รีวิว Vivo V20 ดีไซน์เด่น กล้องโปร ระบบโฟกัสดวงตา มาพร้อมระบบปฏิบัติการล่าสุด Android 11 !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 11338 views

หลังจากเปิดตัว Vivo V20 Pro 5G สมาร์ตโฟนกล้องหน้าคู่สุดล้ำรองรับ 5G บางสุดในโลก พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต  “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ”  และ “ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์” ไปเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ย. 63 ที่ผ่านมา ล่าสุดวีโว่ ส่ง Vivo V20 เข้ามาเติมเต็มให้กับซีรีส์ V อีกหนึ่งรุ่น โดยยังคงต่อยอดความสำเร็จมาจากรุ่นพี่ V20 Pro อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องดีไซน์อันโดดเด่น รวมถึงกล้องหน้า/หลังที่มาพร้อมระบบโฟกัสดวงตา ที่ช่วยให้ถ่ายภาพ portrait ได้สวยงามแม่นยำกว่าที่เคย และนอกจากจะเด่นภาพนิ่งแล้ว ในด้านการถ่ายวีดีโอก็จัดเต็มไม่แพ้กัน เรียกว่าเด่นทั้งภาพนิ่งและวีดีโอเลยทีเดียว สำหรับฟีเจอร์และความน่าสนใจอื่น ๆ ของ V20 จะมีอะไรบ้าง ขอเชิญติดตามรับชมรีวิวไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ 

สเปคเบื้องต้น Vivo V20

ขนาด 161.30X74.20X 7.48 มม.
น้ำหนัก 172 กรัม  
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ ชนิด AMOLED  ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 2400×1080 (FHD+) อัตราส่วน 20:9,  408ppi, Contrast 2000000:1, HDR 10, TYP 430 nits, HBM 600 nits, รองรับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในจอแสดงผล In-display Fingerprint Scanning  
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Qualcomm SM7125 Snapdragon 720G (8 nm)  หน่วยประมวลผล Octa-core (2×2.3 GHz Kryo 465 Gold & 6×1.8 GHz Kryo 465 Silver) หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 618  
RAM 8GB  
หน่วยความจำภายในเครื่อง 128GB   
หน่วยความจำเสริม  256GB  
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง: 3 เลนส์ AI Triple Camera  
  • 64 ล้านพิกเซล (Wide-Angle), รูรับแสงกว้าง f/1.89
  • 8 ล้านพิกเซล (Macro/Bokeh), รูรับแสงกว้าง f/2.2 
  • 2 ล้านพิกเซล (Mono), รูรับแสงกว้าง f/2.4 

——————————————————-

กล้องหน้า : ความละเอียด 44 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0

——————————————————-

โหมดการถ่าย

กล้องหน้า: Eye Autofocus, Super Night Selfie, Selfie Softlight Band, Steadiface Selfie Video, Slo-Mo Selfie Video, Dual-View Video, Art Portrait Video, Multi-Style Portrait


กล้องหลัง: Motion Autofocus, Eye Autofocus, Body/Object Autofocus, Super Night Mode, Super Wide Angle Night Mode, Tripod Night Mode, Ultra Stable Video, Art Portrait video, Super Macro, Bokeh Portrait, Multi-Style Portrait

 
ระบบปฏิบัติการ Funtouch 11 บนพื้นฐานของ Android 11  
เชื่อมต่อ

Wi-Fi 2.4G + 5GHz
บลูทูธ 5.1 support A2DP, LE
GPS, Beidou, Galileo, GLONASS

 
รองรับระบบ รองรับการทำงาน Dual-SIM  2 ซิมการ์ด Dual SIM and Dual Standby
  • 2G GSM : B2/3/5/8
  • 3G WCDMA : B1/5/8
  • 4G FDD-LTE : B1/3/5/8/28
  • 4G TDD-LTE : B38/B40/B41F
 
แบตเตอรี่ 4000mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge 2.0 – 33W (11V/3A)  
สี/ราคาวางจำหน่าย

สีที่วางจำหน่ายในไทย Black: Midnight Jazz – Blue: Sunset Melody ราคาเปิดตัว  11,999 บาท

 

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่องแพคเกจจิ้งมาในโทนเดียวกับรุ่นพี่ V20 Pro ซึ่งมีกิมมิครูปตัว V ที่ให้ความเลื่อมพรายบนด้านหน้ากล่อง  พร้อมกำกับขนาดความจุ ROM/RAM ไว้ที่ด้านบนมุมขวาของตัวกล่องอย่างชัดเจน

ด้านหลังจะพิมพ์บอกไฮไลท์ฟีเจอร์เด่น อาทิ กล้องหน้า 44 ล้านพิกเซล มาพร้อมระบบโฟกัสดวงตา, ดีไซน์ Ultra Sleek Matte Glass, กล้องหลัง 64MP Night Camera, ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต Qualcomm SDM765 Snapdragon 720G 

สำหรับสีที่ทาง IbelieveIT ได้รับมารีวิวในครั้งนี้คือ  สีฟ้า Sunset Melody

อุปกรณ์ภายในกล่องประกอบไปด้วย 

1. อแดปเตอร์ชาร์จไฟ OUTPUT 5V–2A / 9V–2A / 11V–3A Max – รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge 2.0 – 33W

2. หูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์ 

3. สายดาต้าลิงค์แบบ Type-C

4. เคสซิลิโคนแบบใส

5. อุปกรณ์เปิดถาด SIM Card

6. ใบรับประกัน, และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ

สำหรับฟิล์มกันรอยได้มีการติดมาให้เรียบร้อยแล้วจากโรงงาน

 

รูปลักษณ์ดีไซน์ & การออกแบบ

“Feel The SmoothnessMatte Glass”

Vivo V20  มาพร้อมดีไซน์ Ultra Sleek Matte Glass ที่ผสานความสวยงามด้วยสีสันบนตัวเครื่องแบบสองโทนสี เข้ากับวัสดุพรีเมี่ยมด้วยกระจกฝาหลังและขอบเฟรมอะลูมิเนียม โดยเมื่อแสงตกกระทบผิวสัมผัสของตัวเครื่องจะเปลี่ยนสีสันอย่างนุ่มนวล เป็นการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ โดยหลอมรวมศิลปะ เทรนด์และความคลาสสิกเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อแสดงถึงความงามอย่างเป็นธรรมชาติ

Vivo V20  มี 2 สีให้เลือกใช้งาน ประกอบด้วย Midnight Jazz สีดำลึกลับและเต็มไปด้วยพลัง แสดงถึงความสงบและความมั่นใจ และสี Sunset Melody  ให้ผู้ใช้งานได้สัมผัสถึงเฉดสีสันอันเร่าร้อน ชวนให้นึกถึงบรรยากาศที่ชายหาดยามพระอาทิตย์ตกนั่นเอง

และด้วยเทคโนโลยี AG Matte Glass จะช่วยเพิ่มความสวยงาม หรูหราให้กับตัวเครื่อง พร้อมทั้งให้ผู้ใช้งานสัมผัสถึงความเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ด้วยพื้นผิวที่ทนทานต่อรอยขีดข่วน รวมถึงเทคโนโลยี AF ที่ช่วยป้องกันโทรศัพท์จากรอยนิ้วมือ พร้อมการออกแบบกล้องหลังอันโดดเด่น ด้วยการจัดวางเป็นชั้นบาง ๆ อย่างเป็นระเบียบ ซึ่งเป็นการสร้างเลเยอร์ที่เพิ่มแต่ละขั้นอย่างประณีต โดยสเต็ปขั้นแรกเป็นสีดำคลาสสิกที่บรรจุตัวกล้องไว้ ขั้นที่สองคือฐานกรอบตกแต่งโดยรอบที่มีสีกลมกลืนกับฝาครอบ และปิดท้ายด้วยฝาหลังที่ใช้ครอบแบตเตอรี่

สรุปในภาพรวมตัวเครื่องมีดีไซน์ที่มีความเพรียวบาง โดยมาพร้อมกับจอโค้งแบบ 2.5D ที่มีความหนาเพียง 7.48 มม. อีกทั้งยังออกแบบตามหลัก Ergonomics จึงส่งผลให้สอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้ดีเยี่ยม ช่วยให้การจับถือพกพาเป็นไปอย่างสะดวกคล่องตัว

หน้าจอใหญ่เต็มตา มอบประสบการณ์การรับชมคอนเทนต์ได้อย่างโดนใจ

Vivo V20 มาพร้อมหน้าจอแสดงผลขนาด 6.44 นิ้ว ชนิด AMOLED บนความละเอียด 2400 × 1080 พิกเซล (FHD+) พร้อมอัตราส่วน 20:9  และยังรองรับ HDR10 รวมถึงการสแกนนิ้วใต้หน้าจอแสดงผล (In-display Fingerprint Scanning) อันเป็นจุดขายของทางค่าย Vivo เหมือนเช่นเคย

ในส่วนของลำโพงสนทนามาในรูปทรงแนวยาว และจัดวางอยู่ในขอบของตัวเครื่องซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่แสดงผลได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับกล้องหน้าออกแบบให้มีขนาดเล็ก โดยจัดวางเลย์เอาท์ไว้ใน Notch หรือรอยบากรูปทรงหยดน้ำขนาดเล็กได้อย่างลงตัว ซึ่งจากการใช้งานจริงให้ความรู้สึกกลมกลืนไม่รบกวนสายตา แต่ยังคงให้คุณภาพมาแบบเต็มเปี่ยม ด้วยความละเอียดของกล้องหน้าที่สูง 44 ล้านพิกเซล โดยตัวกล้องหน้ายังมาพร้อมกับโหมดโฟกัสอัตโนมัติ (AF) สามารถจับโฟกัสจากระยะถ่าย 15 CM ถึงจุดที่ไกลที่สุดได้อย่างชัดเจน* ไม่ว่าจะถ่ายระยะใกล้หรือจะใช้ไม้เซลฟี่ระยะไกลแค่ไหน ก็สามารถถ่ายเซลฟี่ได้อย่างคมชัด 

นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์แบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นโหมด Super Night Selfie, Ultra Stable Selfie Video และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามสมจริงในทุกสภาพแสงและทุกสถานการณ์

 

กล้องหลังจัดเต็มสุดคมชัดด้วย AI Triple Camera  ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล มาพร้อมชิ้นเลน์ ASPH คุณภาพสูง และระบบโฟกัสอันชาญฉลาด  โดยมีรายละเอียดดังนี้

เลนส์หลัก (Wide-Angle) ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.89 

เลนส์  Ultra Wide-Angle /Macro/Bokeh ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2

เลนส์ Mono ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.4 

 

สำหรับด้านบนของตัวเครื่อง จะมีไมค์ตัดเสียงรบกวนและทำหน้าที่ในการบันทึกเสียงอีกด้วย 

ส่วนด้านล่างประกอบไปด้วย ลำโพงหลักของตัวเครื่อง, พอร์ตชาร์จ Type-C, ไมค์สนทนา และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ โดยตัวปุ่มมีการทำลายเท็กเจอร์ซึ่งช่วยให้ดูสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้น  ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นที่อยู่ของช่องถาดซิมการ์ด

ตัวถาดซิมของ Vivo V20  เป็นแบบ Triple Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบนาโนซิม พร้อมรองรับหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุดถึง 256GB 

 

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo V20

In-Display Fingerprint Scanning

Vivo เป็นค่ายแรกที่นำเสนอ “นวัตกรรม In-Display Fingerprint Scanning” หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอัพเกรดและพัฒนาตัวเซ็นเซอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเจนเนอเรชั่นล่าสุดมีการอัพเกรดตัวเซ็นเซอร์ใหม่แบบ 3 ชิ้นเลนส์ จึงส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมากยิ่งขึ้น 

สำหรับฟีเจอร์ In-Display Fingerprint Scanning บน Vivo V20 รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุดที่ 5 ลายนิ้ว และนอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ รวมถึงสามารถเปลี่ยนไอคอนที่แสดงบนหน้าจอได้อีก 6 รูป ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบ Face Unlock บน Vivo V20 มีความรวดเร็วแม่นยำไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา และมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 5 รูปแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

 OLED Halo Fullview Display

หน้าจอแสดงผลของ Vivo V20  เลือกใช้วัสดุรุ่นใหม่คุณภาพสูงบนพาเนล AMOLED โดยมีหน้าจอขนาด 6.44 นิ้ว ที่ใหญ่เต็มตา บนความละเอียด 2400×1080 (FHD+) อัตราส่วน 20:9  และมีค่า High contrast 2000000:1 ให้ความสว่างถึง 600nit และยังรองรับ HDR 10 จึงให้สีสันที่สวยงามสมจริง พร้อมตอบโจทย์ด้านการรับชมคอนเทนต์และการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น รวมถึงยังมาพร้อมโหมดป้องกันดวงตาและธีมมืดที่ช่วยถนอมสายตาของผู้ใช้งานอีกด้วย

Multi-Turbo 

Multi-Turbo บน Vivo V20  ได้รับการอัปเดตด้วย ART ++ Turbo ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทแบบก้าวกระโดด จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วกว่าที่เคย โดยมีไฮไลท์ที่น่าสนใจดังนี้

Game Turbo นำเสนอฟีเจอร์ Game Highway ซึ่งสร้างช่องทางด่วนสำหรับการเล่นเกม และยังจัดลำดับความสำคัญของ CPU และหน่วยความจำ ที่ช่วยลดปัญหาเฟรมเรตตกได้ถึง 30%

ART ++ Turbo ช่วยเร่งการเปิดใช้งาน รวมถึงการสลับแอปพลิเคชัน ซึ่งโดยประมาณจะสามารถลดความล่าช้าได้ถึง 31%

AI Pre-loading สามารถประมวลการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น third-party ที่คุณใช้บ่อยได้เร็วขึ้น 20%

Ultra-Game Mode

Ultra-Game Mode ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ นอกจากนี้ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความต่อเนื่องไร้การรบกวนจากแจ้งเตือนข้อความและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบสัมผัสเพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอในขณะเล่นเกมที่เกิดจากการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

ในส่วนของ Visual Effect คือ “การสร้างเทคนิคพิเศษทางภาพ” โดยจะล็อคความสว่างเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเพลิดเพลินกับเอฟเฟกต์ภาพที่ดีที่สุด. พร้อมทั้งจัดสรรอัตราเฟรมที่ปรับเปลี่ยนและอุณหภูมิของ CPU ให้กับเกม ด้วยวิธีการที่ชาญฉลาดเพื่อให้ได้ประสบการณ์การเล่นเกมที่ดีที่สุดอีกด้วย

นอกจากนี้ยังอัพเกรดฟีเจอร์เด่น ๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น  Autoplay with screen off ที่สามารถเล่นเกมต่อเนื่องอัตโนมัติในขณะหน้าจอดับ

และโหมด 4D Game Vibration  ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์สั่นสะเทือน ส่งผลให้การเล่นเกมต่อสู้ได้ดุเดือด มีความสมจริง เช่นการสั่นตอบสนองในเวลาที่ยิงปืน หรือการชน การกระแทกเป็นต้น

Game Center

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ Game Space ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

เทคโนโลยีชาร์จไว 33W vivo FlashCharge 2.0

มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4000mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานครบวัน แถมยังมีระบบชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี 33W vivo FlashCharge 2.0 ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 65% พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าชาร์จได้ไวและมีความปลอดภัยที่น่าประทับใจมาก ๆ

ทั้งนี้ควรใช้สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts