รีวิว Vivo X50 Pro 5G แฟลกชิพ กล้องโปร โดดเด่นด้วยระบบกันสั่น Gimbal ครั้งแรกของโลก !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 10662 views

เป็นอีกครั้งที่ Vivo เปิดตัวนวัตกรรมอันล้ำสมัยเป็นค่ายแรกของโลก โดยที่ผ่านมาก็มีหลายครั้งที่ Vivo เปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก่อนใคร เช่น เปิดตัวสมาร์ตโฟนที่มีชิปเสียง Hi-Fi เป็นแบรนด์แรก หรือการเปิดตัวเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในจอแสดงผลเป็นรายของโลกเป็นต้น และล่าสุด Vivo ได้เปิดตัว Vivo X50 Pro 5G สมาร์ตโฟนที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Gimbal รุ่นแรกในโลก แน่นอนว่าไม่ได้เด่นแค่ภาพนิ่งหรือวีดีโอเพียงอย่างเดียว แต่ในภาพรวม Vivo X50 Pro 5G ยังพกความน่าสนใจมาแบบจัดเต็ม ส่วนจะมีอะไรบ้าง ขอเชิญติดตามรับชมรีวิวไปพร้อม ๆ กันได้เลยครับ 

สเปคเบื้องต้น X50 Pro 5G

ขนาด 158.46 × 72.80 × 8.04 มม.
น้ำหนัก 181.5 กรัม  
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ Ultra O Screen Display ชนิด Super AMOLED  ขนาด 6.56 นิ้ว อัตรารีเฟชรเรท 90Hz ความละเอียด 1080 × 2400 (FHD+) อัตราส่วน 20:9  รองรับเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในจอแสดงผล In-display Fingerprint Scanning  
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Qualcomm SDM765 Snapdragon 765G (7 nm) หน่วยประมวลผล Octa-core (1×2.4 GHz Kryo 475 Prime & 1×2.2 GHz Kryo 475 Gold & 6×1.8 GHz Kryo 475 Silver) หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 620  
RAM 8GB  
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB UFS 2.1  
หน่วยความจำเสริม none  
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง: 4 เลนส์ AI Quad Camera  
  • 48 MP, f/1.6, (wide), PDAF, gimbal OIS
  • 13 MP, f/2.46, 50mm (portrait), 1/2.8″, 0.8µm, PDAF, 2x optical zoom
  • 8 MP, f/3.4, 135mm (periscope telephoto), 1/4.0″, PDAF, OIS, 5x optical zoom
  • 8 MP, f/2.2, 120˚, 16mm (ultrawide), 1/4.0″, 1.12µm

——————————————————-

กล้องหน้า : ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.45

——————————————————-

โหมดการถ่าย

Super Night Mode, Astro Mode, Pro Sports Mode, Portrait (Art Portrait, AI Makeup, Filters, etc.), AR Stickers, Slow Motion, Live Photo, Time-Lapse, Video, Supermoon Mode, DOC, Panorama, Pro Mode, etc.

 
ระบบปฏิบัติการ Funtouch 10.5 บนพื้นฐานของ Android 10  
เชื่อมต่อ

Wi-Fi 2.4G + 5G Wi-Fi MIMO
บลูทูธ 5.1 support A2DP, LE
NFC
GPS, Beidou, Galileo, GLONASS

Hi-Fi Chipset : AK4377A

 
รองรับระบบ รองรับการทำงาน Dual-SIM  2 ซิมการ์ด Dual SIM and Dual Standby
  • 2G GSM : 850/900/1800/1900
  • 3G WCDMA : B1/B2/B4/B5/B8
  • 4G FDD-LTE : B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B28
  • 4G TDD-LTE : B38/B40/B41
  • 5G : n41/n78
 
แบตเตอรี่ 4315mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge 2.0 – 33W  
สี/ราคาวางจำหน่าย สีที่วางจำหน่ายในไทย Alpha Grey ราคาเปิดตัว 24,999 บาท  


บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

ตัวกล่องออกแบบโดยเน้นไปที่ความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความพรีเมี่ยมในตัว เมื่อเปิดกล่องออกมาจะพบกับข้อความ Photography. Redefined ซึ่งสื่อความหมายว่านี่คือ “นิยามใหม่ของการถ่ายภาพบนสมาร์ตโฟน” นั่นเอง

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะประกอบไปด้วย 

1. อแดปเตอร์ชาร์จไฟ OUTPUT 5V–2A / 9V–2A / 11V–3A Max รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว Vivo FlashCharge 2.0 – 33W

2. หูฟังสมอลทอร์คแบบอินเอียร์ รุ่น XE710 + จุกยางอีก 2 ขนาด

3. อแดปเตอร์  Type-C to Audio 3.5mm

4. สายดาต้าลิงค์แบบ Type-C

5. เคสซิลิโคนแบบใส

6. อุปกรณ์เปิดถาด SIM Card

7. ใบรับประกัน, และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ

สำหรับฟิล์มกันรอยได้มีการติดมาให้เรียบร้อยแล้วจากโรงงาน

 

รูปลักษณ์ดีไซน์

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมดีไซน์ระดับ X-Class ที่ผสานความสวยงามด้วยสีสันบนตัวเครื่องสองโทนสี เข้ากับวัสดุพรีเมี่ยมด้วยกระจกฝาหลังและขอบเฟรมอะลูมิเนียม โดยเมื่อแสงตกกระทบผิวสัมผัสของตัวเครื่องจะเปลี่ยนสีสันอย่างนุ่มนวลเสมือนชั้นของเมฆ อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่น่าดึงดูด ด้วยการออกแบบและจัดวางเลย์เอาท์กล้องหลัง Gimbal  ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสมดุลระหว่างเทคโนโลยีและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ลงตัว

ในภาพรวมตัวเครื่องมีความเพรียวบาง อีกทั้งยังมาพร้อมจอโค้งแบบ 3D ที่บางและเบาและออกแบบตามหลัก Ergonomics จึงสอดรับเข้ากับสรีระของฝ่ามือได้ดีเยี่ยม ช่วยให้การจับถือพกพาได้อย่างสะดวกคล่องตัว

 

จอแสดงผล Curved แบบโค้ง 3D 55 องศา มีจุดเด่นด้วย Flexible Screen COP ที่มีขอบดำที่เล็กเพียง 3.07mm ซึ่งความบางกว่าสมาร์ตโฟนจอโค้งทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ Vivo X50 Pro 5G ยังออกแบบให้รูกล้องมีขนาดเล็กเพียง 3.96mm จึงให้พื้นที่หน้าจอแสดงผลที่กว้างมากขึ้น และมอบประสบการณ์รับชมที่ยอดเยี่ยมกว่าที่เคย 

หน้าจอใหญ่เต็มตา มาพร้อมความคมชัดสุดใจ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ด้วยหน้าจอแสดงผล Ultra O Screen Display ชนิด Super AMOLED ในขนาด 6.56 นิ้ว บนความละเอียด 1080 × 2400 พิกเซล (FHD+) พร้อมอัตราส่วน 20:9  และยังรองรับ HDR10+ รวมถึงการสแกนนิ้วใต้หน้าจอแสดงผล (In-display Fingerprint Scanning) อันเป็นจุดขายของทางค่าย Vivo เหมือนเช่นเคย

 

ลำโพงสนทนามีขนาดเล็กและจัดวางอยู่ในขอบของตัวเครื่องซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่แสดงผลได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ออกแบบให้มีขนาดเล็ก โดยจัดวางเลย์เอาท์ไว้มุมซ้ายบนได้อย่างลงตัว ซึ่งจากการใช้งานจริงให้ความรู้สึกกลมกลืนไม่รบกวนสายตา แต่ยังคงให้คุณภาพมาแบบเต็มเปี่ยม ด้วยความละเอียดของกล้องหน้าที่สูง 32 ล้านพิกเซล  นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์แบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นโหมด Super Night Selfie, Ultra Stable Selfie Video และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามสมจริงในทุกสภาพแสงและทุกสถานการณ์

Vivo X50 Pro 5G คือกล้องหลังที่มาพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวแบบ Gimbal รุ่นแรกในโลก

X50 Pro ใช้เทคโนโลยีกล้อง Gimbal ที่มาพร้อมกับการกันสั่น Double-ball โดยใช้หลักชดเชยการสั่นไหวจากการใช้งาน เพื่อให้ได้ภาพสามมิติแบบยืดหยุ่นครอบคลุมการสั่นไหวได้มากกว่า OIS ถึง 300% ทำให้ได้ภาพถ่ายที่ชัดเจน และวิดีโอที่มีความเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับกล้องหลังจัดเต็มสุดคมชัดด้วย AI Quad Camera 48 ล้านพิกเซล มาพร้อมชิ้นเลน์คุณภาพสูง โดยมีรายละเอียดดังนี้

เลนส์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/1.6 เซ็นเซอร์ IMX598 แบบ 7 ชิ้นเลนส์ พร้อมระบบกันสั่น gimbal OIS 

เลนส์ portrait  50mm ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.46, 2x optical zoom

เลนส์ periscope telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/3.4 OIS, 5x optical zoom

เลนส์ ultrawide มุมกว้าง 120˚ ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์และเส้นเสาอากาศที่มุมบนและล่าง  ส่วนฝั่งซ้ายจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ แต่จะมีเส้นเสาอากาศเหมือนฝั่งขวา

ด้านบนออกแบบในสไตล์ Choker หรือสร้อยคอ โดยมีการเว้าเป็นร่องเพื่อเพิ่มมิติให้ตัวเครื่อง และสลักตัวอักษรเรืองแสง 5G พร้อมข้อความกำกับที่ขับเน้นเรื่องกล้องอันเป็นจุดขายของ Vivo X50 Pro 5G นั่นเอง และนอกจากนี้ที่ฝั่งขวายังมีไมค์ตัดเสียงรบกวนและทำหน้าที่ในการบันทึกเสียงอีกด้วย 

ด้านล่างประกอบไปด้วย ช่องถาดซิมการ์ด., ไมค์สนทนา, พอร์ต Type-C, ลำโพงหลักของตัวเครื่อง, และเส้นเสาอากาศ สำหรับลำโพงหลัก แม้จะเป็นแบบโมโน แต่ให้คุณภาพเสียงที่ดีมาก ๆ ทั้งเรื่องความดัง เสียงย่านต่ำและมิติของเสียงที่ตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้อย่างดีเยี่ยม 

ตัวถาดซิมของ Vivo X50 Pro 5G เป็นแบบ Dual Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ด แบบนาโนซิม แต่ไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก

  

ไฮไลท์ฟีเจอร์เด่นบน Vivo X50 Pro 5G

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อม 5G แบบใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องรออัพเดตเฟิร์มแวร์ ในภาครับสัญญาณมีความโดดเด่นด้วยกาวรวางเสาสัญญาณแบบรอบตัวเครื่อง 3D Surround Antenna Sytem  จึ่งส่งผลให้การรับสัญญาณ 5G ทำได้ดีและมีความเสถียรในขณะใช้งาน

คุณภาพโครงข่าย 5G ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย ทั้งพื้นที่ ผู้ให้บริการ และแพ็กเกจที่เลือกใช้

 

Vivo เป็นค่ายแรกที่นำเสนอนวัตกรรม In-Display Fingerprint Scanning หรือการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการอัพเกรดและพัฒนาตัวเซ็นเซอร์ให้มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น โดยเจนเนอเรชั่นล่าสุดมีการอัพเกรดตัวเซ็นเซอร์ใหม่แบบ 3 ชิ้นเลนส์ จึงส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับค่ายอื่น ๆ ต้องบอกเลยว่าการปลดล็อคนั้นมีความเร็วที่เหนือกว่าแบบสัมผัสได้จริง

สำหรับฟีเจอร์ In-Display Fingerprint Scanning บน Vivo X50 Pro 5G รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุดที่ 5 ลายนิ้ว และนอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ รวมถึงสามารถเปลี่ยนไอคอนที่แสดงบนหน้าจอได้อีก 4 รูป ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบ Face Unlock บน Vivo X50 Pro 5G มีความรวดเร็วแม่นยำ ไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา และมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 5 รูปแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

Ultra O Screen Display

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมวัสดุ E3 OLED รุ่นใหม่คุณภาพสูงบนพาเนล Super AMOLED โดยมีหน้าจอขนาด 6.56 นิ้ว ที่ใหญ่เต็มตา พร้อมอัตราส่วนของหน้าจอต่อบอดี้สูงถึง 92%  มีค่า High contrast 6,000,000:1 ให้ความสว่างถึง 1300nit และรองรับขอบเขตสีตามมาตรฐาน DCI-P3 ได้สูงถึง 100% จึงให้สีสันที่สวยงามสมจริง และยังมาพร้อมกับอัตราส่วนขนาดใหม่ 20:9 ที่พร้อมตอบโจทย์ด้านการรับชมคอนเทนต์และการเล่นเกมได้เต็มอรรถรสมากยิ่งขึ้น

และยังโดดเด่นด้วยอัตราการรีเฟรชหน้าจอ 90Hz และอัตราการตอบสนองสูงถึง 180Hz ส่งผลให้หน้าจอจะตอบสนองเร็วขึ้นสองเท่าและรีเฟรชได้เร็วขึ้น เพื่อให้การใช้งานราบรื่น นอกจากนี้ยังเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานผ่านเทคโนโลยี VEG ให้เหมาะสมกับการเล่นเกมเพื่อช่วยลดความร้อน และนำเสนอประสบการณ์ที่ราบรื่นที่สุดในการใช้งาน

Always On Display

Vivo X50 Pro 5G มาพร้อมกับฟังก์ชั่นพิเศษ Always On Display ที่ใช้พลังงานต่ำ จากคุณสมบัติพิเศษ Self-illuminating ของจอ Super AMOLED ทำให้เราไม่พลาดในการดูแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชั่นต่าง ๆ ในรูปแบบเรียลไทม์

และนอกจากจะทำให้การดูเวลากับการแจ้งเตือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีความสะดวกคล่องตัวมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ใช้งานยังปรับแต่งรูปแบบการแสดงผลของนาฬิกา, แบล็คกราวน์และสี แถมยังสามารถดาวน์โหลดรูปแบบใหม่ ๆ มาใช้งานได้อีกด้วย

Multi-Turbo 3.0 

Multi-Turbo 3.0 บน Vivo X50 Pro 5G จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วด้วย ART++ Turbo เพื่อเพิ่มความเร็วในการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น โดยฟีเจอร์ Game Turbo จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการสัมผัสให้เร็วขึ้น และการตอบสนองได้ไวขึ้น พร้อมด้วย Center Turbo ที่ช่วยลดปัญหาเฟรมเรตตกในขณะเล่นเกม

Ultra-Game Mode

Ultra-Game Mode ได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด สามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ นอกจากนี้ยังมี AI Turbo ที่มีความฉลาดในการสั่งงาน ซึ่งช่วยให้สามารถเรียกใช้งานแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อยให้เร็วยิ่งขึ้น รวมถึงฟีเจอร์อำนวยความสะดวกอย่าง บันทึกหน้าจอ Screen Recording และจับภาพหน้าจออย่างรวดเร็ว Fast Screen Capture ก็มีมาให้ใช้งานอย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ยังอัพเกรดฟีเจอร์เด่น ๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Killer Countdown ที่สามารถเตือนถึงเวลาที่เหลือก่อนที่เกมจะเริ่ม เพื่อช่วยให้เราเตรียมตัวหรือสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นในขณะรอเกมจะรันขึ้นนั่นเอง

และโหมดล่าสุด Game Vibration ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์สั่นสะเทือน ส่งผลให้การเล่นเกมต่อสู้ได้ดุเดือด มีความสมจริง เช่นการสั่นตอบสนองในเวลาที่ยิงปืน หรือการชน การกระแทกเป็นต้น

Voice Changer ฟังก์ชันเปลี่ยนเสียงในเกม ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกเอฟเฟกต์เสียงตัวละครที่หลากหลายระหว่างเล่นเกมกับเพื่อนร่วมทีม โดยเปลี่ยนเป็นเสียงย่านต่ำ หรือเสียงที่ให้ความตลกขบขัน ทำให้การสนทนาระหว่างการเล่นเกมนั้นสนุกสนาน และมีสีสันมากยิ่งขึ้น

Game Center

Game Center เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ใหม่ โดยเป็นศูนย์รวมของเกมที่น่าสนใจ มีการแบ่งหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน ทำให้ง่ายต่อการค้นหาและดาวน์โหลด นอกจากนี้ Game Space ยังมาพร้อมความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลสำคัญในระหว่างการเล่นเกม เช่น ดูข้อมูล CPU อุณหภูมิ และปริมาณข้อมูลการใช้งาน โดยทำงานร่วมกับ Ultra Game Mode ที่สามารถปิดข้อความ และการแจ้งเตือนต่าง ๆ ในขณะเล่นเกม ให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปกับการเล่นเกมได้อย่างเต็มที่

เทคโนโลยีชาร์จไว 33W vivo FlashCharge 2.0

มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุสูงถึง 4315mAh ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานครบวัน แถมยังมีระบบชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี 33W vivo FlashCharge 2.0 ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาที สามารถชาร์จได้ถึง 57% พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยถึง 9 ชั้น ซึ่งถือว่าชาร์จได้ไวและมีความปลอดภัยที่น่าประทับใจมาก ๆ

ทั้งนี้ควรใช้สาย Micro USB และอแดปเตอร์ชาร์จที่ให้มาในกล่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพสูงสุดครับ

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts