รีวิว realme 10 Pro Series สมาร์ตโฟนดีไซน์ Hyperspace จอ 120Hz, กล้อง Prolight 108MP และชาร์จไวสุด 67W

โดย K.ibelieveit
0 ความเห็น 1.6k views

หลังจากที่ realme เปิดตัว realme 9 Pro Series ไปเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัว realme 10 Pro Series สมาร์ตโฟน Number Series รุ่นภาคต่อออกมาเป็นที่เรียบร้อย

โดยประกอบด้วย realme 10 Pro 5G และ realme 10 Pro+ 5G ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นที่ดีไซน์พรีเมี่ยมสวยหรู พร้อมหน้าจอแสดงผลที่มีอัตรารีเฟรชเรทสูง 120Hz และรองรับชาร์จไวสูงสุด 67W

สำหรับ realme 10 Pro 5G จะมีดีไซน์ขอบเหลี่ยมบางเพียง 8.1 มม. หน้าจอแสดงผลไร้ขอบ 120Hz พร้อมขอบด้านข้างบางพิเศษ 1 มม. ขับเคลื่อนด้วยชุมพลังชิปเซ็ท Qualcomm Snapdragon 695 5G อันทรงพลัง และยังประหยัดพลังงานด้วยเทคโนโลยีการผลิต 6 นาโนเมตร และลำโพงคู่สเตอริโอที่สามารถเพิ่มระดับเสียงได้ถึง 200%

ส่วน realme 10 Pro+ 5G มาพร้อมหน้าจอแสดงผลระดับเรือธงแบบโค้งตัวแรกในเซกเมนต์ โดยมีขอบด้านข้างบางเพียง 1.41 มม. และขอบด้านล่างบางเพียง 2.33 มม. ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 920 5G บนกระบวนการผลิต 6nm พร้อมหน่วยความจำภายในสูงสุด 256GB และลำโพงคู่สเตอริโอพร้อมความละเอียดสูง

เชื่อว่าหลายคนคงอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่า realme 10 Pro Series ทั้ง 2 รุ่นจะมีประสิทธิภาพในการใช้งานอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราไปชมรีวิวเต็มกันเลยครับ

 

 

 

สเปกเบื้องต้น realme 10 Pro 5G

 

ขนาด สี Hyperspace: 163.7 x 74.2 x 8.3 มม. (LWT)
สี Dark Matter&Nebula Blue: 163.7 x 74.2 x 8.1 มม.
น้ำหนัก สี Hyperspace: 192 กรัม
สี Dark Matter&Nebula Blue: 190 กรัม
หน้าจอ IPS LCD ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (391 ppi) ขนาด 6.72 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 93.76%  โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, ช่วงสี DCI-P3, ความสว่างสูงสุด 680nits พร้อมขอบด้านข้างบางพิเศษ 1 มม.
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.2GHz โดยใช้ชิปเซ็ท Qualcomm SM6375 Snapdragon 695 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Adreno 619
RAM 8GB แบบ LPDDR4x รองรับเทคโนโลยี Dynamic RAM Expansion สำหรับเพิ่ม RAM เสมือนได้อีกสูงสุด 12GB 
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB แบบ UFS 2.2
microSD Card สูงสุด 1TB
ระบบปฏิบัติการ realmu UI 4.0 based on Android 13
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, hotspot
Bluetooth 5.1, A2DP, LE, aptX HD
GPS with A-GPS, GLONASS, BDS
ช่องหูฟัง 3.5 มม.
พอร์ต USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลังคู่ Dual Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล Prolight Camera รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.67″, 0.64µm และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G NR_SA: n1/n5/n8/n28A/n41/n78
5G NR_NSA: n41/n77/n78
4G LTE FDD: B1/B2/B3/B4/B5/B7/B8/B19/B20/B28A
TD-LTE: B34/B38/B39/B40/B41(2515-2675MHz)
3G WCDMA: B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19
2G GSM: 850/900/1800/1900
แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 33W SuperVOOC
สี Dark Matter, Nebula Blue และ Hyperspace
ราคา RAM 8GB+256GB ราคา 11,999 บาท

 

 

สเปกเบื้องต้น realme 10 Pro+ 5G

 

ขนาด Hyperspace: 161.5 x 73.9 x 7.78 มม.
Dark Matter: 160.2 x 73.3 x 8 มม.
น้ำหนัก Hyperspace: 175 กรัม
Dark Matter: 173 กรัม
หน้าจอ 120Hz Curved AMOLED ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล (394 ppi) 1 พันล้านสี ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 93.65% โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 360Hz และอัปได้สูงสุด 1260Hz, ช่วงสี DCI-P3 100%, ความสว่างสูงสุด 800nits, รองรับ HDR10+ และใช้เทคโนโลยี PWM Dimming ถึง 2160Hz และขอบใต้หน้าจอที่บางเพียง 2.33 มม.
หน่วยประมวลผล ใช้หน่วยประมวลผลซีพียูแบบ Octa Core ความเร็ว 2.5GHz โดยใช้ชิปเซ็ท MediaTek Dimensity 920 5G (6 nm), หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-G68 MC4
RAM 12GB แบบ LPDDR4x
หน่วยความจำภายในเครื่อง 256GB แแบบ UFS 2.2
microSD Card
ระบบปฏิบัติการ realme UI 4.0 based on Android 13
เชื่อมต่อ Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/6, dual-band, hotspot
GPS with A-GPS, GLONASS, BDS
ช่องหูฟัง 3.5 มม.
NFC
พอร์ต USB Type-C 2.0, USB On-The-Go
กล้องถ่ายภาพ กล้องหลัง 3 เลนส์ AI Triple Camera พร้อมไฟแฟลช LED
– กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล Prolight Camera รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.67″, 0.64µm และระบบ PDAF
– กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm และถ่ายมุมกว้างได้ 112 องศา
– กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.45
รองรับระบบ Dual Slot  แบบ 2 ซิม ชนิดนาโนซิม
5G NR_SA: n40/n41/n78/n1/n3/n5/n8/n28a
5G NR_NSA: n41/n77/n78
4G LTE FDD: B1/B3/B5/B7/B8/B19/B28A
TD-LTE: B34/B38/B39/B40/B41(2515-2675MHz)
3G WCDMA: B1/B2/B4/B5/B6/B8/B19
2G GSM: 850/900/1800/1900
แบตเตอรี่ 5,000mAh รองรับระบบชาร์จเร็ว 67W SuperVOOC
สี Dark Matter, Nebula Blue และ Hyperspace
ราคา RAM 12GB+256GB ราคา 15,999 บาท

 

บรรจุภัณฑ์ / อุปกรณ์ภายในกล่อง

 

 

กล่องบรรจุภัณฑ์ของ realme 10 Pro 5G และ realme 10 Pro+ 5G เป็นกล่องกระดาษแข็งมาโดยมาในโทนสีเหลืองตัดกับสีดำ ด้านหน้ากล่องมาพร้อมชื่อรุ่นขนาดใหญ่มองเห็นได้ชัดเจน โดยมุมขวาด้านบนมีข้อความระบุว่ารองรับ 5G และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ realme ขณะที่ด้านขวาข้างกล่องก็มีขื่อรุ่นระบุไว้ด้วย

 

 

ด้านหลังกล่องจะระบุสเปกเด่น 4 อย่างด้วยกัน เริ่มจาก realme 10 Pro 5G หน้าจอ 120Hz Boundless Display, ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ท Snapdragon 695 5G, กล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ProLight Camera และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จไว 33W

ส่วน realme 10 Pro+ 5G มาพร้อมหน้าจอ 120Hz Curved Vision Display, ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังชิปเซ็ท Dimensity 920 5G, กล้องความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ProLight Camera และแบตเตอรี่ความจุ 5,000mAh รองรับชาร์จไว 67W

ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องมีดังนี้

 

 

 



realme 10 Pro 5G

 



realme 10 Pro+ 5G

 

  • ตัวเครื่อง realme 10 Pro 5G, realme 10 Pro+ 5G พร้อมติดฟิลม์กันรอยมาให้เรียบร้อย
  • อุปกรณ์เปิดถาดซิมการ์ด
  • อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W SuperVOOC (realme 10 Pro 5G) และ 67W SuperVOOC (realme 10 Pro+ 5G)
  • สายดาต้าลิงค์แบบ USC Type-C
  • เคสพลาสติกใส
  • คู่มือการใช้งานฉบับย่อ, เอกสารความปลอดภัย และบัตรรับประกัน

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 33W SuperVOOC ที่มีมาให้ในกล่อง realme 10 Pro 5G

 

 

อแดปเตอร์ชาร์จเร็ว 67W SuperVOOC ที่มีมาให้ในกล่อง realme 10 Pro+ 5G

 

รูปลักษณ์ดีไซน์ / การออกแบบ


realme 10 Pro
 5G มาในดีไซน์แบบ Hyperspace Design ด้วยดีไซน์สุดพรีเมี่ยมที่มีรูปแบบการเร่งความเร็วปริซึมและอนุภาคเนบิวลา นอกจากนี้ยังมาพร้อมขอบเรียบ ตัวเครื่องบางเฉียบเพียง 8.1 มม. (เฉพาะสี Dark Matter และ Nebula Blue) และการออกแบบที่คลาสสิก มอบความพรีเมี่ยมอย่างมีสไตล์ โดยมีให้เลือก 3 สีคือ Dark Matter, Nebula Blue และ Hyperspace

 


ด้านหน้ามาพร้อมหน้าจอแสดงผลไร้ขอบแบบ IPS LCD 120Hz Boundless Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2400 พิกเซล (391 ppi) ขนาด 6.72 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 93.76%  โดยมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัสสูงสุด 240Hz, ช่วงสี DCI-P3, ความสว่างสูงสุด 680nits

นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยี RAZR ล่าสุด รวมถึงเทคโนโลยี InSeal, เทคโนโลยี TopNotch และ Active Antenna Switching ทำให้ realme 10 Pro 5G มาพร้อมกับขอบด้านข้างบางพิเศษ 1 มม. และขอบด้านบน 1.15 มม. โดดเด่นจากรุ่นอื่นๆ ที่หนากว่า มอบประสบการณ์การรับชมแบบเต็มจออย่างแท้จริง


ตรงกลางด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.45

 

พลิกมาด้านหลังเครื่อง มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้องเลนส์คู่ Dual Camera โดยมีโมดูลกล้องขนาดใหญ่ 2 ตัววางเรียงในแนวตั้งที่ภายในมีเลนส์กล้องอย่างละตัว พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ด้านขวา และข้อความ MATRIX AI CAMERA และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ realme

 

 

โดยกล้องเลนส์คู่ Dual Camera ของ realme 10 Pro 5G ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล Prolight Camera รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.67″, 0.64µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

 

ด้านซ้ายข้างเครื่องมีช่องใส่ SIM Card

 

 

โดยช่องใส่ SIM Card ของ realme 10 Pro 5G จะเป็นแบบ Hybird Slot แบ่งเป็นช่อง 1 ใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card และช่อง 2 ใส่ SIM Card หรือการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card โดยรองรับได้สูงสุด 256GB

 

 

ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง และติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังไว้บนปุ่ม

 

 

ด้านบนเครื่องมีช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

 

 

ด้านท้ายเครื่องมีช่องหูฟังขนาด 3.5 มม., ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง

 



realme 10 Pro+ 5G สี Hyperspace

 



realme 10 Pro+ 5G สี Dark Matter

 

ส่วน realme 10 Pro+ 5G ก็มีดีไซน์พรีเมี่ยมแบบ Hyperspace Design เหมือนกับ realme 10 Pro แต่มีดีไซน์ขอบโค้งที่สมมาตรเป็นพิเศษ ด้วยการผสมผสานที่น่าทึ่งของตัวเครื่องที่บาง น้ำหนักเบา และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5000mAh

ทำให้ realme 10 Pro+ 5G เป็นสมาร์ตโฟนแบตเตอรี่ 5000mAh ที่บางที่สุดเท่าที่เคยมีมาทั่วโลก โดยบางเพียง 7.78 มม. และเบาเพียง 173 กรัม และมีให้เลือก 3 สีคือ Dark Matter, Nebula Blue และ Hyperspace

 

 

มาพร้อมหน้าจอระดับเรือธงแบบโค้งตัวแรกในเซกเมนต์ ด้วยหน้าจอแสดงผลแบบ AMOLED 120Hz Curved Vision Display ความละเอียด FHD+ 1080 x 2412 พิกเซล (394 ppi) 1 พันล้านสี ขนาด 6.7 นิ้ว ในอัตราส่วน 20:9 และอัตราส่วนจอต่อเครื่อง 93.65% โดยมีความโค้งอันสมมาตร 61 องศา, อัตราส่วนความคมชัด 5,000,000:1 และทุ่มทุนผลิตหน้าจอ 15 ล้านดอลล่าร์

นอกจากนี้ยังมีอัตรารีเฟรชเรทสูงสุด 120Hz และอัตราสุ่มตัวอย่างแบบสัมผัส 360Hz และอัปได้สูงสุด 1260Hz, ช่วงสี DCI-P3 100%, ความสว่างสูงสุด 800nits, รองรับ HDR10+ และใช้เทคโนโลยี PWM Dimming ถึง 2160Hz

 

 

รวมทั้งยังมีขอบด้านล่างที่แคบที่สุดในไทยเพียง 2.33 มม. บนสมาร์ตโฟนจอโค้ง โดยขอบด้านข้างบางเพียง 1.41 มม. และขอบด้านล่างบางเพียง 2.33 มม. ผสานกับดีไซน์โค้งที่สมมาตรเป็นพิเศษทั้งด้านหน้าและด้านหลัง มอบประสบการณ์การมองเห็นแบบไร้ขอบ และมาพร้อมกับด้ามจับที่ค่อนข้างสบาย คล้ายกับเรือธงที่มีราคาสูงกว่าสองเท่า

 

 

realme 10 Pro+ 5G ยังมาพร้อมเทคโนโลยี 2160Hz PWM Dimming เครื่องแรกของประเทศไทย มั่นใจในการถนอมสายตา ในสภาพแวดล้อมที่มืด (ความสว่างต่ำกว่า 90 nits) ที่ DC Dimming ไม่สามารถทำงานได้

realme 10 Pro+ 5G จะสลับไปที่โหมดลดแสง PWM 2160Hz โดยอัตโนมัติ เพื่อรักษาสีที่แม่นยำบนจอแสดงผลพร้อมประสบการณ์ที่สบายตายิ่งขึ้น โดยมีประสิทธิภาพการลดแสงเพิ่มขึ้น4.5 เท่าเมื่อเทียบกับ 480Hz PWM ทั่วไปในสมาร์ตโฟนส่วนใหญ่ ( เช่น Samsung Galaxy S22 Ultra )

 

 

realme 10 Pro+ 5G เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอัลกอริทึ่ม X touch Anti mistouch ในทุกด้าน โดยอัลกอริทึม X touch Anti mistouch จะเพิ่มพื้นที่ป้องกันการสัมผัสผิดพลาดขึ้น 20% และได้รับการปรับแต่งอย่างชาญฉลาด เพื่อลดการสัมผัสผิดพลาดทั่วพื้นที่จอแสดงผล

จากเวลาตรวจจับที่ไม่คงที่ไปจนถึงการตรวจจับแบบไดนามิก ท้าให้กระบวนการตรวจจับมีประสิทธิภาพและสมเหตุสมผลมากขึ้น เพื่อระบุฉากจับพิเศษ 10 แบบเพื่อลดการสัมผัสผิด พื้นที่ป้องกันการสัมผัสที่ใหญ่ขึ้น 20% กว่า Gen 3

รวมทั้งระบุลายนิ้วมือ ครอบคลุมผู้คนหลากหลายมากขึ้นและสามารถแก้ปัญหาของนิ้วที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ครั้งแรกของโลกที่ได้รับการรับรอง Flicker Free จาก TÜV Rheinland รวมทั้งได้รับใบรับรองแสงสีฟ้าต่ำจาก TÜV Rheinland ลดแสงสีฟ้า ปกป้องดวงตาและไม่มีเอฟเฟคส์หน้าจอเหลือง

 

realme 10 Pro+ 5G ใช้กระจกเสริมแรงสองชั้น 0.65 มม. ซึ่งให้ความทนทานต่อการตกกระแทกและความสามารถในการป้องกันการแตกร้าวได้ดียิ่งขึ้น realme 10 Pro+ 5G ผ่านการทดสอบการตกจากที่สูง 1 เมตร และการทดสอบการตกจากไมโครถึง 28,000 ครั้งในการทดสอบขั้นรุนแรงภายใน ผู้ใช้จึงสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การใช้งานที่ไร้กังวลบนจอแสดงผลแบบโค้งนี้

 

 

มุมซ้ายด้านบนเจาะรูฝังกล้องเซลฟี่ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล และรูรับแสง f/2.45

 

 

ด้านหลังของ realme 10 Pro+ 5G มุมซ้ายด้านบนติดตั้งกล้อง 3 ตัว AI Triple Camera โดยมีโมดูลกล้องขนาดใหญ่ 2 ตัววางเรียงในแนวตั้งที่ภายในโมดูลด้านบนมีเลนส์หลัก ส่วนโมดูลด้านล่างมีเลนส์รองอีก 2 เลนส์ พร้อมไฟแฟลช LED อยู่ด้านขวา และมุมซ้ายด้านล่างมีโลโก้ realme

 

 

โดยกล้อง 3 ตัวของ realme 10 Pro+ 5G ประกอบด้วย

  • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล Prolight Camera รูรับแสง f/1.8, 24mm (wide), 1/1.67″, 0.64µm และระบบ PDAF
  • กล้องตัวที่ 2 เลนส์ Ultra Wide Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.2, 16mm และถ่ายมุมกว้างได้ 112 องศา
  • กล้องตัวที่ 3 เลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4

 

 

ขณะที่ด้านซ้ายข้างเครื่องออกแบบเรียบๆ ไม่มีช่องหรือปุ่มกดใด

 

ขณะที่ด้านขวาข้างเครื่องมีปุ่มปรับเพิ่มลดระดับเสียง กับปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง

 

 

ส่วนด้านบนเครื่อง มีช่องลำโพงเสียง กับช่องไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียง

 

 

และด้านท้ายเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ด, ช่องไมโครโฟน, พอร์ต USB Type-C และช่องลำโพงเสียง (ไม่มีช่องหูฟัง)

 

 

โดยช่องใส่ SIM Card ของ realme 10 Pro+ 5G จะเป็นช่องใส่ SIM Card แบบ nanoSIM Card 2 ช่อง ไม่มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำภายนอก

อ่านต่อ… คลิ๊กที่นี่ >>> Pages 2

Facebook Comments

Related Posts