เปิดตัวในบ้านเรามาได้สักพักใหญ่ ๆ สำหรับเรือธงรุ่นล่าสุดจากค่าย Xiaomi ที่พกความโดดเด่นมาแบบรอบด้าน เริ่มจากดีไซน์ซ่อนกล้องหน้าในแบบ Mechanical pop-up วัสดุหรูหราพรีเมี่ยม สเปคแรงตอบทุกโจทย์การใช้งาน และคุณภาพกล้องหน้า/หลังที่ต้องบอกเลยว่าไม่ธรรมดามาก ๆ แถมราคาเปิดตัวก็ถือว่าสมเหตุสมผล ใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนเก่งรอบด้าน Xiaomi Mi Mix 3 เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้ามครับ

สเปคเบื้องต้นของ Xiaomi Mi Mix 3

● หน้าจอ 6.39 นิ้ว ความละเอียด อัตราส่วน 19.5:9 มีอัตราส่วนต่อพื้นที่แสดงผลสูงถึง 93.4% ที่ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล รองรับการแสดงผล HDR พร้อมเสริมความแกร่งด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5
● ซีพียู Qualcomm SDM845 Snapdragon 845
● จีพียู Adreno 630
● แรม 6GB
● ความจุ 128GB
● กล้องหลังคู่ 12 MP (wide), f/1.8, 1/2.55″, 1.4µm, Dual Pixel PDAF, 4-axis OIS
12 MP (telephoto), 1/3.4″, 1.0µm

● กล้องหน้าคู่ Mechanical pop-up 24 MP, 1/2.8″, 0.9µm
Mechanical pop-up 2 MP, depth sensor
● แบตเตอรี่ 3200mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว
● ระบบปฏิบัติการ MIUI 10 บนพื้นฐานของ Android 9.0 (Pie)
● ขนาดตัวเครื่อง 157.9 x 74.7 x 8.5 มม.
● น้ำหนัก 218 กรัม
● สี Jade Green, Sapphire Blue, Onyx Black
● ราคาเปิดตัว 18,990 บาท

 

PACKAGING & ACCESSORIES

กล่องแพ็กเกจมาโทนสีดำเรียบขรึม ด้านหน้ามีเพียงโลโก้ MI สีทองแปะไว้เท่านั้น เมื่อเปิดมาภายในจะพบกับข้อความที่แสดงความมุม่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก Lei Jun ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Xiaomi

 

สำหรับอุปกรณ์ภายในกล่องของ Xiaomi Mi Mix 3 จะประกอบไปด้วย

  1. คู่มือการใช้งานฉบับย่อ + ใบรับประกันสินค้า

2. เข็มจิ้มเปิดถาดซิม

3. เคส (โพลีคาร์บอเนต)

 

สาย USB Type-C + อแดปเตอร์ชาร์จ รองรับชาร์จไว Quick Charge 3.0 (ตัวเครื่อง Xiaomi Mi Mix 3 รองรับเทคโนโลยี Quick Charge 4.0 )

 

อีกหนึ่งความเจ๋งคือแถมไวเลสชาร์จมาให้ในกล่องเลย

ที่ชาร์จไร้สาย Mi Wireless charger มีขนาดเล็กเพรียวบางกะทัดรัด พกพาสะดวก ดีไซน์เน้นความเรียบง่าย ใช้สีขาวเป็นโทนหลัก แต่ใช้ไปนาน ๆ ก็อาจจะเหลืองและสกปรกง่าย คงต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ

สำหรับตัวพื้นผิวด้านบนจะให้ความรู้สึกหนืด ๆ คล้างยาง ตรงนี้ช่วยให้ไม่ลื่นในเวลาที่เราทำการชาร์จ Xiaomi Mi Mix 3 ส่วนที่ด้านล่างจะมียางรองกันลื่น และพิมพ์บอก OUTPUT ของตัวไวเลสชาร์จ

ด้านข้างจะมีพอร์จเชื่อมต่อ Type-C และไฟแจ้งเตือนสถานะการทำงาน

 

DESIGN & HARDWARE

Xiaomi Mi Mix 3 ไม่ได้มาพร้อมติ่งอันเป็นเทรนด์ยอดนิยมของยุคนี้ แน่นอนว่าหลาย ๆ คนอาจจะชอบจอที่ไม่มีติ่งมากกว่า ซึ่ง Xiaomi Mi Mix 3 น่าจะตอบโจทย์ตรงใจ เพราะเลือกออกแบบด้วยดีไซน์ เน้นความโค้งมนแบบสมมาตรทั้ง 4 มุม และจะสังเกตได้ว่าขอบจอนั้นบางเฉียบ แทบจะไร้ขอบเลยทีเดียว

Xiaomi Mi Mix 3 มาพร้อมหน้าจอแสดงผล Full Screen Display ขนาด 6.39″ ในอัตราส่วน 19.5:9  และมีอัตราส่วนต่อพื้นที่แสดงผลสูงถึง 93.4%  ที่ความละเอียด FHD+ 2340 x 1080 พิกเซล รองรับการแสดงผล HDR และเสริมความแกร่งด้วยกระจกกันรอย Corning Gorilla Glass 5

สำหรับคุณภาพของจอแสดงผลอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างดีมาก ทั้งเรื่องของ Respond การตอบสนอง ความสว่าง ความคมชัด มุมมองกว้าง สามารถใช้งานกล้างแจ้งได้เป็นอย่างดี

 

ด้านหลังเลือกใช้วัสดุเซรามิค เสริมความพรีเมี่ยมให้กับตัวเครื่องด้วยขอบเฟรม aluminum เกรดคุณภาพสูง (7000 series)  ในภาพรวมงานประกอบของ Xiaomi Mi Mix 3 เรียบร้อยแข็งแรงดีมาก มีความเนี๊ยบสมกับความเป็นเรือธงอย่างแท้จริง

ในส่วนของการจัดวางเลย์เอาท์ ตัวกล้องหลังคู่ Dual Camera จัดวางในแนวตั้งอยู่บนมุมซ้าย ถัดลงมาจะเป็นเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ และโลโก้ MIX

กล้องหลังคู่ของ Mi Mix 3 มีจุดเด่นด้วยการขับเคลื่อนจาก AI หรือปัญญาประดิษฐ์ และมาพร้อมฟีเจอร์และคุณภาพ Hardware ที่จัดเต็ม ประกอบไปด้วย

กล้องหลังตัวแรกเป็นเลนส์ wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ SONY IMX363, มีพิกเซลไซส์ขนาดใหญ่ 1.4μm, และค่ารูรับแสงกว้าง f/1.9, Dual Pixel, PDAF, ระบบกันสั่น 4 แกน

กล้องหลังตัวที่ 2 telephoto ที่ช่วยในเรื่องของการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล: เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M3, มีพิกเซลไซส์ขนาด 1.0μm

 

ไม่มีติ่งแต่มีขอบจอที่บางเฉียบมาก ๆ ตัวลำโพงสนทนาและไฟแจ้งเตือนสถานะก็ถูกออกแบบให้จัดวางอยู่ภายในพื้นที่ของขอบตัวเครื่องได้อย่างกลมกลืน

และอีกหนึ่งไฮไลท์ของ Xiaomi Mi Mix 3 ก็คือดีไซน์ซ่อนกล้องหน้าในรูปแบบสไลด์ (Mechanical pop-up) แต่จะมีความแตกต่างจาก OPPO Find X ที่เป็นระบบกลไกอัตโนมัติเมื่อกดเรียกใช้งานผ่านเมนูกล้อง

ส่วนของ Xiaomi Mi Mix 3 จะเป็นแบบอัตโนมือ คือใช้มือเลื่อนด้วยตัวเอง โดยตัวระบบจะเป็นแบบสไลด์ด้วยแม่เหล็ก ซึ่งจะมีความแข็งแรงทนทาน ไม่หลวมคลอนแม้จะใช้เป็นเวลาอย่างยาวนานก็ตาม

ด้านบนมีเพียงไมค์บันทึกเสียงและเป็นไมค์ที่ใช้ในการตัดเสียงรบกวน เสียดายที่ไม่มี ir blaster มาให้ใช้งาน ไม่งั้นจะถือว่าสมบูรณ์มาก ๆ

 

ด้านล่างดีไซน์เหมือนลำโพงคู่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่นะครับ โดยไมค์สนทนาจะอยู่ฝั่งซ้าย ตรงกลางคือที่อยู่ของพอร์ต USB Type-C และตามด้วยลำโพงหลักของตัวเครื่อง ส่วนแถบสีดำทั้งสองข้างคือเส้นรับสัญญาณเสาอากาศนั่นเอง

สำหรับคุณภาพลำโพงต้องยกนิ้วให้เลย ทั้งเรื่องความดัง ความใสเคลียร์ แม้จะไม่ได้เป็นลำโพงสเตอริโอก็ตาม ตรงนี้ตอบโจทย์ด้านบันเทิง ทั้งดูหนังฟังเพลง เล่นเกมได้เป็นอย่างดีเลยครับ

 

ฝั่งขวามือของตัวเครื่องประกอบไปด้วย ปุ่มเพิ่มลดระดับเสียง และปุ่มพาวเวอร์ ที่เลือกใช้วัสดุและโทนสีเดียวกับตัวขอบเฟรม

 

ฝั่งซ้ายเป็นช่องใส่ถาดซิมการ์ดและปุ่ม AI โดยค่าเริ่มต้นจะเป็นการเรียกใช้งาน google assistant ซึ่งเราสามารถกำหนดปุ่ม AI ให้เรียกแอปฯหรือการตั้งค่าตามที่ต้องการได้ในภายหลัง

 

รองรับการใช้งานแบบ 2 ซิมการ์ด แถมมีจุดเด่นด้วยการรองรับ Dual 4G สามารถสแตนบาย 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิม น่าเสียดายที่ไม่รองรับหน่วยความจำภายนอก แต่ด้วยพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่ให้มาถึง 128GB ก็น่าจะเพียงพอต่อการใช้งานได้ในระดับหนึ่ง

 

SOFTWARE & FEATURE

Xiaomi Mi Mix 3 เปิดตัวมาพร้อม MIUI 10 บนพื้นฐานของ Android 9 โดยตัวเฟิร์มแวร์ปรับแต่งมาสไตล์เน้นไปที่ความเรียบง่าย ไม่มีฟังก์ชั่นกิมมิค ซึ่งก็แลกมาด้วยควมสมูทลื่นไหลและความเสถียร แถมยังรองรับการอัพเดตได้ต่อเนื่อง ตรงนี้เป็นจุดเด่นของ Xiaomi มาอย่างยาวนานแล้วนั่นเอง

 

รองรับ Dual 4G แต่น่าเสียดายที่ไม่รองรับ Dual VoLTE ในส่วนของภาครับสัญญาณโทรศัพท์อยู่ในเกณฑ์ที่ดีครับ

 

เรื่องจอแสดงผลเด่นตั้งแต่ตัว Hardware จนมาถึงฝั่ง Software โดยสามารถปรับตั้งค่าการแสดงผลได้อย่างยืดหยุ่นตรงใจ ทั้งคนที่ชอบเน้นสีสันสดใส หรือความสมจริง รวมไปถึงยังสามารถเลือกระดับความละเอียดของหน้าจอแสดงผลเพื่อช่วยประหยัดพลังงานได้อีกด้วย

 

ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าสไลด์ตัวฝาหลังได้จากเมนูการตั้งค่า โดยสามารถเลือกรูปแบบของคำสั่งในการเรียกใช้งาน เช่นเปิดกล้องเพื่อถ่ายเซลฟี่ เปิดแอปฯหรือการตั้งค่าที่ต้องการ รวมไปถึงสามารถตั้งเอฟเฟ็กต์เสียงในตอนสไลด์ได้อีกด้วย

ด้านการจัดสรรพลังงานทำได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.39″ และมีแบตเตอรี่ความจุ 3200 mAh ซึ่งถือว่าไม่ได้เยอะมาก แต่ในภาพรวมการใช้งานทั่ว ๆ ไป สามารถอยู่รอดได้ 1 วัน แต่ถ้าใช้งานหนัก ๆ แนะนำให้หาอแดปเตอร์ที่รองรับ QC 4 มาใช้ควบคู่กัน ซึ่งจะช่วยให้การชาร์จนั้นรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม

 

 

BENCHMARKS & PERFORMANCE

ด้วยสเปคระดับเรือธง เรื่องความเร็วแรง ความลื่นไหลไม่ต้องพูดมากให้เจ็บคอ แถม Firmware ยังปรับแต่งมาได้ดี ก็ยิ่งช่วยให้การทำงานทั่ว ๆ ไป มีความไหลลื่น สมูท รวมไปถึงการทำงานในแบบ Multitasking หรือการเล่นเกมที่ต้องใช้การประมวลผลหนัก ๆ ก็รองรับได้เป็นอย่างดี พูดง่าย ๆ ว่ารองรับการทำงานทุกสถานการณ์ ไม่มีหัวร้อนอย่างแน่นอน

 

MULTIMEDIA & ENTERTAIN

Xiaomi Mi Mix 3 เป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์การเล่นเกมได้ดีโคตร ๆ ทำไมเหรอ? ก็เพราะมันไม่มีติ่งบนหน้าจอนั่นเอง และด้วยความที่จอใหญ่เต็มตา มีอัตราส่วนการแสดงผลต่อหน้าจอสูงถึง 93.4% บวกกับสเปคจัดเต็ม   ลำโพงเสียงกระหึ่ม ถ้าเล่นเกมบน Xiaomi Mi Mix 3 แล้วไม่ฟินคงต้องไปปรึกษาหมอแล้วแหล่ะ

 

แอปฯมิวสิคเพลเยอร์บน Xiaomi Mi Mix 3 มีฟีเจอร์พื้นฐานครบถ้วน เท่าที่แอปฯเครื่องเล่นเพลงควรจะมี แต่สิ่งที่สร้างความโดดเด่นให้การฟังเพลงบน Xiaomi Mi Mix 3 ก็คือ โหมดการปรับตั้งค่าหูฟังและ EQ ที่จะช่วยเสริมเติมเต็มให้การฟังเพลงนั้นโดนใจผู้ฟังได้ดีมากยิ่งขึ้น

 

แอปฯ  VDO Player บน Xiaomi Mi Mix 3 รองรับการเล่นไฟล์วีดีโอความละเอียดสูง ๆ อย่าง  4K ได้อย่างไหลลื่น  แถมยังมีฟีเจอร์ที่ให้ฟิลลิ่งใกล้เคียงกับแอปชื่อดังอย่าง MX Player เช่นการปัดบนหน้าจอฝั่งซ้ายเพื่อปรับระดับความสว่าง และปัดบนหน้าจอฝั่งขวาเพื่อปรับเพิ่ม/ลดระดับเสียงเป็นต้น และ Cast ไปยังอุปกรณ์ที่รองรับ แถมยังจับภาพหน้าจอพร้อมแชร์ไปยังโซเชี่ยลยอดนิยมได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

 

CAMERA & SAMPLE

กล้องหลังคู่ Dual Camera ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังความฉลาดล้ำจาก AI หรือปัญญาประดิษฐ์ ที่สามารถตรวจจับวัตถุ 27 ประเภท พร้อมเลือกซีนและปรับแต่งให้ภาพถ่ายออกสวยสมบูรณ์ได้ง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ความชำนาญในการถ่ายภาพก็สามารถถ่ายภาพออกได้ดีไม่แพ้มืออาชีพ

 

โหมด portrait ของ Xiaomi Mi Mix 3 นอกจากความโดดเด่นด้วยการเบลอฉากหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังมาพร้อมเอฟเฟ็กต์แสง studio lighting อีก 7 รูปแบบ ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่มีลูกเล่นที่ดูแปลกตาและน่าสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น

 

สำหรับโหมดบิวตี้ สามารถปรับตั้งค่าได้ 5 ระดับ พร้อมโหมด Remodeling ที่สามารถปรับโครงสร้างใบหน้า เช่นแต่งให้หน้าเรียว ตาโต จมูก คาง ริมฝีปาก โหนกแกม และโหมด Makeup ที่ช่วยเสริมความสวยงามเหมือนการแต่งหน้าในชีวิตประจำวัน เช่น คิ้ว อายไลน์เนอร์ ลิปมัน เป็นต้น

 

ภาคทดสอบใช้งานจริง

โหมด Auto

เปิดใช้งาน AI จะเห็นว่าเมื่อเปิด AI แล้ว โทนสีของภาพจะมีความสดใสขึ้น

Zoom 2X

 

ทดสอบกล้องหน้า

กล้องหน้า โหมด Auto

บิวตี้ระดับ 3

บิวตี้ระดับ 5

โหมด Auto

โหมด portrait

เอฟเฟ็กต์แสง studio lighting  แสงธรรมชาติ

ไฟเวที

ไฟภาพยนต์

แสงรุ้ง

แสงผ้าม่าน

แสงลายจุด

แสงใบไม้

 

จากนี้ไปดูภาพรวม ๆ จากกล้องหลังของ Xiaomi Mi Mix 3 กันต่อได้เลยครับ

 

 

Auto Mode

Night Mode

 

Auto Mode

Night Mode

Auto Mode

Night Mode

สรุป กล้องหน้าทำผลงานได้น่าประทับใจ มีฟีเจอร์เจ๋ง ๆ  เพียบ ทั้ง AI พอร์ทเทรต, AI จับฉากหลังอัตโนมัติ ,AI Beautify, AI เบลอพื้นหลังวิดีโอเรียลไทม์, AI แสงสตูดิโอ, AI ไดนามิกโบเก้ , AI เมคอัพ

โหมดพอร์ทเทรตของตัวกล้องหน้าให้ความเป็นธรรมชาติ ละลายนหลังได้ค่อนข้างเนียยตาและเก็บดีเทลพวกขอบที่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ได้ดีพอสมควร แต่ถ้าวัดด้านคุณภาพโดยรวมยังถือว่าไปไม่สุด เมื่อเทียบกับ OPPO ที่เป็นเบอร์หนึ่งของวงการเซลฟี แต่ทั้งนี้ก็ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีและน่าจับตามองสำหับคุณภาพกล้องหน้าบน Xiaomi Mi Mix 3

ส่วนกล้องหลังทำงานได้อย่างน่าประทับใจมาก ๆ  ด้วยความชาญฉลาดจาก AI รวมไปถึงจับคู่กับ Hardware ระดับ Top การถ่ายทอดคุณภาพจากกล้องคู่ของ Xiaomi Mi Mix 3 ถือว่าสอบผ่าน สามารถกระทบไหล่เร์อธงในปัจจุบันได้แบบสบาย ๆ ส่วนที่น่าประทับใจที่สุดก็คือ Night Mode ที่ถ่ายออกมาแล้วได้คุณภาพที่ดีมากโดยไม่ต้องพึงพาขาตั้งกล้อง ตรงนี้สู้กับ Huawei / OPPO ได้สบาย ๆ เลยครับ

 

สรุป Xiaomi Mi Mix 3

ข้อดี 

  1. ดีไซน์สไลด์กล้องหลัง วัสดุพรีเมี่ยม งานประกอบเนี๊ยบ สมกับความเป็นเรือธง
  2. สเปคจัดเต็ม รองรับการใช้งานทั่วไปและการเล่นเกมที่ต้องประมวลผลหนัก ๆ ได้แบบสบาย ๆ
  3. กล้องหน้า/หลัง มาพร้อมฟีเจอร์โคตรจัดเต็ม และทำผลงานได้ดีมาก ๆ โดยเฉพาะกล้องหลังให้คุณภาพไม่เป็นรองสมาร์ทโฟนเรือธงในปัจจุบัน
  4. คุณภาพจอแสดงผลและเสียงของตัวลำโพงอยู่ในเกณฑ์ที่น่าประทับใจ สามารถตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้เป็นอย่างดี
  5. รองรับ Quick Charge 4.0
  6. แถมไวเลสชาร์จมาให้ภายในกล่องแพ็กเกจ

 

สิ่งที่ต้องพิจารณา

  1. ตัวเครื่องค่อนข้างหนัก
  2. ไม่รองรับ Dual VoLTE
  3. ไม่ให้อแดปเตอร์ Quick Charge 4.0 มาภายในกล่อง

 

 

Facebook Comments