รีวิว vivo V30 Pro 5G กล้องเลนส์ ZEISS ระดับโปรทั้ง 3 เลนส์ พร้อมพอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS ถ่าย Portrait อย่างโปรด้วย Aura Portrait 3.0 !!!

โดย J.wasan
0 ความเห็น 17.2K views

เปิดตัวอย่างเป็นทางการในบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ vivo V30 5G และ vivo V30 Pro 5G สมาร์ตโฟน Series V รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ยกระดับการถ่ายภาพพอร์ตเเทรตแบบเทพเกินคน ด้วยการอัปเกรดระบบแสงออร่ารุ่นใหม่ล่าสุด Aura Light Portrait 3.0 ซึ่งในรุ่น vivo V30 5G ทาง IbelieveIT ได้ทำการรีวิวไปแล้ว วันนี้มาถึงคิวของ vivo V30 Pro 5G ที่ต้องบอกเลยว่านี่คือการยกระดับการถ่าย Portrait ในระดับโปรขึ้นไปอีกขั้น ด้วยความร่วมมือระหว่าง vivo กับ ZEISS เป็นครั้งแรกของ V Series เพราะที่ผ่านมาจะมีเฉพาะใน X Series เท่านั้น เมื่อรวมกับการอัปเกรดระบบแสงออร่า Aura Light Portrait 3.0 รุ่นใหม่ล่าสุด ส่งผลให้การถ่ายภาพ Portrait บน vivo V30 Pro 5G จึงเป็นการยกระดับขึ้นไปสู่ขั้นโปร ที่พร้อมมอบประสบการณ์การถ่ายพอร์ตเทรตได้ดีที่สุดที่ V Series เคยมีมา 

                                       

สเปคเบื้องต้น vivo V30 Pro 5G

ขนาด 164.36 × 75.1 × 7.45 มม. 
น้ำหนัก 188 กรัม 
หน้าจอแสดงผล หน้าจอ 1.5K AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว (2800×1260), รองรับ Refresh Rate 120Hz ความสว่างสูงสุด 2800 nits
หน่วยประมวลผล ชิปเซ็ต Mediatek Dimensity 8200 ความเร็ว CPU
1 × A78 3.1GHz + 3 × A78 3.0GHz + 4 × A55 2.0GHz
 
RAM 12GB
หน่วยความจำภายในเครื่อง 512GB 
microSD Card -*
ระบบปฏิบัติการ Funtouch 14 บนพื้นฐานของ Android 14
เชื่อมต่อ Wi-Fi 2.4GHz, 5GHz บลูทูธ 5.3 support A2DP, LE, , OTG, GPS, BeiDou, GLONASS, Galileo, QZSS
กล้องถ่ายภาพ

กล้องหลัง : 3 เลนส์ Triple Camera Co-engineered with ZEISS 

    • กล้องหลัก VCS True Color ระบบกันสั่น OIS รูรับแสงกว้าง f/1.88 
    • เลนส์ 50MP Professional Portrait รูรับแสงกว้าง f/1.85
    • เลนส์ 50MP Ultra Wide-Angle 119° รูรับแสงกว้าง f/2.0
    • แฟลช กล้องหลังแสงออร่า (โหมดพอร์ตเทรต)

——————————————————-

กล้องหน้าความละเอียด 50MP Ultra Wide-Angle Camera 92° ระบบโฟกัส AF รูรับแสงกว้าง f/2.0——————————————————-

โหมดการถ่าย 
กล้องหน้า High resolution, Dual View, Live Photo, Night, Portrait, Photo, Video, Micro Movie

กล้องหลัง High resolution, Pano, Documents, Slo-mo, Time-lapse, Supermoon, Astro, Pro, Snapshot, Food, Jovi Lens, Dual View, Live Photo, Night, Portrait, Photo, Video, Micro Movie

รองรับระบบ

รองรับการทำงาน Dual-SIM 2 ซิมการ์ด Dual SIM and Dual Standby

  • 2G GSM : 850/900/1800/1900 MHz

  • 3G WCDMA : B1/B2/B4/B5/B8

  • 4G FDD-LTE : B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B12/B17/B18/B19/B20/B26/B28

  • 4G TDD-LTE : B38/B39/B40/B41

  • 5G : n1/n3/n5/n7/n8/n20/n28/n38/n40/n41/n77/n78
แบตเตอรี่ 5000mAh รองรับชาร์จไว vivo FlashCharge 80W
สี สีที่วางจำหน่ายในไทย Shell White,  Night Sky Black
ราคา 


19,999 บาท

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

กล่อง Packaging ของ vivo V30 Pro 5G เลือกใช้โทนสีดำเทาในสไตล์ของ X Series พร้อมขับเน้นจุดขายด้วยรูปวงแหวน Aura Light Portrait ขนาดใหญ่ล้อมรอบชื่อรุ่นและโลโก้ ZEISS ที่มีข้อความกำกับในการร่วมมือระหว่าง vivo กับ ZEISS แบรนด์ผู้ผลิตเลนส์กล้องชั้นนำระดับโลกในการพัฒนาทางวิศวกรรม (Co-Engineer) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การถ่ายภาพระดับมืออาชีพสู่มือผู้บริโภคทั่วโลก 

 

ด้านข้างกล่องจะมีการระบุชื่อรุ่น และความจุของ ROM/RAM นอกจากนี้ vivo ยังได้จับมือกับยูฟ่าเพื่อสร้างช่วงเวลาอันน่าจดจำให้กับแฟน ๆ ในรายการ UEFA EURO 2024™ ที่กำลังจะมาถึง โดย vivo V30 Pro 5G จะเป็น OFFICIAL SMARTPHONE ในการสนับสนุนและเป็นพาร์ทเนอร์ในกิจกรรมที่จะสร้างโมเมนต์อันน่าประทับในการแข่งขันศึกยูฟ่า ยูโร 2024™ กับแฟนฟุตบอลทั่วโลก ส่วนด้านหลังกล่องจะพิมพ์บอกรายละเอียดทั้งในส่วนของชื่อรุ่น สี หมายเลขอีมี่และรายละเอียดของผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย 

ฟิล์มกันรอยจะมีการติดมาให้เรียบร้อยตั้งแต่โรงงาน สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีดังนี้

  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ OUTPUT 5.0V : 2.0A 10.0W, 9.0V : 2.0A 18.0W, 11.0V : 7.3A Max (80.0W Max) 20.0V : 4.0A Max (80.0W Max) รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว vivo FlashCharge 80W

  • สายดาต้าลิงค์แบบ USB Type-C to Type-C

  • Soft Case TPU แบบใส

  • อุปกรณ์เปิดถาด SIM Card

  • ใบรับประกัน, และคู่มือการใช้งานฉบับย่อ

 

รูปลักษณ์ดีไซน์การออกแบบ      



vivo V30 Pro 5G มาพร้อมดีไซน์โฉบเฉี่ยว เพรียวบาง ด้วยการออกแบบขึ้นรูปชิ้นเดียว โดยตัวบอดี้มีความบางเพียง 7.45 มม. และน้ำหนักเพียง 188 กรัม มาพร้อมหน้าจอโค้งดีไซน์สวยงามให้สัมผัสที่บางและเบา ในภาพรวม vivo V30 Pro 5G มีความหรูหราด้วยดีไซน์โค้งมน บนโครงสร้างที่บางเบาสวยงามแบบมีระดับ ผสานด้วยวัสดุพรีเมียมและขอบเฟรมอะลูมิเนียมแบบชิ้นเดียวที่มีความบางเพียง 2.4 มม. พร้อมตกแต่งด้านบนของตัวเครื่องด้วยสไตล์ Choker ที่มอบความรู้สึกหรูหราพรีเมียมให้กับผู้ใช้งานตั้งแต่แรกสัมผัส

โครงสร้างกันกระแทกที่ครอบคลุมทั้งตัวเครื่อง โดดเด่นด้วยกระจก Schott  คุณภาพสูง ทำให้หน้าจอแข็งแกร่งขึ้นและการกันกระแทกที่ออกแบบมาอย่างดี ให้ความปลอดภัยที่เหนือชั้นทั้งภายในและภายนอก และยังมาพร้อมนวัตกรรมอันล้ำสมัย “กระจก Fluorite AG” บนพื้นผิวที่ถูกขัดละเอียดระดับนาโน ให้ความสวยงามและคุณภาพที่เหนือระดับ อีกทั้งยังทนทานต่อการสึกหรอ ป้องกันคราบสกปรก ไม่เป็นรอยนิ้วมือ ทำให้ฝาหลังนี้เงางามอยู่เสมอ และยังป้องกันฝุ่นและน้ำระดับ IP54 ช่วยให้สมาร์ตโฟนของคุณปลอดภัยไร้กังวลจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากนี้ยังมีอัลกอริธึมที่อัปเกรดมาใหม่ช่วยให้การทำงานราบรื่นแม้ว่ามือของคุณเปียกน้ำก็ตาม

vivo V30 Pro 5G มาด้วยกัน 2 สี โดยประกอบไปด้วย 

สีดำไนท์สกายแบล็ก (Night Sky Black)

Night Sky Black หรือสีดำไนท์สกายแบล็ก โดดเด่นด้วยกระจก Fluorite AG เพิ่มประกายระยิบระยับจากการผลิตระดับนาโน มอบสัมผัสที่หรูหรา สง่างาม พรีเมียม เหนือกาลเวลา ตัวเครื่องประกายแวววาวราวกับท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวตอนกลางคืน เหมาะสำหรับคนที่ชอบความสวยงามแบบคลาสสิก

สีขาวมุก (Shell White)

Shell White หรือสีขาวมุก ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเปลือกหอยธรรมชาติ ด้วยการแกะสลักเส้นสัมผัสกว่า 13 ล้านเส้น ผ่านเทคโนโลยี Photolithography สะท้อนแสงเป็นสีฟ้า เต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา และด้วยความโค้ง 3D ตามหลักสรีรศาสตร์ จึงช่วยให้การจับถือพกพาได้ถนัดและสะดวกคล่องตัว

การออกแบบดีไซน์ในภาพรวม

ด้านบนออกแบบในสไตล์ Choker หรือสร้อยคอ โดยมีการเว้าเป็นร่องเพื่อเพิ่มมิติให้ตัวเครื่องพร้อมสลักตัวอักษรเรืองแสง PROFESSIONAL PORTRAIT ซึ่งสื่อถึงความเป็นสมาร์ตโฟนที่โดดเด่นในด้านการถ่ายภาพบุคคล และถัดไปจะเป็นไมค์ตัดเสียงรบกวนและทำหน้าที่ในการบันทึกเสียงอีกด้วย 

ด้านล่างประกอบไปด้วย ช่องถาดซิมการ์ด, ไมค์สนทนา, พอร์ต Type-C, ลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่มพาวเวอร์ ส่วนฝั่งซ้ายของตัวเครื่องจะเรียบ ๆ ไม่มีปุ่มหรือพอร์ตใด ๆ 

ตัวถาดซิมของ vivo V30 Pro 5G  เป็นแบบ Dual Slot ที่รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดแบบนาโนซิม แต่จะไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก

Personal Cinema Screen

จอแสดงผล Curved แบบโค้ง 3D ขนาด 6.78 นิ้วขนาดใหญ่เต็มตา บนพาเนล AMOLED 1.5K ที่ให้สีสัน สดใส คมชัดสมจริง อีกทั้งยังมีจุดเด่นด้วย Flexible Screen COP ที่มีขอบดำที่เล็กและมีความบางกว่าสมาร์ตโฟนจอโค้งทั่ว ๆ ไป นอกจากนี้ vivo V30 Pro 5G ยังออกแบบให้รูกล้องมีขนาดเล็ก จึงให้พื้นที่หน้าจอแสดงผลที่กว้างมากขึ้น 

มอบประสบการณ์รับชมที่ยอดเยี่ยมกว่าที่เคยด้วยอัตรารีเฟรช 120Hz ระดับ 1 พันล้านสี อัตราส่วนคอนทราสต์ 8000000:1 และยังมาพร้อมคุณสมบัติอันโดดเด่น ทั้ง HDR10+, DCI-P3 ให้ขอบเขตสีกว้างเป็นพิเศษ, และมีความหนาแน่นของพิกเซลสูงถึง 452 PP ความสว่างสูงสุด 2800 nits และการปกป้องดวงตาเป็นพิเศษด้วยวัสดุเปล่งแสง A22 (Q9) ผ่านการการรับรองแสงสีฟ้าต่ำจาก SGS มาพร้อมฟีเจอร์การปรับความสว่างไบโอเมตริกซ์ ที่สามารถปรับความสว่างแบบไดนามิกเพื่อการใช้งานที่สบายตา โดยมีอัตราการกระพริบต่ำในระดับสูงสุดที่ 2160Hz จึงช่วยป้องกันอาการดวงตาล้า เป็นมิตรกับดวงตายามค่ำคืน ช่วยให้ดวงตาผ่อนคลายเมื่อใช้หน้าจออย่างต่อเนื่อง

และยังสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่น ไม่ว่าจะเป็นการปรับสีหน้าจอ อุณหภูมิสี การปรับเอฟเฟ็กต์การแสดงผลที่สดใสยิ่งขึ้น รวมถึงมีทั้งธีมมืดและโปรแกรมรักษาหน้าจอ พร้อมความปลอดภัยด้วยโหมดป้องกันดวงตา ด้วยหน้าจอลดแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายต่อดวงตาของผู้ใช้งาน

ลำโพงสนทนามีขนาดเล็กและจัดวางอยู่ในขอบของตัวเครื่องซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่แสดงผลได้อีกทางหนึ่งด้วย สำหรับกล้องหน้าเซลฟี่ออกแบบให้มีขนาดเล็ก โดยจัดวางเลย์เอาท์ไว้อยู่ตรงกลางของจอแสดงผล ซึ่งจากการใช้งานจริงให้ความรู้สึกกลมกลืนไม่รบกวนสายตา แต่ยังคงให้คุณภาพมาแบบเต็มเปี่ยม ด้วยความละเอียดของกล้องหน้าที่สูงถึง 50MP พร้อมฟีเจอร์แบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นโหมด Night Portrait, High Resolution และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ได้สวยงามในทุกสภาพแสงและทุกสถานการณ์

ยกระดับการถ่าย Portrait แบบขั้นเทพด้วยความร่วมมือระหว่าง vivo กับ ZEISS เป็น

ครั้งแรกของ V Series 

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ และถือว่าเป็นครั้งแรกของ V Series ที่ได้มีการนำเลนส์ ZEISS มาใช้งาน เพราะที่ผ่านมาจะมีเฉพาะใน X Series เท่านั้น เมื่อรวมกับการอัปเกรด Aura Light Portrait 3.0 รุ่นใหม่ล่าสุด ส่งผลให้การถ่ายภาพ Portrait ยกระดับขึ้นไปสู่ขั้นโปรที่เหนือกว่าทุกคู่แข่งในระดับราคาเดียวกัน 

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมกล้องเลนส์ ZEISS ระดับโปร และพอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS ทำให้ได้ภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่ดียิ่งขึ้นในหลาย ๆ ด้านและได้สีสันที่สดใสยิ่งขึ้น 

ทุกเลนส์กล้องรับรอง มาตรฐานเลนส์ ZEISS โดยประกอบไปด้วย 

  • กล้องหลัก 50 MP VCS เฉดสีเที่ยงตรง เซนเซอร์ Sony IMX920 ขนาด 1/1.49″ | vivo Camera-Bionic Spectrum | กันสั่น OIS
  • กล้อง ZEISS ถ่ายภาพพอร์ตเทรตอย่างโปร ทางยาวโฟกัส 50 mm | ซูม 2 เท่า
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 50 MP AF มุมมองกว้าง 119° | พอร์ตเทรตแบบกลุ่มด้วย AI | ออโต้โฟกัส

สีของโมดูลกล้องหลังถูกออกแบบให้กลมกลืนกับสีของฝาหลัง พร้อมทั้งใช้วัสดุโลหะเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศ สำหรับแสงออร่ามาในดีไซน์ใหม่ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยม และแยกออกมาจากโมดูลกล้อง ในด้านคุณภาพของตัว Hardware ก็ให้มาแบบอัดแน่น ไม่ว่าจะเป็นกล้องหลักความละเอียดระดับ 50MP เซนเซอร์ขนาดใหญ่ สามารถรับแสงได้มากขึ้น เมื่อผสานกับระบบกันสั่น OIS จึงช่วยให้โฟกัสได้เร็วขึ้นและถ่ายภาพได้สว่างและชัดเจนในทุกค่ำคืน

Aura Light Portrait 3.0

ออร่าพอร์ตเทรตอัปเกรดใหม่ ใช้ถ่ายภาพพอร์ตเทรตได้อย่างงดงาม ให้แสงออร่านุ่มนวลขึ้น ควบคู่ไปกับความสว่างที่เหมาะสม พร้อมโทนแสงที่เข้ากันได้ดีกับทั้งตัวแบบและบรรยากาศ สู่อีกระดับของการถ่ายภาพพอร์ตเทรต

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมการอัปเกรด Aura Light Portrait 3.0 รุ่นใหม่ล่าสุด และเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า vivo V30 Pro 5G มีวงแหวนออร่าขนาดใหญ่ขึ้น 19 เท่า ให้แสงออร่านุ่มนวลขึ้น 50 เท่า พร้อมยกระดับการถ่ายภาพ Portrait ระดับเทพที่เหนือกว่าทุกคู่แข่งในท้องตลาด

• แสงออร่าใหม่
นุ่มนวลขึ้น ควบคู่ไปกับความสว่างที่เหมาะสม ช่วยให้ใบหน้าสว่าง ละมุนเป็นธรรมชาติ (ขนาดออร่าใหญ่ขึ้น 19 เท่า ↑ แสงออร่านุ่มนวลขึ้น 50 เท่า ↑)

• AI Powered Photography
ระบบ AI อัจฉริยะ ช่วยแนะนำการเปิดใช้ออร่าตามสภาพแวดล้อมการถ่ายภาพ

 

• Smart Color Temperature Adjustment
ปรับโทนแสงออร่าให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างอัจฉริยะ ไม่ว่าจะแสงโทนอุ่นหรือโทนเย็น ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตดูสว่างและคมชัดอย่างธรรมชาติ

ประสิทธิภาพ

vivo V30 Pro 5G ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระดับเรือธง Mediatek Dimensity 8200 บนสถาปัตยกรรม 4 nm มอบสัมผัสประสบการณ์การเพิ่มประสิทธิภาพที่ให้ความเร็วในการประมวลผลที่สูงขึ้นในขณะที่ใช้พลังงานน้อยลง และยังผสานรวม CPU แบบ Octa-Core เข้ากับ Arm Cortex-A78 สี่คอร์ที่ทำงานด้วยความเร็วสูงสุด 3.1 GHz พร้อมกับเอนจินกราฟิก Mali-G610 ที่ทรงพลัง เพื่อประสิทธิภาพที่ดีขึ้นในการใช้งานทุกแอปพลิเคชั่น ในส่วนของตัวชิปเซตได้คะแนนทดสอบจาก AnTuTu ไปกว่า 900,000 คะแนนเลยทีเดียว

เมื่อมองในภาพรวม vivo V30 Pro 5G  ถือว่าตอบโจทย์ได้ครบครัน ทั้งการรองรับ 5G แบบ SA ผสานด้วยจอคุณภาพสูง มอบประสบการณ์ด้านความบันเทิงได้ดีเยี่ยม เรียกว่ายังคงสืบทอด DNA ความเป็น V Series ที่เด่นแบบรอบด้านได้เหมือนเช่นเคย 

12GB+12GB Extended RAM 4.0 + Larger ROM 512GB 

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมเทคโนโลยี Extended RAM 4.0 ในแบบ 12GB+12GB  ซึ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้สามารถใช้งาน RAM สูงสุดถึง 24GB รองรับการใช้งานแอปในพื้นหลังได้สูงสุด 48 แอป สลับไปมาระหว่างแอปได้อย่างราบรื่น ตอบโจทย์การใช้งานแอปหรือเกมที่เน้นกราฟิกบนพื้นที่หน่วยความจำได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลื่นไหลไม่มีสะดุดตลอดทั้งวัน

นอกจากนี้ยังให้ ROM ความจุเยอะมากถึง 512GB สามารถเก็บภาพความละเอียดสูงได้กว่า 50000 รูป เก็บเพลงคุณภาพสูง 8000 เพลง และจำนวนเกมที่โหลดลงเครื่องได้ถึง 120 เกม 

ด้านความปลอดภัย

ฟีเจอร์ในด้านความปลอดภัยก็ให้มาอย่างครบถ้วน โดย vivo V30 Pro 5G  รองรับฟีเจอร์ความปลอดภัยในระดับ Hardware ด้วย Biometric อันล้ำสมัยจาก “นวัตกรรม In-Display Fingerprint Scanning” หรือการฝังเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือไว้ภายในจอแสดงผล  และในเจนเนอเรชั่นล่าสุดมีการอัพเกรดตัวเซนเซอร์ใหม่แบบ 3 ชิ้นเลนส์ จึงส่งผลให้การทำงานมีความรวดเร็วแม่นยำที่ดีมากยิ่งขึ้น 

สำหรับฟีเจอร์ In-Display Fingerprint Scanning บน vivo V30 Pro 5G รองรับการบันทึกลายนิ้วมือได้สูงสุดที่ 5 ลายนิ้ว และนอกจากนี้ยังมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 8 รูปแบบ รวมถึงสามารถเปลี่ยนไอคอนที่แสดงบนหน้าจอได้อีก 7 รูป ซึ่งจะช่วยเสริมให้ขณะใช้งานดูมีความน่าตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

ส่วนระบบ Face Unlock บน vivo V30 Pro 5G  มีความรวดเร็วแม่นยำไม่แพ้ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือ และยังสามารถทำงานได้ดีแม้ในที่แสงน้อยหรือในที่มืดได้โดยไม่มีปัญหา และมี Effect ในขณะปลดล็อกหน้าจอที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 6 รูปแบบ อีกทั้งยังสามารถใช้งานร่วมกับระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือได้เป็นอย่างดี ทำให้มีความยืดหยุ่นและคล่องตัวในการปลดล็อกที่ผสานทั้ง 2 ระบบเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

vivo V30 Pro 5G แม้จะมีดีไซน์ที่เพรียวบาง แต่ก็ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5000mAh และยังมาพร้อมเทคโนโลยีชาร์จไว FlashCharge 80W 20V-4A (Max) สามารถชาร์จเต็ม 100% ในเวลาเพียง 48 นาที ซึ่งชาร์จได้รวดเร็วและใช้งานได้ยาวนานกว่าเดิม อีกทั้งยังสามารถเพิ่มอายุการใช้งานแบตเตอรี่มากขึ้นได้ถึง 2 เท่าอีกด้วย

ในด้านฟีเจอร์และความปลอดภัยในการชาร์จก็ให้มาแบบอัดแน่นด้วย Super Charge Pump ที่แปลงพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ดังนั้นโทรศัพท์จึงชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยความร้อนที่ต่ำ พร้อมระบบป้องกันความปลอดภัยแบบ 24 มิติ ด้วยการชาร์จที่รวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้นจากทุก ๆ ส่วน ไม่ว่าจะเป็น ตัวโทรศัพท์ แบตเตอรี่ ชิปชาร์จ พอร์ต สายเคเบิล และกำลังไฟฟ้าเข้าจากแรงดันไฟ อุณหภูมิ และการป้องกันเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเมทริกซ์การป้องกันการชาร์จที่ครอบคลุมที่สร้างความอุ่นใจในการใช้งานได้ตลอดเวลา

 

นอกจากนี้ vivo V30 Pro 5G ยังมีเทคโนโลยี Smart Charging Engine ซึ่งช่วยให้แบตเตอรี่ใช้งานได้นานขึ้น โดยคำนึงถึงแบตเตอรี่และสถานการณ์ของผู้ใช้งาน ไม่ว่าหน้าจอจะปิดอยู่หรือขณะเสียบปลั๊ก ก็จะปรับการชาร์จแบตให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และช่วยลดการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่รวมถึงความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างชาร์จ จึงช่วยยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยิ่งขึ้นอีกด้วย

ซอฟต์แวร์และฟีเจอร์

vivo V30 Pro 5G มาพร้อม Funtouch OS 14 รุ่นใหม่ล่าสุด บนพื้นฐานของ Android 14 เวอร์ชันใหม่ล่าสุดเช่นกัน โดยระบบปฏิบัติการ Funtouch OS 14 นำเสนอชุดไอคอนและวิดเจ็ตใหม่ที่สร้างสรรค์ ซึ่งจะแสดงแอปพลิเคชันที่ใช้เป็นประจำ และยังช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งานโดยที่ไม่ต้องกดเปิดแอปพลิเคชัน ซึ่งสามารถสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การใช้งานทั่วไป ๆ รวมถึงด้านความปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Multitasking

เปิดตัว Mini Window ใหม่สำหรับสถานการณ์ที่ผู้ใช้ต้องการใช้งานสองแอปพร้อมกัน อีกทั้งผู้ใช้ยังสามารถสลับระหว่าง โหมดหน้าต่างเล็ก ๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว

ฟีเจอร์ Smart Mirroring ใหม่ของ vivo V30 Pro 5G ช่วยให้ผู้ใช้สามารถแชร์หน้าจอได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องกังวลว่าแถบการแจ้งเตือนจะปรากฏขึ้นและเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ตั้งใจ

iManager

ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย ด้วยผู้ช่วยอัจฉริยะ iManager ที่มาพร้อมความสามารถครบครัน สามารถตรวจสอบความปลอดภัยสมาร์ตโฟนของคุณทั้งสแกนไวรัส และระบุไฟล์ที่เป็นอันตรายต่อสมาร์ตโฟน รวมทั้งยังมาพร้อมความสามารถอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการลบไฟล์ขยะ, ระบายความร้อน, สำรองข้อมูล, และจัดการด้านพลังงานเป็นต้น

Multi-Turbo 

vivo V30 Pro 5G จะพาผู้ใช้งานไปสัมผัสประสบการณ์ความรวดเร็วในการเล่นเกมด้วย Multi-Turbo เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ มอบความเร็วในการทำงานของหน่วยประมวลผล และช่วยประหยัดพลังงาน ได้อีกทางหนึ่งด้วย 

Ultra-Game Mode มาพร้อมเวอร์ชันใหม่ล่าสุด  ซึ่งได้ถูกออกแบบมาเพื่อความสนุกในการเล่นเกมขั้นสุด ซึ่งสามารถเลือกการทำงานได้ถึงสามโหมดตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นโหมดประหยัดแบตเตอรี่ โหมดสมดุล และโหมดประสิทธิภาพที่สามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้แบบเต็มประสิทธิภาพ 

นอกจากนี้ยังสามารถเล่น E-sports ได้อย่างมืออาชีพโดยใช้ Competition Mode เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น และ นอกจากนี้ยังช่วยให้การเล่นเกมมีความต่อเนื่องไร้การรบกวนจากแจ้งเตือนข้อความและการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันอื่น ๆ อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพแบบสัมผัสเพื่อป้องกันการจับภาพหน้าจอในขณะเล่นเกมที่เกิดจากการสัมผัสโดยไม่ได้ตั้งใจ

รวมถึงยังอัพเกรดฟีเจอร์เด่น ๆ ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น อาทิเช่น 4D Game Vibration ระบบสั่น 4 มิติ ที่ช่วยเพิ่มความสมจริงในเกม FPS , เอฟเฟ็กต์เครื่องเปลี่ยนเสียง, Game Picture-in-Picture,  Do Not Disturb, Esports Mode เป็นต้น 

ทดสอบการเล่นเกม

vivo V30 Pro 5G เป็นสมาร์ตโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างน่าประทับใจ โดยมี Game Boost Mode ที่ออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยพลังของโปรเซสเซอร์ Octa-core (1×3.1 GHz Cortex-A78 & 3×3.0 GHz Cortex-A78 & 4×2.0 GHz Cortex-A55) ผสานด้วยหน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G610 MC6 จึงพร้อมมอบประสบการณ์การเล่นเกมที่มีประสิทธิภาพอย่างก้าวกระโดด

 

vivo V30 Pro 5G สามารถตั้งค่ากราฟิกของตัวเกมในระดับสูงสุดได้เกือบทุกเกม เมื่อลองทดสอบเกมยอดนิยมอย่าง PUBG, ROV, Asphalt 9  ไม่พบอาการหน่วงหรือสะดุดให้เห็น แต่ที่ทางทีมงานแนะนำจริง ๆ ควรเลือกค่าเริ่มต้นที่ตัว vivo V30 Pro 5G กำหนดให้อย่างเหมาะสม ซึ่งในภาพรวมการเล่นเกมบน vivo V30 Pro 5G ถือว่าตอบโจทย์ได้อย่างน่าประทับใจ ด้วยจอแสดงผลคุณภาพสูง ผสานระบบ Multi-Turbo เวอร์ชันล่าสุด และ Extended RAM 4.0 รวมถึงชิปเซ็ตที่สามารถตอบโจทย์การเล่นเกมได้อย่างสมูท แต่ทั้งนี้ตามที่เกริ่นไปในตอนต้น ควรตั้งค่าให้เหมาะสมตามที่ตัวเกมแนะนำ ซึ่งจะสามารถเล่นได้อย่างไหลลื่นไม่เสียอรรถรสอย่างแน่นอน

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่พิเศษ ไม่ว่าจะเล่นเกม ไลฟ์สตรีมมิ่ง หรือถ่ายวิดีโอ ระบบระบายความร้อน Ultra Large Smart Cooling System จะช่วยลดความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยระบบกระจายความร้อนอันชาญฉลาดและเซนเซอร์วัดอุณหภูมิ ซึ่งทำให้สามารถปลดปล่อยพลังของชิปเซ็ตออกมาอย่างเต็มที่ ดังนั้นการทำงานการเล่นเกมจึงมีความเสถียรและราบรื่นตลอดการใช้งาน

 

vivo V30 Pro 5G แม้จะมีดีไซน์ที่บางเบา แต่ก็ให้แบตเตอรี่ความจุสูงถึง 5000mAh ซึ่งให้ความจุเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เมื่อผสานกับชิปเซ็ต Mediatek Dimensity 8200 บนสถาปัตยกรรม 4nm ที่ให้ประสิทธิภาพสูงขึ้น ในขณะที่ใช้พลังงานลดลง และยังมาพร้อมโหมดประหยัดพลังงาน จึงส่งผลให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนานกว่าที่เคย มอบความเพลิดเพลินกับการใช้งานได้ตลอดวัน

ส่วนถ้าใครเน้นเล่นเกมหรือใช้งานหนัก ๆ ตลอดทั้งวัน ก็ไม่ต้องซีเรียสแต่อย่างใดเพราะ vivo V30 Pro 5G รองรับชาร์จไวด้วยเทคโนโลยี FlashCharge 80W ไม่ว่าจะถ่ายรูป ฟังเพลงหรือเล่นเกม ก็พร้อมรองรับการใช้งานได้ตลอดเวลา

 

ด้านการถ่ายภาพ

ไม่พลาดทุกความประทับใจด้วยกล้องหน้าความละเอียด 50MP พร้อมฟีเจอร์ที่ให้มาแบบอัดแน่น ด้วยกล้องที่มีมุมกว้าง 92 ° พร้อมออโต้โฟกัส (AF) ที่ล็อกโฟกัสใบหน้าได้อย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะถ่ายระยะใกล้หรือไกลแค่ไหน ก็สามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัด ไม่หลุดโฟกัส ให้ความสวยงามเป็นธรรมชาติ และแม้จะเป็นการเซลฟี่แบบกลุ่มก็สามารถถ่ายทอดความเป็นตัวตนและธรรมชาติของแต่ละคนได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

  

ทดสอบกล้องหน้าในโหมด Auto         

Portrait mode

ในโหมด Portrait ผู้ใช้งานสามารถเลือกการตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เองตั้งแต่ f/0.95 – 16 เพื่อกำหนดค่าความเบลอฉากหลังได้ตามที่ต้องการ รวมถึงสามารถเข้าไปตั้งค่ารูรับแสงในภายหลังผ่านตัวแอป “อัลบั้ม”

50MP Group Portrait

ด้วยกล้องที่มีมุมกว้าง 92 ° ผู้ใช้งานสามารถเซลฟี่เป็นกลุ่ม รวมถึงฉากหลังที่ให้มุมกว้างเป็นพิเศษ 

มาพร้อมกล้องหน้าที่สามารถถ่ายเซลฟี่ได้กว้าง 92° เก็บทุกรอยยิ้มที่พิเศษในทุกการเดินทางร่วมกันเพื่อน ๆ ด้วยเซลฟี่แบบเป็นกลุ่ม มอบความความประทับใจในการถ่ายเซลฟี่โดยไม่ตกหล่นเพื่อนร่วมเฟรมอีกต่อไป 

Portrait mode ระยะปกติ 1x

และ vivo V30 5G ยังมาพร้อมโหมดเซลฟี่ Zoom 2X เพื่อเน้นรายละเอียดดีเทลของใบหน้า สามารถนำไปใช้งานในรูปแบบของภาพโปรไฟล์ หรือจะนำไปใช้งานในลักษณะภาพโปสเตอร์ก็ถือว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน

Bokeh flare

กล้องหน้านอกจากจะตั้งค่ารูรับแสงหรือค่า f ได้เองตามความต้องการแล้ว ยังมาพร้อม Bokeh effect ที่จำลองโบเก้ในสไตล์เลนส์กล้องของทาง ZEISS โดยมีรูปแบบโบเก้มาให้ใช้งานถึง 6 รูปแบบ 

Nature

Biotar, Sonnar

Planar, Distagon

Cinematic แนวตั้ง

Cinematic แนวนอน

การถ่าย Portrait พร้อมเปิดใช้งาน Bokeh effect จะให้ฟิลลิ่งของภาพที่คล้ายคลึงกับกล้องหลัง ถือว่าเป็นจุดเด่นเฉพาะตัวของ vivo V30 Pro 5G

AI Face Beauty

Classic & Nature 

สำหรับโหมด AI Face Beauty ใน Portrait Mode จะมี 2 โหมดสำเร็จรูปหลัก ได้แก่โหมดธรรมชาติและคลาสสิก โดยโหมดธรรมชาติจะให้สกินโทนที่เน้นความสมจริงดูเป็นธรรมชาติ ส่วนโหมดคลาสสิกตัวระบบ AI จะคำนวณความเหมาะสมให้เข้ากับใบหน้าของเราโดยอัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองโหมดสามารถตอบโจทย์สำหรับสีผิวและความชื่นชอบที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว

ทั้งนี้ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแต่งในโหมดบิวตี้ได้อย่างยืดหยุ่น เช่นปรับให้ผิวขาวนวล ปรับสกินโทนของสีผิว ปรับให้ใบหน้าเรียวบาง, ปรับแต่งภาพรวมโครงสร้างใบหน้า, กราม, ปรับให้ดวงตากลมโต, ดวงตาเรียวยาว, ปรับแต่งรูปแบบของจมูกและริมฝีปากเป็นต้น ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่เป็นเรื่องสนุก และให้ผลลัพธ์ที่ตรงใจแก่ผู้ใช้งานได้มากที่สุดนั่นเอง

และในโหมด Beauty จะมี Make Up แบบสำเร็จรูปมาให้ใช้งาน 9 รูปแบบ โดยสามารถตั้งค่าเพิ่มเติม เช่นเปลี่ยนสีลิปสติก, คิ้ว, แก้มหรือดวงตาได้อย่างยืดหยุ่นอีกด้วย 

Multi-Style Portrait

สำหรับโหมด Multi-Style Portrait จะมีสไตล์ที่ให้เลือกใช้งานได้ถึง 14 รูปแบบ ซึ่งให้ฟิลลิ่งคล้ายกับโปรไฟล์สี ที่มีให้ใช้งานบนกล้องระดับมืออาชีพของหลาย ๆ แบรนด์นั่นเอง

และมีฟิลเตอร์มาให้ใช้งานอย่างจุใจถึง 10 รูปแบบ 

Posture

ฟีเจอร์นี้มีหลักการทำงาน ด้วยการแสดงตัวอย่างไกด์ไลน์ในการแอคติ้ง หรือการโพสท่าทางนั่นเอง โดยจะมีเส้นประแสดงควบคู่กับภาพแอคติ้งตัวอย่าง ซึ่งผู้ใช้งานเพียงแค่ให้แบบแสดงท่าทางตามตัวอย่างและจัดองค์ประกอบให้แบบเข้าไปอยู่ในเส้นประ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ภาพถ่ายที่สวยโดนใจไม่แพ้การโพสท่าจากนางแบบ นายแบบมืออาชีพกันเลยทีเดียว 

ฟีเจอร์ Pose Master สามารถใช้งานได้ทั้งกล้องหน้าและหลัง

Selfie Softlight Band

เปิดใช้งาน Selfie Softlight Band

สำหรับฟีเจอร์ Selfie Softlight Band จะให้แสงที่นุ่มนวล ภาพดูมีมิติ และไม่สว่างจ้าจนเกินไป โดยใช้แสงสว่างจากหน้าจอแสดงผลทำหน้าที่เป็นแฟลช  อีกทั้งยังสามารถปรับแสงออร่าในอุณหภูมิได้อย่างยืดหยุ่น จึงช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือในที่ไม่มีแสงได้อย่างสวยงามเสมือนถ่ายในสตูดิโอเลยทีเดียว

Super Night Selfie

โหมด Super Night Selfie จะช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ในที่แสงน้อยหรือเวลากลางคืนได้อย่างคมชัด โดย AI Night Selfie และ Face Beauty สามารถวิเคราะห์วิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนได้อย่างชาญฉลาด ส่งผลให้ภาพมีความสว่าง คมชัด เก็บรายละเอียดได้ดี และมีสัญญาณรบกวนหรือ Noise ที่น้อยมาก

และเมื่อเปิดใช้งาน Selfie Softlight Band ร่วมกับ Super Night Selfie ก็จะขับเน้นตัวแบบให้ดูเด่นยิ่งขึ้น

 

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมกล้องเลนส์ ZEISS ระดับโปร และพอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS ทำให้ได้ภาพถ่ายพอร์ตเทรตที่ดียิ่งขึ้นในหลาย ๆ ด้านและได้สีสันที่สดใสยิ่งขึ้น 

ทุกเลนส์กล้องรับรอง มาตรฐานเลนส์ ZEISS โดยประกอบไปด้วย 

  • กล้องหลัก 50 MP VCS เฉดสีเที่ยงตรง เซนเซอร์ Sony IMX920 ขนาด 1/1.49″ | vivo Camera-Bionic Spectrum | กันสั่น OIS
  • กล้อง ZEISS ถ่ายภาพพอร์ตเทรตอย่างโปร ทางยาวโฟกัส 50 mm | ซูม 2 เท่า
  • กล้องมุมกว้างพิเศษ 50 MP AF มุมมองกว้าง 119° | พอร์ตเทรตแบบกลุ่มด้วย AI | ออโต้โฟกัส

 

เก็บทุกความประทับใจด้วยกล้องหลังความละเอียดสูงถึง 50MP ให้ภาพที่ความละเอียด  8192 x 7024 พิกเซล จะขยายหรือนำไป Crop ก็ให้คุณภาพที่สามารถต่อยอดการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น 

 

เลนส์ ZEISS สีสันสมจริง รองรับการถ่ายได้หลากหลายระยะ 

ระยะปกติ

Ultra wide angle มุมกว้างพิเศษ

Zoom 2x

Zoom 4x

vivo V30 Pro 5G รองรับการซูมแบบ Optical zoom 2x, 4x และ Digital zoom ได้สูงสุดที่ 20x

Color Tone

ระบบสีของ vivo จะให้สีสันที่สดใส เหมาะกับการถ่ายภาพได้ทุกสถานการณ์ ซึ่งให้ภาพที่มีชีวิตชีวาและสดใส ค้นพบโลกแห่งสีสัน และเก็บรักษาภาพความทรงจำให้สดใหม่อยู่เสมอ

สีธรรมชาติของ ZEISS

จากการร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง vivo และ ZEISS ทำให้สามารถดึงเอาสีสันที่เป็นธรรมชาติออกมาได้เป็นค่าสีที่อยู่ในระดับบนของอุตสาหกรรมในมาตรฐาน ΔE การปรับโทนสีระดับโปรนี้จะสร้างสิ่งที่ตรงกับตามองเห็นมากยิ่งขึ้น

vivo V30 Pro 5G สามารถปรับ color tone หรือสีของโทนภาพได้ 3 รูปแบบ ได้แก่ Vivid, Textured, ZEISS Natural ซึ่งผู้ใช้งานสามารถเลือกโทนสีได้ตรงกับความต้องการ เช่นการถ่ายอาหาร ถ่ายวิวทิวทัศน์ หรือถ่ายภาพบุคคลเป็นต้น 

Super macro

Super macro บน vivo V30 Pro 5G สามารถถ่ายภาพระยะใกล้ได้ถึง 4 ซม. ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดวัตถุชิ้นเล็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่นภาพแมลง ดอกไม้ หรือวัตถุที่ต้องการเน้นความคมชัดและรายละเอียด ซึ่งเลนส์มาโครจะช่วยให้การถ่ายภาพนั้นสนุกและมีประโยชน์ในการใช้งานจริงของชีวิตประจำวันได้อย่างแน่นอน

Super Night Mode

Auto Mode

เปิดใช้งาน Super Night Mode

vivo V30 Pro 5G ติดตั้งอัลกอริธึมการถ่ายภาพกลางคืนของกล้องด้านหลังโดยใช้วิธีการลดสัญญาณรบกวนโดเมน RAW ที่อัปเกรดแล้ว ซึ่งสามารถรวบรวมรูปหลายเฟรมเป็นรูปเดียวเพื่อให้ได้ภาพที่มีความคมชัดสูง สัมผัสถึงความทรงจำภาพถ่ายกลางคืนอันแสนยอดเยี่ยม

ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกสรรโหมด Stylish Night Filters ซึ่งออกแบบโดยช่างภาพมืออาชีพโดยเฉพาะสำหรับ vivo ถ่ายภาพกลางคืนได้แบบฉบับมืออาชีพ และ Super Night Mode บน vivo V30 Pro 5G ยังรองรับการถ่ายภาพมุมกว้าง Ultra wide angle และ zoom ได้ที่ 2x

ระยะปกติ 

Ultra wide angle (มุมกว้างพิเศษ)

Zoom 2x 

ใน Super Night Mode ยังมี Style มาให้ใช้งานอีก 9 รูปแบบ ประกอบด้วย Black & gold, Cyberpunk, Dreamy spotlight, Textured black & white, Blue ice, Green orange, Dark red, Blue orange, Silver orange

Food mode

โหมดปกติ

Food mode

vivo V30 Pro 5G มาพร้อม Food mode โดยใช้แสงออร่าเข้ามาเป็นตัวช่วยในการถ่ายภาพอาหารให้ดูโดดเด่น ซึ่งจะให้สีที่ดูสดใส มีชีวิตชีวาและน่ากินยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของไวท์ บาลานซ์ โดยเมื่อเทียบกับรูปจากโหมดปกติ ตัวอาหารจะติดโทนสีส้มจากหลอดไฟภายในร้าน แต่เมื่อเปิดใช้งาน Food mode แสงออร่าจะช่วยให้อาหารมีสีสันที่สมจริงยิ่งขึ้น

Zoom 2x 

อีกทั้งยังรองรับการซูมที่ 2x สามารถละลายฉากหลัง พร้อมขับเน้นรายละเอียดที่น่าสนใจของอาหารให้โดดเด่นขึ้นมาได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้วสัมผัส 

ตัวอย่างภาพถ่ายในสภาพแสงต่าง ๆ 


พอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS รังสรรค์ความสดใสให้กับทุกโมเม้นต์อันน่าประทับใจ 

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมกล้องเลนส์ ZEISS ระดับโปร และพอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS ซึ่งเป็นความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดทั้งในระดับ Hardware และ Software ส่งผลให้การถ่ายพอร์ตเทรตได้ดียิ่งขึ้นในหลาย ๆ ด้าน ทั้งสีสันที่สดใสยิ่งขึ้น และลูกเล่น “โบเก้ เอฟเฟกต์” อันเป็นเอกลักษณ์พิเศษที่มีเฉพาะบนเลนส์ของทางค่าย ZEISS นั่นเอง

กล้องพอร์ตเทรตระดับโปร 50MP พัฒนามาเพื่อการถ่ายภาพพอร์ตเทรตอย่างโปร ด้วยทางยาวโฟกัส 50 mm ซึ่งเป็นระยะเลนส์ที่ตรงกับตามนุษย์ ดังนั้นจึงให้ภาพพอร์ตเทรตที่เป็นธรรมชาติ สมจริง และดูโปรมากยิ่งขึ้นแม้ถ่ายจากระยะไกลด้วยการซูม 2 เท่า ก็ให้ภาพพอร์ตเทรตที่สดใสน่าทึ่งราวกับถ่ายในระยะใกล้

โบเก้สไตล์ Nature

โบเก้สไตล์ Biotar ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเลนส์ ZEISS Biotar 1.5/75 ให้โบเก้หมุนวนที่นำมาจากเอฟเฟกต์พิเศษของเลนส์กล้อง มอบประสบการณ์ภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมตามสไตล์ ZEISS

โบเก้สไตล์ ZEISS Sonnar

เป็นโบเก้ที่ได้แรงบันดาลใจจากเลนส์ ZEISS Sonnar 2.8/180 มีจุดเด่นที่การเบลอละลายหลัง ทำให้พื้นหลังดูมีบรรยากาศโรแมนติก เหมาะสำหรับการถ่ายสตรีทพอร์ตเทรต

โบเก้สไตล์ ZEISS Planar โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเลนส์ ZEISS Planar 2.8/80 ให้ภาพสไตล์คลาสสิกที่เก็บรายละเอียดวัตถุ ขณะที่พื้นหลังก็ให้ความคมชัดของโบเก้

โบเก้สไตล์ ZEISS Distagon ได้แรงบันดาลใจจากเลนส์ ZEISS Distagon 2.0/28 มอบโบเก้หกเหลี่ยมในพื้นหลัง เผยให้เห็นถึงความงดงามอันน่าประทับใจ ทำออกมาสำหรับการแสดงภาพเชิงศิลปะ

พอร์ตเทรตสไตล์ ZEISS Cine-flare ขณะถ่ายภาพท่ามกลางแสงจ้า จะทำให้เกิดแสงแฟลร์เหมือนในภาพยนตร์ ด้วยอัลกอริธึมขั้นสูงช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะได้ภาพพอร์ตเทรตที่คมชัดและเป็นธรรมชาติ

โบเก้สไตล์ ZEISS Cinematic ถ่ายภาพพอร์ตเทรตในสไตล์ภาพยนตร์ด้วยอัตราส่วนภาพ 2.39:1 จะสร้างแสงแฟลร์วงรีและเอฟเฟกต์เส้นแสงสีน้ำเงิน โดยเฉพาะเมื่ออยู่ใกล้ไฟถนนในเวลากลางคืน

vivo V30 Pro 5G มีโหมด Portrait Style และฟิลเตอร์มาให้ใช้งานเหมือนกล้องหน้าทุกประการ

vivo V30 Pro 5G รองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K 30 fps พร้อมระบบกันสั่นที่เลือกใช้งานได้ 2 แบบ (มาตรฐาน/ พิเศษ)

Micro Movie

ตอบโจทย์ครีเอเตอร์สาย Vlog กับการถ่ายทำระดับโปร
• สะดวกและรวดเร็วด้วยการเลือก template แบบเรียลไทม์
• เพิ่มความสามารถในการปรับแต่งภาพพอร์ตเทรต ไปจนถึงการแก้ไขวิดีโอเพื่อสาย Vlog โดยเฉพาะ
• ปรับปรุงโฟกัส แสง และสกินโทนสำหรับการถ่ายทำ

Aura Light Portrait 3.0

Aura Light Portrait 3.0 มาพร้อมฟีเจอร์ Smart Color Temperature Adjustment ระบบปรับอุณหภูมิแสงอัจฉริยะที่ทำงานในโหมดอัตโนมัติ แต่ผู้ใช้งานยังสามารถปรับแสงออร่าให้เป็นโทนเย็นและโทนอุ่นได้หลายระดับตามความต้องการ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพแสงในขณะนั้น

สำหรับวิธีเปิดใช้งาน Aura Light Portrait 3.0 แบบกำหนดค่าเอง ให้แตะที่สัญลักษณ์รูปแฟลชที่ด้านบนมุมซ้ายของจอแสดงผล
หลังจากนั้นจะมีแถบเมนูในการเปิด/ปิดใช้งาน Aura Light Portrait 3.0 แสดงผลขึ้นมา ถัดลงมาด้านล่าง จะมีบาร์ที่ใช้ในการกำหนดรูปแบบของแสง โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นแบบอัตโนมัติ ถ้าต้องการตั้งค่าเองให้แตะที่สัญลักษณ์รูปตัว A จากนั้นจะสามารถเลื่อนแถบบาร์ไปทางขวาเพื่อปรับเป็นอุณหภูมิเย็น และปรับมาซ้ายจะเป็นการเลือกอุณหภูมิอุ่น

แสงออร่าใหม่

vivo V30 Pro 5G มาพร้อมไฟออร่าขนาดใหญ่ ให้แสงที่นุ่มนวลขึ้น ควบคู่ไปกับความสว่างที่เหมาะสม จึงช่วยให้ใบหน้าสว่าง ละมุนเป็นธรรมชาติ (ขนาดออร่าใหญ่ขึ้น 19 เท่า ↑ แสงออร่านุ่มนวลขึ้น 50 เท่า ↑)

ในสภาพแสงที่มีความหลากหลาย ตัว AI ก็จะคำนวนให้อย่างชาญฉลาด โดยบางครั้งจะเลือกอุณหภูมิแบบ Natural ที่อยู่ตรงกลางระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น ซึ่งบางครั้งจะเป็นไฟสีขาวที่ไม่สว่างจนเกินไป หรือบางครั้งก็จะเป็นไฟสีส้มอ่อน ๆ แต่ถ้าเป็นบรรยากาศในสภาพแสงที่มีโทนอุ่นมาก ๆ ไฟ Aura Light Portrait 3.0 ก็จะเป็นสีส้มเข้ม ซึ่งโทนแสงสีส้ม จะช่วยทำให้ใบหน้าและโทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา

Aura Light Portrait 3.0 สามารถใช้งานได้ทุกสภาพแสง รวมถึงในช่วงเวลากลางวันก็ตาม ซึ่งจากรูปตัวอย่างเป็นการถ่ายภาพย้อนแสง ถึงแม้จะมีโหมด HDR ที่ช่วยเปลี่ยนสภาพแสง แต่จากรูปทางซ้ายมือจะเห็นว่าใบหน้าของแบบมีความฟุ้งและติดโทนคล้ำ ส่วนรูปทางขวามือเปิดใช้งาน  Aura Light Portrait 3.0 จะได้ความสว่างและภาพที่ดูมิติขึ้นมา ซึ่งสามารถนำไปใช้งานโดยไม่ต้องตกแต่งในภายหลังแต่อย่างใด

AI Powered Photography

ระบบ AI อัจฉริยะ ช่วยแนะนำการเปิดใช้ออร่าตามสภาพแวดล้อมการถ่ายภาพ ส่งผลให้การถ่าย Portrait ในที่แสงน้อยเป็นเรื่องที่ง่าย แม้จะไม่มีความรู้ทางด้านการถ่ายภาพมาก่อนก็ตาม

Far / Near Lighting

ตรวจจับระยะห่างแบบเรียลไทม์ ช่วยให้คุณได้แสงออร่าที่สว่างอย่างเหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตในระยะใกล้และไกล ซึ่งให้ความสมจริงไม่หลอกตาเมื่อเทียบกับสมาร์ตโฟนทั่ว ๆ ไป

Smart Color Temperature Adjustment

ปรับโทนแสงออร่าให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างอัจฉริยะ ไม่ว่าจะแสงโทนอุ่นหรือโทนเย็น ช่วยให้ภาพพอร์ตเทรตดูสว่างและคมชัดอย่างธรรมชาติ 

จากภาพตัวอย่าง นางแบบเราอยู่ในสภาพแสงโทนอุ่นจากหลอดไฟทังสเตน หรือไฟที่ให้แสงสีส้ม ระบบ Aura Light Portrait 3.0 จะปรับแสงออร่าเป็นโทนอุ่น เพื่อถ่ายภาพพอร์ตเทรตในบรรยากาศที่มีแสงสลัวในแบบโทนอุ่น ซึ่งโทนแสงสีส้มจะช่วยทำให้ใบหน้าและโทนสีผิวดูเป็นธรรมชาติ

ในสภาพแสงที่ค่อนข้างคงที่ อย่างแสงไฟจากหลอด LED หรือ ฟลูออเรสเซนต์ โดยไม่มีแสงอันหลากหลายมาผสมปนกัน ในภาพรวมจะให้โทนที่เป็นสีขาว หรือ Scene city ที่พบเจอกันได้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตัว Aura Light Portrait 3.0 จะให้แสงแบบ Natural ที่อยู่ตรงกลางระหว่างโทนเย็นและโทนอุ่น โดยจากรูปชุดนี้จะเห็นได้ว่า ตัวแบบจะไม่สว่างจ้า หรือติดโทนแดง แต่จะให้ความสมจริง ดูละมุนและเป็นธรรมชาติไม่หลอกตา

 

นอกจากปัญหา White Balance ที่ส่งผลให้สีสันดูผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง อีกหนึ่งปัญหาก็คือ ambient light รวมถึงการสะท้อนของแสงจากวัตถุไปยังตัวแบบ โดยรูปทางซ้ายมือสีแดงของวัตถุจะสะท้อนลงมายังตัวแบบทำให้เกิดสีเพี้ยน

แต่จากรูปทางขวาที่ถ่ายด้วย vivo V30 Pro 5G พร้อมเปิดใช้งาน “Aura Light Portrait 3.0” จะให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติและสมจริงกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจน

ปัญหาการถ่ายภาพในที่แสงน้อยมาก ๆ หรือในที่มืด สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยก็คือ noise หรือสัญญาณรบกวนในภาพ ที่ทำให้ภาพดูดรอปทั้งในส่วนของรายละเอียดความคมชัดและความสว่าง ซึ่งในโหมดพอร์ตเทรตบนสมาร์ตโฟนเราจะไม่สามารถตั้งค่า ISO ได้เหมือนบนกล้องจริง ๆ

ZEISS Bokeh & Aura Light Portrait 3.0

หนึ่งในไฮไลท์เด่นของ vivo V30 Pro 5G นั่นก็การเปิดตัวด้วยความมือร่วมกับค่าย ZEISS ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของ V Series และเมื่อผสานกับระบบแสงออร่าใหม่ Aura Light Portrait 3.0 จึงยกระดับการถ่าย Portrait ขึ้นไปอยู่ระดับ Semi Pro ที่ให้ สีสัน ความคมชัด จากตัวเลนส์โปร และแสงออร่าใหม่ พร้อมขับเน้นการถ่าย Portrait ได้โดดเด่น เหนือทุกคู่แข่ง ทั้งในแง่โบเก้สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEISS และการทลายขีดจำกัดการถ่ายภาพ Portrait ในสภาพแสงน้อยหรือในที่มืดนั่นเอง 

มาถึงตรงนี้เราจะเห็นได้ว่า vivo V30 Pro 5G มาพร้อมความโดดเด่นที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ด้วยเลนส์โปรจากความร่วมมือระหว่าง vivo และค่าย ZEISS  ทั้งในระดับ Hardware และ Software เมื่อผสานกับแสงออร่ารุ่นอัปเกรดใหม่ล่าสุด “Aura Light Portrait 3.0” ที่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพบุคคลในยามค่ำคืนได้ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ส่งผลให้ไม่ว่าจะแสงน้อยแค่ไหน vivo V30 Pro 5G ก็สามารถถ่ายพอร์ตเทรตได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการสร้างมิติของภาพ ดึงดีเทลที่ขาดหายให้กลับมา พร้อมมอบความสมดุลสมจริงให้กับภาพบุคคลที่ไม่สามารถพบเจอได้บนสมาร์ตโฟนทั่ว ๆ ไป และเมื่อจับคู่กับคุณภาพเลนส์ระดับโปรของ ZEISS นี่จึงเป็นการยกระดับการถ่ายภาพ Portrait ที่ดีที่สุดของ V Series อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน 

ราคาและช่องทางวางจำหน่าย

🌟 เปิดให้จองล่วงหน้าและรับเครื่องก่อนใครแล้ววันนี้
🌟 ราคาพิเศษเพียง 19,999.-
ดูเพิ่มเติม https://bit.ly/3uNtwkX

🎁 รับของสมนาคุณมากมาย มูลค่ารวมกว่า 12,798.-
– รับส่วนลดทันที 500.-
– รับหูฟัง vivo TWS 3e (มูลค่า 1,799.-)
– Premium Gift Box (มูลค่า 10,499.- ภายในกล่องเคส 2 ชิ้น และ E-VIP Card สิทธิพิเศษรับประกันตัวเครื่องเป็น 2 ปี และรับประกันหน้าจอแตก 1 ครั้ง ภายใน 2 ปีแรก)

🗓️ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 14 มี.ค. 67
จองได้แล้วที่ vivo Brand Shop ทุกสาขาและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

 

 

Facebook Comments

Related Posts