รับสาย บนพื้นฐานของหมายเลขโทรศัพท์เดียวกันแบบข้ามอุปกรณ์ รวมถึงการซิงค์โน๊ต การเปิดหน้าเว็บเบราว์เซอร์ รวมถึงฟีเจอร์ใหม่บน OneUI 3.1 ในการใช้ Bluetooth Low Energy เพื่อติดตามอุปกรณ์ที่เคยเชื่อมต่อกันแบบออฟไลน์ได้อีกด้วย

ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งในส่วนของเลย์เอาท์หน้าจอหลัก ทั้งรูปแบบคอลัมน์ และหน้า Apps Drawer ได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ความชื่นชอบของแต่ละบุคคล รวมถึงเปลี่ยนภาพพื้นหลัง และรูปแบบธีมที่สวยงาม ซึ่งมีให้เลือกใช้งานอย่างหลากหลาย สามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้จากแอปพลิเคชัน ร้านขายธีม หรือ Galaxy Themes ที่ติดตั้งมาให้เรียบร้อยแล้วภายในเครื่อง

Apps edge ฟีเจอร์ยอดนิยมที่ออกแบบมาเพื่อสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมขอบจอโค้งในแบบ edge to edge และถึงแม้ว่าหน้าจอของ Samsung Galaxy A52 5G จะไม่ได้เป็นจอโค้งแบบ edge to edge เหมือนรุ่นพี่ก็ตาม แต่ก็สามารถประยุกต์ใช้งานฟีเจอร์นี้ เพื่อช่วยให้สามารถเข้าถึงทางลัดของแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

ฟีเจอร์ด้าน Network และการโทรมีความโดดเด่นด้วยการรองรับเทคโนโลยี 5G ในแบบ NSA / SA และ Sub 6  รวมไปถึงยังรองรับการโทรผ่าน Wi-Fi และ Dual VoLTE ที่สามารถเปิด VoLTE ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม ทำให้การโทรผ่านสัญญาณที่มีความเร็วสูง มีความคมชัดมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังใช้งานด้านการโทรควบคู่ไปกับการใช้งาน Data ได้อย่างราบลื่นอีกด้วย

เชื่อว่าหลายคนอาจจะพลาดกับฟีเจอร์สุดเทพอย่าง Adapt Sound กันอยู่ไม่น้อย ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยมอบประสบการณ์การฟังเพลงที่ดีและเหมาะสมที่สุดผ่านทางหูฟังที่ปรับแต่งให้เกิดความสมดุล โดยเราสามารถกำหนดโปรไฟล์ของรูปแบบเสียง ได้ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง

Game Launcher ฟีเจอร์ที่พร้อมตอบโจทย์คอเกมสายฮาร์ดคอร์ ที่ต้องการประสิทธิภาพในการเล่นเกมแบบขั้นสุด รวมถึงผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไป ที่ต้องการปรับตั้งค่าการเล่นเกมให้สมดุล ทั้งการประหยัดพลังงานและการใช้ข้อมูลเดต้าอย่างเหมาะสม

Samsung มอบพื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์ให้ลูกค้าใช้ฟรี ๆ ถึง 15 GB นอกจากจะใช้เก็บข้อมูลทั่ว ๆ ไปเหมือนผู้ให้บริการ cloud storage ที่มีบริการอยู่ในท้องตลาดแล้ว ตัว Samsung cloud ยังมาพร้อมฟีเจอร์ในการสำรองและคืนค่าให้กับตัวสมาร์ตโฟนได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบริการที่ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าของซัมซุงได้รับความสะดวกสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้งานสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ แต่ข้อมูลสำคัญ ๆ ก็ยังอยู่ครบถ้วน

Bixby Routines ผู้ช่วยอัจฉริยะที่อักเกรดความสามารถขึ้นมาอีกระดับ เป็นฟีเจอร์ที่ถ่ายทอด DNA มาจากรุ่นพี่ในซีรีส์ S นั่นเอง สำหรับฟีเจอร์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกก็ใส่มาให้แบบไม่มีกั๊ก ทั้งโหมดใช้งานมือเดียว, ลิงก์กับ Windows, ฟีเจอร์ Motions & Gestures ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ของตัวเครื่อง เช่นยกเครื่องเพื่อปลุกหน้าจอ, การเปิดหน้าจอค้างไว้ในขณะที่มองหน้าจอ, การใช้ฝ่ามือเพื่อจับภาพหน้าจอเป็นต้น และอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ขาดไม่ได้ก็คือแอพโคลน ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชั่นโซเชียลยอดนิยม เช่น Line, Facebook หรือ Instagram และอื่น ๆ ได้พร้อม ๆ กัน ถึง 2 แอคเคานท์ในเครื่องเดียว

Device care เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการประสิทธิภาพภายในตัวเครื่อง ทั้งการลบไฟล์ขยะและไฟล์แคชของระบบ, การจัดการด้านหน่วยความจำ, การสแกนไวรัส และการดูแลแบตเตอรี่เป็นต้น ซึ่งแอปฯนี้จะช่วยให้การทำงานของตัวเครื่องเต็มเปี่ยมประสิทธิภาพ มีความรวดเร็วและความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลานั่นเอง

มาพร้อมแบตความจุสูงถึง 4500mAh พร้อมรองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็วแบบ Fast charge 25W จากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน หากเป็นการใช้งานทั่ว ๆ ไม่ได้เน้นเล่นเกม สามารถใช้งานได้ครบ 1 วันหรือ 1 วันครึ่งได้แบบสบาย ๆ ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้ตัวชิปเซ็ทและ Firmware ที่ปรับแต่งมาได้ดีมาก ๆ นั่นเอง

ปิดท้ายด้วย Galaxy Gift  และ EZY Rewards เอกสิทธิ์ที่พร้อมมอบสิทธิพิเศษแบบ Exclusive ที่มีให้เฉพาะลูกค้าของซัมซุงเท่านั้น ซึ่งหาไม่ได้ในแบรนด์อื่น ๆ ที่มีอยู่ในตลาด ณ ทุกวันนี้


ประสิทธิภาพ

Samsung Galaxy A52 5G  ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ตรุ่นใหม่ Qualcomm SM7225 Snapdragon 750G 5G บนสถาปัตยกรรม 8 นาโนเมตร ประมวลผล Octa Core ความเร็ว 2.2GHz ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619

ส่วนในแง่การใช้งานจริงถือว่าเป็นสมาร์ตโฟน Mid-Range ระดับกลางค่อนไปทางสูงที่มาพร้อมความลื่นไหล มอบความแรงในระดับที่นำไปใช้งานทั่วไปและเล่นเกมที่มีกราฟิกหนัก ๆ ได้แบบสบาย ๆ  สำหรับเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ก็ให้มาอย่างครบถ้วน อาทิ  Gyroscope, Magnetic,  Accelerometer ในส่วนของภาครับสัญญาณ GPS พบว่ามีความเร็วและความแม่นยำอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจมาก ๆ 

มัลติมีเดียและความบันเทิง

ซัมซุงยังเล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มผู้ใช้งานที่ยังชื่นชอบการรับฟังวิทยุ FM จึงไม่ได้ตัดฟีเจอร์นี้ออกไป และ FM บน Samsung Galaxy A52 5G  นั้นเป็น FM แบบทศนิยมสองจุด ที่มีภาครับสัญญาณถือว่าคมชัดใช้ได้เลย ส่วนฟีเจอร์ก็ใส่มาให้ครบถ้วน ทั้งการบันทึกวีดีโอไว้ฟังแบบออฟไลน์ และการส่งไปยัง Reminder เป็นต้น

Music Player เป็นแอปฯที่พัฒนาโดยซัมซุง โดยมาพร้อมความสามารถแบบจัดเต็มไม่แพ้แอปฯเสียเงินที่มีอยู่ในสโตร์ เพียงแต่ไม่ได้มีการพรีโหลดมาให้ตั้งแต่โรงงาน เราต้องทำการดาวน์โหลดมาติดตั้งเองในภายหลัง ในแง่ความสามารถนั้นครบเครื่องจัดเต็มตามที่เกริ่นไป ส่วนสิ่งที่ขับเน้นให้เกิดความโดดเด่นและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ใช้งาน ก็คือในด้านกำลังขับและเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่ช่วยปรับปรุงให้คุณภาพเสียงนั้นยกระดับขึ้นไปอีกขั้น อีกทั้งยังสามารถปรับแต่ง อีควอไลเซอร์ได้ยืดหยุ่นตรงกับรสนิยมการฟังเพลงของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี  จึงทำให้การฟังเพลงหรือรับชมคอนเทนต์นั้นเต็มอิ่มครบทุกอรรถรสอย่างแน่นอน

สำหรับ Video Player บน Samsung Galaxy A52 5G รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ได้อย่างสมูทไหลลื่น แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น

ทดสอบการเล่นเกม

Samsung Galaxy A52 5G ตอบโจทย์การเล่นเกมในระดับมืออาชีพด้วยฟีเจอร์ Game Booster ซึ่งช่วยให้การเล่มเกมเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปกป้องการรบกวนจากการแจ้งเตือน อีกทั้งยังใช้งานง่ายด้วยอินเทอร์เฟซแบบเฉพาะและเมนูที่ง่ายต่อการเข้าถึง  ส่วน Frame Booster จะช่วยให้กราฟิกนั้นดูไหลลื่นสมจริง พร้อมเล่นเกมได้ดีที่สุดด้วย Game Booster ที่สามารถเรียนรู้รูปแบบการเล่นของผู้ใช้งาน เพื่อปรับการใช้งานแบตเตอรี่, อุณหภูมิ และการใช้งานหน่วยความจำได้อย่างเหมาะสม

เริ่มต้นกันด้วยเกม Call of Duty  ที่สามารถปรับตั้งค่า คุณภาพกราฟิก HIGH และเฟรมเรท HIGH ในการทดสอบใช้งานจริง พบว่าการการเคลื่อนที่ การยิง รวมถึงเอฟเฟกต์ภายในเกม มีความสมูทลื่นไหลที่ดี ไม่รู้สึกถึงอาการแลค และยังมีความเสถียรในระดับที่น่าพึงพอใจมาก ๆ อีกด้วย

ต่อกันด้วย ROV อีกหนึ่ง เกม MOBA สุดฮิตของบ้านเรา โดยค่าเริ่มต้น ตั้งค่าภาพ HD ในระดับสูงมาก และการแสดงผลระดับสูง พร้อมเลือกเฟรมเรทสูงโดยรักษาความ stable ไว้ที่ระดับ 59-60fps แบบต่อเนื่อง  ในภาพรวม Samsung Galaxy A52 5G นั้นถือว่าแรงพอที่จะตีป้อมได้อย่างสมูทไหลลื่น โดยไม่หัวร้อนอย่างแน่นอน

ปิดท้ายกันไปแด้วย PUBG ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งเกมที่ต้องการทรัพยากรขั้นสูง เบื้องต้นสามารถตั้งค่ากราฟิกที่ระดับ “HD” และเฟรมเรทระดับสูง ซึ่งในการทดสอบจริง ทั้งการเคลื่อนไหว รวมถึงแอคชั่นต่าง ๆ ภายในเกมนั้นให้ความสมูทต่อเนื่อง โดยไม่รู้สึกถึงอาการหน่วงแต่อย่างใด 

ส่วนหนึ่งต้องยกความดีให้กับ Firmware ที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดี รวมถึงฟีเจอร์ Game Launcher ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้เหมาะสมกับการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น

บทสรุป 

Samsung Galaxy A52 5G เป็นซีรีส์ A ที่ดีที่สุดเท่าที่ซัมซุงเคยเปิดตัวมา ซึ่งก่อนหน้านั้นอาจจะมีกั๊ก ๆ เพื่อไม่ให้ไปทับไลน์กับสมาร์ตโฟนภายในค่ายอยู่บ้าง แต่รอบนี้ซัมซุงปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ด้วยการนำเสนอความแตกต่างทางด้านดีไซน์ ที่มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์จนฉีกแนวไปจากค่ายอื่น ๆ  และยังมาพร้อมสเปคและฟีเจอร์จัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอ sAMOLED ที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz ผสานกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล ขับเคลื่อนด้วย Super Ai Camera Pro+ โดยให้ฟีเจอร์และคุณภาพในระดับกระทบไหล่รุ่นพี่ที่เป็นเรือธงภายในค่ายได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์ด้านความบันเทิงด้วยลำโพงคู่สเตอริโอ  และสเปคในภาพรวมที่แรงพอจะทำงานและเล่มเกมที่มีกราฟิกหนัก ๆ ได้ไหลลื่นไม่มีสะดุด แถมยังรองรับ 5G และมีแบตสุดอึดชาร์จไว เรียกว่าครบครัน ครบเครื่องในราคาจับต้องได้ สามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและสายทำคอนเทนต์ได้อย่างแท้จริง 

ทั้งนี้ Samsung Galaxy A52 5G วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในราคา 13,499 บาท มี 4 สีให้เลือกใช้งานประกอบด้วย Awesome Black, Awesome White, Awesome Violet และ Awesome Blue  ผู้ที่สนใจ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ ซัมซุง แบรนด์ช้อป, ช่องทางออนไลน์ และตัวแทนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Facebook Comments

Related Posts