เรื่องราวของ “สังคมไร้เงินสดในโรงเรียน” ในประเทศไทยนั้นเริ่มปูพื้นฐานมาพร้อม ๆ กับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 โดยนำยุทธศาสตร์สำคัญ 2 ประการ มาปรับใช้และพัฒนา ได้แก่ National Digital ID และ National e-Payment ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการ integrate เทคโนโลยีเข้าไปในบัตรประจำตัวนักเรียน/นักศึกษา (Student Smart ID Card) เชื่อมโยงฐานข้อมูลส่วนบุคคล หรือเชื่อมระบบเติม/จ่ายเงิน เข้าไปในบัตรสำหรับใช้แตะจ่ายเงินซื้ออาหาร-เครื่องดื่มที่โรงอาหาร ใช้ซื้อสินค้าในสหกรณ์ หรือใช้หยิบยืมหนังสือในห้องสมุด ก็สามารถทำได้ด้วยบัตรเพียงใบเดียว เป็น ecosystem หนึ่งของ cashless society ในรั้วสถาบันการศึกษาที่หลาย ๆ แห่งกำลังพัฒนาและนำมาปรับใช้กันแพร่หลายมากขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีทั้งเหมือนและต่างกับแนวทางของต่างประเทศที่เน้นพัฒนาสร้างเป็น e-Wallet เฉพาะให้กับนักเรียน/นักศึกษา อย่าง K12 Student Wallet โดยมอบสิทธิ์การดูแลแก่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ให้ได้มีส่วนพิจารณาและจัดการค่าใช้จ่ายในการเล่าเรียนได้แบบเรียลไทม์

นอกจาก e-Wallet จะช่วยเพิ่มความสะดวกในเรื่องการใช้จ่ายโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินสดแล้ว วันนี้มันยังสามารถใช้ดูแล “ความสุข” กับคนในครอบครัว เพื่อนฝูง หรือแม้กระทั่งคนที่เราไม่รู้จักแต่ต้องการความช่วยเหลือด้วยการบริจาค ให้เราสามารถเทคแคร์เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้ และยังเป็นการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยี มาช่วยปลูกฝังวินัยการใช้เงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ดียิ่งขึ้น ไม่สปอยล์เรื่องการใช้จ่ายในวัยเรียนที่ไม่มีความเหมาะสมและเกินความจำเป็น

 

ผลสำรวจจาก VISA คาดว่าในอนาคตคนไทยจะเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเต็มรูปแบบ เร็วสุดภายใน 3 ปี ขณะที่ผู้บริโภคที่นิยมใช้เงินสดในการทำธุรกรรมทางการเงินมีเพียง 43% โดยมี 42% พกเงินสดน้อยลงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ที่น่าสนใจคือ กว่า 60% ของคนที่พยายามใช้เงินผ่านช่องทางดิจิทัลสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้หนึ่งวันโดยไม่ต้องใช้เงินสด และมีจำนวนถึง 45% ที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดเลยได้นานกว่า 3 วัน นั่นสะท้อนให้เห็นเทรนด์การใช้จ่ายเงินในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่วันนี้เพียงแตะ สแกน จ่ายเงิน สิ่งนี้ไม่ใช่แค่การ transform อุตสาหกรรม แต่ยังเป็นการ transform พฤติกรรมการใช้จ่ายตั้งแต่วัยเรียนอีกด้วย

นอกจากนี้ ทรูมันนี่ยังมีข้อมูลและสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับผู้ใช้ e-Wallet ที่เป็นกลุ่มนักศึกษา ในช่วงครึ่งปีแรก 2562 (มกราคม – กรกฎาคม 2562) กลุ่มนักศึกษาสามารถสร้างมูลค่าธุรกรรมต่าง ๆ บน TrueMoney Wallet ไปแล้วกว่าหลายร้อยล้านบาท ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่โดดเด่นควบคู่กับการเติบโตของเทคโนโลยีที่จะช่วยผลักดันอีโคซิสเต็มของ e-Wallet ในประเทศไทยให้เติบโตต่อเนื่อง จนอาจนำไปสู่การสร้างแพลตฟอร์ม National Student e-Wallet ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในอนาคตก็เป็นได้

จากการสำรวจกลุ่มตัวอย่างจำนวน 257 คน จาก 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, มหาวิทยาลัยรังสิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และมหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า

 

แน่นอนว่ากลุ่มคนวัยเรียนถือเป็นกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น นำเทรนด์ และกำลังถูกจับตามองจากแบรนด์ต่าง ๆ ในอนาคต หากภาครัฐ ภาคเอกชน ในระบบการศึกษาสามารถทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ เราอาจจะมีแพลตฟอร์ม e-Wallet ที่เข้าใจทุกโจทย์การใช้จ่ายในด้านการศึกษาทุกระดับก็เป็นได้ มีความเป็น Inclusivity ไปสู่การเป็น National Student e-Wallet แก่เด็กและเยาวชนไทย ใช้ตั้งแต่เริ่มเข้าเรียนจนสำเร็จการศึกษา โดยผูกและเชื่อมโยงทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในด้านการศึกษาไว้ ตั้งแต่กองทุน เงินทุนกู้ยืม ค่าเล่าเรียน และจิปาถะอื่น ๆ เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้สร้างพฤติกรรมการจับจ่ายที่ล้ำสมัยและมีความปลอดภัยไปอีกขั้น ไม่ต้องแยกกันพัฒนาและผลักดันเหมือนวันนี้ แต่เป็นการร่วมมือกันพัฒนาในทุกภาคส่วน เพราะสิ่งเหล่านี้อาจนำกลับมาซึ่งประโยชน์แก่ทุกคนในอนาคต

คาดการณ์ประโยชน์ของ National Student e-Wallet แห่งอนาคต

 

ประโยชน์แก่

ผู้ปกครอง”

ประโยชน์แก่

สถานศึกษา”

ประโยชน์แก่

นักเรียน-นักศึกษา”

●     ผู้ปกครองสามารถควบคุมค่าขนมรายวัน/รายสัปดาห์/รายเดือนได้ง่ายขึ้น

●     จ่ายจริงตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง ไม่ต้องกังวลว่าบุตรหลานจะนำไปใช้ฟุ่มเฟือย (บางครั้งค่าอะไรต่อมิอะไรมักจะผุดขึ้นมาระหว่างเรียน กิจกรรม A B C)

●     ทำงานเหมือนเงินสดแต่ไม่ใช่เงินสด ผู้ปกครองได้รับการแจ้งเตือนค่าใช้จ่ายของบุตรหลานทุกครั้ง

●     เติมเงินแบบ P2P ไม่มีค่าธรรมเนียม โอนให้ลูกได้แบบไม่ต้องไปที่ธนาคาร

●     ลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรเก็บเงิน และสามารถพัฒนาทักษะไปสู่งานด้านอื่น ๆ

●     ลดต้นทุนการลงทุนทางด้านเทคโนโลยี

●     ลดต้นทุนและความเสี่ยงในการแบกรับภาระการจัดการเงินสด (นับเงิน รวบรวมเหรียญ/แบงค์ นำส่งธนาคาร)

●     ลดการใช้กระดาษ ในกรณีที่ใช้เช็คหรือใบเสร็จเป็นหลัก

●     สามารถทำบัญชีรับ-จ่าย ผ่านแอปฯ ได้อย่างง่ายดาย

●     รับทราบข้อมูลการใช้จ่ายของนักเรียนแต่ละราย เพื่อจัดสรรและวางแผนแหล่งเงินทุนให้กู้ยืมได้ตรงแบบรายบุคคลได้ดียิ่งขึ้น

●     เติมเงินได้อย่างรวดเร็ว กรณีฉุกเฉิน หรือเงินไม่พอ ไม่ต้องใช้เงินสดแลก หรือเติมเข้าไปในบัตร

●     ไม่ต้องพกเงินสด ลดความเสี่ยงในการทำเงินหาย

●     รับรู้ยอดเงินคงเหลือได้ทันที เช็คได้ด้วยตนเองแบบรายวัน/รายเดือน เพื่อวางแผนการใช้จ่ายและยับยั้งชั่งใจในการซื้อของฟุ่มเฟือย

●     ไม่มีบัตรเครดิตก็ใช้ได้

●     มีระบบความปลอดภัยยืนยันตัวตนก็ง่ายแบบ e-KYC

●     เพิ่มความมั่นใจและปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อได้รับ SMS แจ้งเตือนทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม

#####

เกี่ยวกับ TrueMoney (ทรูมันนี่)

TrueMoney ทรูมันนี่ คือผู้นำด้านบริการอิเล็กทรอนิกส์เพย์เมนท์ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งเน้นให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนรวมไปถึงผู้ที่เข้าไม่ถึงบริการของสถาบันทางการเงิน โดยให้บริการใน 6 ประเทศในภูมิภาคได้แก่ ประเทศไทย กัมพูชา เมียนมาร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย

TrueMoney (ทรูมันนี่) ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2546 และเข้าเป็นธุรกิจหนึ่งของบริษัท Ascend Moneyแอสเซนด์มันนี่ในปี พ.ศ. 2557 และเป็นพันธมิตรกับบริษัท Ant Financial Services Group Alipay ใน พ.ศ. 2559 โดยปัจจุบันมีบริการด้านการเงินที่หลากหลาย อาทิ TrueMoney Wallet แอปพลิเคชั่นอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายง่ายขึ้นและตอบโจทย์กับทุกไลฟ์สไตล์ได้รับความนิยมสูงสุด นอกจากนั้นยังมีเครือข่ายตัวแทน ทรูมันนี่ ที่ครอบคลุมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบริการรับชำระเงินแบบออฟไลน์ ทั้งหมดนี้เพื่อมอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินให้กับหลายล้านคนเพื่อก้าวล้ำไปสู่ชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

Facebook Comments